เอาตัวให้รอด
ลานหินที่กว้างขวางบนยอดเขามองทางใดก็เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ เสียงนกร้องขานรับกันเป็นทอดๆ พาให้จิตใจที่ว้าวุ่นคิดหาวิธีดำรงชีพพลันสงบสุขลงอย่างหน้าประหลาด ความเย็นจากลมพัดอ่อนตีเข้าใบหน้ารู้สึกสดชื่นไม่น้อย
“มาถึงกันแล้วหรือ” นักบวชที่เป็นสตรีหรือใครๆก็เรียกว่าแม่ชีเดินออกมาด้วยความสุขุม ทั้งยังมีใบหน้านวลผ่องที่คงสะสมบุญบารมีมาพอควร ทำสองพี่น้องสกุลจางรีบนั่งลงคุกเข่า
“ทำตัวตามสบายเถิด เดินทางมาไกลโพ้นเช่นนี้ คงยังจับต้นชนปลายไม่ถูกสินะ“ เพียงสบตาก็รับรู้ได้ว่าท่านผู้มีญาณวิเศษตรงหน้า คงพอรับรู้ว่านางมาอยู่แทนที่เจ้าของร่างเดิม
”สับสนนิดหน่อย แต่กำลังพยายามตั้งสติเจ้าค่ะ“ แน่นอน หากมาคนเดียวคงดิ้นรน แต่นี่มีน้องสาวมาด้วยนางจึงต้องลุกขึ้นยืนให้ได้ทันทีไม่ต้องรอตั้งตัว
“เช่นนั้นก็อยู่พักผ่อนที่นี่เพื่อทบทวนตนเอง เจ้าคงมีเรื่องให้ตะเตรียมหลายอย่าง ไว้พบเจอหนทางค่อยไปต่อ” แม้จะงงงวยแต่นับว่าดีไม่น้อย ก่อนที่แม่ชีจะผายมือไปยังกระท่อมน้อยด้านหลัง
“เดินลงไปทางหลังเขา จะมีกระท่อมน้อยอยู่เจ้าไปพักเถิด” นางคำนับขอบคุณ ในหัวคิดวุ่นวายสับสน หากการเป็นเช่นนี้นางกำลังได้รับความช่วยเหลือใช่หรือไม่แต่ยังไม่ทันจะเดินพ้นจากบนยอดเขาเสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำนางชะงักฝีเท้า
“ถิงถิง ต่อจากนี้ผู้คนอดอยากมากมายแทบสิ้นไร้ชีวิต เมตตาจิตเท่านั้นคือทางพ้นทุกข์” นางพยักหน้ารับแม้ไม่เข้าใจความหมายนักแต่คิดว่า สักวันนางจะเข้าใจเอง
กระท่อมหลังน้อยที่อยู่ติดกับลำธารด้านหลังภูเขาศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ สงบและร่มรื่นจนนางรู้สึกผ่อนคลาย คิดไว้ว่าคืืนนี้จะเข้าไปในมิติเพื่อเตรียมอาหารไว้ช่วยเหลือทางอารามชี
“อาบน้ำกันดีหรือไม่ มีชุดที่แม่ชีน้อยนำมาให้แล้ว“ นางบอกน้องสาวที่ตอนนี้เริ่มคันตามตัว ก่อนจะยกยิ้มให้กันและพากันไปอาบน้ำที่ลำธาร
เพราะร่างเดิมคงไม่มีเวลาได้จัดการตนเอง วันนี้นางและน้องสาวจึงใช้เวลานานพอควรในการอาบน้ำจนสะอาดเอี่ยม กว่าจะเรียบร้อย ก็เห็นเหล่าแม่ชีลงมาตักน้ำ นางจึงอาสาช่วยโดยมีน้องสาวนั่งเฝ้าไม่ห่าง
”อาหารที่นี่หุงหากันอย่างไรเจ้าคะ“ นางเห็นโรงครัวที่เดินผ่านแต่ไม่เห็นเสบียงเท่าที่ควร
”เดิมทีก็มีชาวบ้าน พ่อค้า คนของราชสำนักมามอบเสบียงให้ไม่ขาด แต่ว่า…ตั้งแต่มีสงครามเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ตอนนี้ก็ปลูกผัก ทำนาข้าวกันเองตั้งแต่เนิ่นๆ“ แม่ชีน้อยที่คาดว่าเรียกแบบนี้เพราะอายุน้อยที่สุดอธิบายสั้นๆ นางมองตามสายตาที่เปี่ยมสุขนั้นไปยังภูเขาอีกลูกที่มีป่ารกทึบ คาดว่าที่นั่นคงเป็นที่ปลอดภัยอีกที่นึงของอารามชีแห่งนี้
”ข้าไม่เคยเจอสงคราม ไม่รู้ว่ารุนแรงเพียงใด“ ในโลกเดิมสงครามเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ที่นี่คงไม่ใช่ ดูเหมือนจะเรื่องใหญ่พอควร
”มีคนล้มตาย จนคิดว่าสวดภาวนาทุกวันก็คงไม่มากพอให้จะส่งวิญญาณไปภพภูมิที่ดีได้ โดยเฉพาะทหาร ตายเป็นกองร้อยก็มี“ มือที่ยกน้ำจากถังไม้ขึ้นเทใส่อ่างหน้าเทวรูปชะงัก
”ตอนนี้หรือเจ้าคะ?“ เช่นนั้นหมายความว่าที่นางคิดว่าระยะเวลา2เดือนจะเดินทางให้ถึงต้าเซี่ยมันนานเกินไปสินะ
”อีกไม่นานคงนองเลือดทั้งแผ่นดิน กองใหญ่ยังไม่มารุกราน มีเพียงศึกที่แตกแขนกออก ไม่แน่ว่า…หากศึกใหญ่มาพื้นดินคงย้อมไปด้วยสีแดงฉาน“
