บท
ตั้งค่า

4

เซียวจิ้งเหยาขมวดคิ้วมุ่น เขาตั้งใจมาแอบดูว่านางกำลังทำสิ่งใด แต่กลับถูกสตรีตัวเล็กย้อนถามด้วยวาจาไม่เกรงใจเช่นนี้ ศักดิ์ศรีของเจิ้งอ๋องผู้บัญชาการทหารทำให้เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษามาดน่าเกรงขามเอาไว้

“เปิ่นหวางจะเดินไปที่ใดก็เป็นเรื่องของเปิ่นหวาง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเยือกเย็น

“เจ้าต่างหาก ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน กลับมาจุดเตาปิ้งย่างส่งกลิ่นควันไปทั่วจวน รู้ตัวหรือไม่ว่ารบกวนผู้อื่นเพียงใด”

เสี่ยวเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ตอบ สายตาคมกริบของเซียวจิ้งเหยากลับเหลือบไปมองไม้ไก่ย่างในมือนางโดยไม่รู้ตัว

เนื้อไก่ส่วนสะโพกติดหนังถูกย่างจนผิวเหลืองสวยและมีรอยเกรียมบางๆ ไขมันใสหยดลงบนถ่านแดงก่ำเกิดเสียง ฉ่า เบาๆ ควันหอมกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกลิ่นเครื่องเทศที่นางดัดแปลงจากของที่หาได้ ทั้งพริกแห้งคั่วบด ยี่หร่าและพริกเสฉวน

กลิ่นหอมเผ็ดร้อนเจือความชาพุ่งเข้าปะทะจมูกของเซียวจิ้งเหยาเต็มแรง

ต่อมรับรสที่เงียบงันมานานพลันถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

โครก...

เสียงท้องร้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เซียวจิ้งเหยาชะงัก สีหน้าที่เคยเย็นชาพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ

เสี่ยวเยว่ได้ยินเต็มสองหู นางก้มมองช่วงท้องของเขาแวบหนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตา มุมปากกระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

‘ที่แท้ก็หิวนี่เอง’

“ท่านอ๋องบอกว่าหม่อมฉันรบกวนความสงบหรือเพคะ” เสี่ยวเยว่ปรับน้ำเสียงให้อ่อนหวานขึ้น ก่อนขยับเข้าใกล้อีกเล็กน้อย จงใจยกไม้ไก่ย่างขึ้นจนกลิ่นหอมยิ่งลอยชัดเจน

“แต่หม่อมฉันว่า ท่านอ๋องไม่ได้มารำคาญกลิ่นอาหารหรอกเพคะ ท่านแค่หิวต่างหาก”

“เหลวไหล”

เซียวจิ้งเหยาหน้าตึงขึ้นทันที รีบปฏิเสธเสียงแข็ง

“เปิ่นหวางหรือจะหิว ของปิ้งย่างพรรค์นี้มีอันใดให้น่าสนใจ ข้าเพียงออกมาตรวจความเรียบร้อยในจวนเท่านั้น”

“อ๋อ... ตรวจความเรียบร้อยด้วยการยืนมองไก่ย่างของหม่อมฉันไม่วางตาหรือเพคะ”

เสี่ยวเยว่เลิกคิ้วแซวอย่างไม่เกรงกลัวบารมีแม้แต่น้อย

เซียวจิ้งเหยาชะงัก เผลอยกมือแตะลำคอ ก่อนจะรู้ตัวแล้วรีบลดมือลง

เขาเหลือบมองไม้ไก่ย่างในมือนางอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้

ตั้งแต่ถูกลอบวางยาพิษในอาหารเมื่อวัยเยาว์ เขาก็ไม่เคยไว้ใจสำรับใดอีกเลย อาหารทุกมื้อต้องผ่านการตรวจพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะเป็นของที่มาจากโรงครัวในจวนตนเอง ความทรงจำเลวร้ายก็ยังทำให้ความอยากอาหารค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นความหวาดระแวงที่ฝังลึก

ทว่าอาหารตรงหน้ากลับแตกต่างออกไป

เขาเห็นนางเป็นคนย่างด้วยตนเอง เห็นเนื้อไก่สดบนเตาถ่าน เห็นเครื่องปรุงที่โรยลงไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีขั้นตอนใดซ่อนเร้น

ที่สำคัญ กลิ่นหอมของมันกลับปลุกความหิวที่เขาแทบลืมไปแล้วให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง

เสี่ยวเยว่เห็นสายตาของเขายังจับจ้องไม้ไก่ย่างไม่วาง จึงยิ้มอย่างรู้ทัน

“ถ้าท่านอ๋องไม่รังเกียจ จะลองชิมสักหน่อยไหมเพคะ รับรองว่าอร่อยและไม่มีพิษแน่นอน ถ้ายังไม่วางใจ หม่อมฉันกินให้ดูก่อนก็ได้”

พูดจบ นางก็กัดเนื้อไก่จากไม้ในมือคำโต เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยต่อหน้าต่อตา

ความเผ็ดร้อนกับความชาของเครื่องเทศผสานกับเนื้อไก่นุ่มฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมจนเสี่ยวเยว่พยักหน้ากับตัวเองอย่างพึงพอใจ

“อร่อยใช้ได้” เซียวจิ้งเหยามองนางเคี้ยวด้วยแววตาซับซ้อน

ความหิวที่สะสมมาหลายวันประกอบกับกลิ่นอาหารตรงหน้า ทำให้ความระแวงในใจสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เสี่ยวเยว่ยื่นไม้ไก่ย่างอีกไม้ไปตรงหน้าเขา

“ลองสิเพคะ หากไม่อร่อยค่อยตำหนิหม่อมฉันก็ยังไม่สาย” เซียวจิ้งเหยาจ้องไม้ไก่ย่างอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนยื่นมือออกไปรับอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่านางจะชักกลับ

“ถ้าไม่อร่อยจริง เปิ่นหวางจะลงโทษเจ้า” น้ำเสียงดุดันนั้นฟังอย่างไรก็คล้ายการรักษาหน้ามากกว่าคำขู่จริงจัง

เสี่ยวเยว่ยิ้มกว้าง

“เพคะ เชิญท่านอ๋องตัดสินตามสบาย”

เซียวจิ้งเหยาสูดลมหายใจเบาๆ ก่อนตัดสินใจกัดลงบนเนื้อไก่คำหนึ่ง

ทันทีที่ฟันสัมผัสเนื้อนุ่ม น้ำจากเนื้อไก่ที่ถูกย่างจนสุกพอดีก็แทรกออกมา ความเผ็ดร้อนของพริกตามด้วยกลิ่นหอมของยี่หร่าและความชาบางๆ จากพริกเสฉวนกระจายไปทั่วปลายลิ้น

รสชาติหนักแน่นแต่ไม่เลี่ยน กลิ่นเครื่องเทศช่วยขับความหอมของเนื้อไก่ให้เด่นขึ้น ขณะที่ผิวหนังซึ่งย่างจนเกรียมนิดๆ ให้สัมผัสหอมมันพอดี

ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องเบิกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เคยลิ้มรสอาหารแบบนี้มาก่อน ไม่มีความจืดชืดของอาหารบำรุง ไม่มีรสหวานมันจัดจนทำให้คลื่นไส้ กลับเป็นรสชาติสดใหม่ จัดจ้าน และชวนให้กินคำต่อไปอย่างน่าประหลาด

ที่สำคัญ ไม่มีอาการพะอืดพะอม ไม่มีความรู้สึกอยากอาเจียน

มีเพียงคำเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจ ‘อร่อย’

เซียวจิ้งเหยากัดคำที่สอง จากนั้นก็เป็นคำที่สาม

ก่อนจะรู้ตัวอีกที เนื้อไก่ทั้งไม้ก็หมดเกลี้ยง เหลือเพียงไม้เปล่าในมือ

ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง

ท่านอ๋องก้มมองไม้เปล่า ก่อนเงยหน้ามองหลินเสี่ยวเยว่ที่กำลังยืนกอดอก ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน

เมื่อคิดถึงคำขู่ของตัวเองก่อนหน้านี้ ใบหน้าคมคายก็ปรากฏสีแดงจางๆ อย่างยากจะสังเกต

“แฮ่ม”

เซียวจิ้งเหยากระแอมเบาๆ ก่อนปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม

“รสชาติก็พอกินได้ ไม่ได้แย่อะไรนัก”

เสี่ยวเยว่หลุดหัวเราะ

“พอกินได้หรือเพคะ เมื่อครู่หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องกินเสียเกลี้ยงไม้”

“บังอาจ”

เซียวจิ้งเหยาทำเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน

“เปิ่นหวางเป็นเจ้าของจวนนี้ จะกินของว่างของพระชายาเอกสักไม้ มีสิ่งใดผิด”

“ไม่ผิดเพคะ ไม่ผิดเลย”

เสี่ยวเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งกว้างขึ้น

“หากท่านอ๋องอยากกินอีก หม่อมฉันยังมีเหลือบนเตา”

“ใครบอกว่าเปิ่นหวางอยากกินอีก”

“หม่อมฉันยังไม่ได้บอกว่าท่านอยากกินนี่เพคะ”

เซียวจิ้งเหยานิ่งไปทันที เสี่ยวเยว่เม้มปากกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

ท่านอ๋องหนุ่มตวัดสายตามองนาง ก่อนสะบัดแขนเสื้อหมุนตัวทำท่าจะจากไป แต่พอก้าวออกไปได้เพียงสองก้าว ฝีเท้ากลับชะงักลง

สายตาของเขาเหลือบไปยังเตาถ่าน ซึ่งยังมีไก่ย่างหม่าล่าอีกหลายไม้เรียงอยู่บนตะแกรง

เซียวจิ้งเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องงานสำคัญ

“พรุ่งนี้ยามโหย่ว เปิ่นหวางจะมาตรวจความเรียบร้อยที่เรือนไผ่เขียวอีกครั้ง”

เสี่ยวเยว่กะพริบตา

“ตรวจความเรียบร้อยหรือเพคะ”

“ใช่”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับไก่ย่างของหม่อมฉันหรือไม่”

เซียวจิ้งเหยาหันมามองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ

“เตรียมอาหารว่างไว้ด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel