เอาตัวให้รอด2
คำพูดนั้นสะท้อนใจไม่น้อย นางจะทำเช่นไรให้ไปถึงต้าเซี่ยอย่างปลอดภัย อยากมีบ้านมีที่เก็บอาหารให้น้องสาวกินไม่อด และไร้การรุกรานจากศัตรู
“พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางเจ้าค่ะ” จนแล้วจนรอดนางก็รู้สึกว่าต้องเร่งการเดินทางให้ไวขึ้น หลังจากหาอาหารให้น้องสาวและจัดการที่หลับที่นอนแล้ว จึงมุ่งหน้ามาหาเจ้าอาวาส พร้อมข้าวสารอาหารแห้งที่ตั้งใจจะช่วยเหลืออาราม
“สีกา…เรื่องนั้นผ่อนใจลงสักหน่อยเถิด บางทีหากเจ้าช้าไป1ก้าวอาจรักษาชีวิตเจ้าและน้องได้” พูดจบก็พยักหน้าให้แม่ชีองค์อื่นๆยกของไปเก็บ นางไม่เห็นว่าเอาไปที่โรงครัวก็สงสัย แต่ทุกคนเดินหายไปหมด ไม่อาจซักไซ้ผู้ใดได้ ทำได้เพียงนำคำพูดแม่ชีกลับมาทบทวนอีกครั้ง
เพราะตอนนี้ยังเป็นช่วงหัวค่ำ ชิงอวี๋หลับไปแล้วคงเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ส่วนตัวของถิงอวี๋นั้นกำลังเปิดระบบขึ้นมาเพื่อเรียนรู้ให้รอบคอบ
“ต้าเซี่ยไกลเกินไป มีที่ใดหลบภัยได้ดีกว่านี้หรือไม่” นางตัดสินใจถามระบบ
…ที่นั่นคือที่ที่เหมาะจะเริ่มต้น ในขณะที่แผ่นดินรุกเป็นไฟ ท่านจะรอดหากเข้าไปอยู่ที่นี่…
นางส่ายหัวจนปัญญา ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้ามิติ ตรวจดูวัตถุดิบ
“นั่นอะไร” เหมือนมีกระจกบางๆกั้นไว้ระหว่างห้องเก็บวัตถุดิบและห้องแช่แข็งขนาดใหญ่ ที่นั่นมีของกินมากมาย และยังมีที่ให้ทำกับข้าว นับว่าดีมากจนนางตื่นเต้นไม่น้อย อีกฝั่งเป็นประตูไม้มีป้ายติดเอาไว้ว่า “ห้องเก็บสมุนไพร”
…ระบบจะเพิ่มคลังวัตถุดิบให้คุณเรื่อยๆ เพียงแค่คุณดิ้นรนเอาชีวิตรอด…
คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
”เหมือนเกมส์เอาชีวิตรอดไม่มีผิด!!“
…ใช่แล้ว ทุกครั้งที่คุณตกอยู่ในอันตรายและเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง ของช่วยเหลือจะเพิ่มมากขึ้น หากคุณยอมรับเงื่อนไขนี้กดตกลง…
นิ้วเรียวยกขึ้นมาชั่งใจ แต่คิดว่า ไม่เสี่ยงก็คงต้องตายด้วยน้ำมือข้าศึกแน่นอน
…ขอให้โชคดี ระบบจะเปิดการเฝ้าระวังภัยให้คุณ24ชั่วโมง กรุณาเรียกใช้…
”นี่สินะการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ“ เพราะก่อนหน้านี้ยังงงงวยและต้องปรับตัว ไม่ได้ศึกษาอย่างถี่ถ้วนเสียที
ยามดึกสงัดขณะที่ทุกคนอยู่ในห้วงเวลาหลับใหล จู่ๆเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนตรงมายังกระท่อมน้อย
“สีกา สีกา แม่นางถิงถึง” เสียงเรียกไม่ดังมากพร้อมกับเสียงเก็บข้าวของดังกระทบโสตประสาท
“แม่ชีน้อย” นางรีบเปิดประตูออกมาพบแม่ชีน้อยและแม่ชีคนอื่นๆจุดเพียงตะเกียงเจ้าพายุที่หลี่ไฟจนแทบดับ
“เก็บของเร็วเข้าข้าศึกบุกแล้ว!!”
คำพูดนั้นทำเลือดในกลายของนางเย็นเฉียบ ฉับพลันสมองสั่งให้อุ้มชิงอวี๋ขึ้นมาเพื่อกันการพลัดหลง หลังจากแจ้งแก่นาง เหล่าแม่ชีจัดการตัวใครตัวมัน อย่างเงียบเฉียบมีเพียงเสียงหอบหายใจต่อการเร่งรีบนี้
ถิงอวี๋ยอบตัวลงบนพื้นดินหน้ากระท่อมก่อนจะแนบหูฟัง
ตึก ตึก ตึก เสียงคนนับหมื่นที่เดินจนแผ่นดินสะเทือน ทำนางรีบคว้าผ้าผืนยาวมาไว้ในมือ รวมทั้งถุงผ้าที่ด้านในมีผ้าห่มเล็กๆ2-3ผืน ก่อนจะอุ้มน้องสาวขึ้น
“ชิงชิงขึ้นหลังพี่!!” เด็กน้อยไม่มีงอแง ลืมตาตื่นมาก็ขยับตัวขึ้นขี่หลังพี่สาวอย่างว่าง่าย ผ้าผืนยาวถูกมัดทบไปทบมาจนมั่นใจแล้วว่าแน่นพอ ก่อนจะรีบดับไฟและเดินออกมารวมกับเหล่าแม่ชีที่ลำธาร
“พวกเจ้าไปที่นั่น ที่นั่นจะปลอดภัย หากถูกบุกรุกอีก ก็ให้ข้ามเขาไปอีกลูก” เสียงแม่ชีที่เป็นเจ้าอาวาสพูดด้วยความสงบนิ่ง นางหันไปมองท่านผ่านความมืด
“ไม่ได้เจ้าค่ะ หากข้าศึกบุกมา ไม่ควรมีใครอยู่ที่นี่ทั้งนั้น” นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หากเป็นเช่นนั้น ลัทธิเต๋าคงถูกค้นพบ เชื่อเถอะข้าจะอยู่เพื่อบอกพวกเขาเองว่าที่นี่ไม่มีใคร มีเพียงข้า” จางถิงอวี๋ส่ายหัว
“พวกมันไร้ความเป็นมนุษย์ตั้งแต่เข็นฆ่าชาวบ้าน” แม่ชียิ้มอ่อนก่อนจะประสานมือไว้ตรงหน้า
“เช่นนั้นก็ยังมีอีกหลายคนคอยเผยแผ่ศาสดาแทนข้า สีกาจงจำไว้ ดิ้นรนไปให้ถึงต้าเซี่ยให้ได้ ที่นั่น…ทุกคนรอเจ้า!!” พูดจบท่านเดินจากไปอย่างสงบ ปลายเท้าของจางถิงอวี๋เตรียมเดิมไปห้ามแต่แม่ชีน้อยคว้าแขนเอาไว้
“หากเป็นไปตามความประสงค์ของท่าน เราก็ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด” แม่ชีทุกคนด้วยตาแดงก่ำไม่ต่างกันนัก แต่ดวงตาก็แฝงความมั่นใจอะไรบางอย่าง
บึ้มมมม
“เร่งเท้า สำนักสงฆ์ถูกโจมตีแล้ว!!!”
