บท
ตั้งค่า

บทที่9 ไม่ได้หวงก้าง

ตั้งแต่บ่ายแก่ลากยาวมายันค่ำ สีหราชนั่งจมปลักอยู่ภูพันวากับเจ้าของชื่อสถานที่ รู้สึกคันปากยิบๆ อยากคุยกับมันถึงเรื่องบางอย่าง แต่ก็ไม่อยากยื่นมือเข้าไปกระตุกหนวดเสือเท่าไหร่นัก

แต่สุดท้ายมันก็อดไม่ได้จริงๆ

“ที่ร้านอาหาร มึงพาพุดไปด้วยทำไม” เขาเอนหลังวางแขนพาดพนักพิงแล้วหรี่ตามองคนที่นั่งตรงข้าม “เห็นสาวกูเป็นไม้กันหมาเหรอ”

“อย่าเยอะ มึงอะ”

พันวาถึงกับหลุดหัวเราะ แต่คนฟังคิดว่าเป็นการแค่นมากกว่า

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้ช่วย ต้องใช้งานให้คุ้ม แล้วพุดตานก็ยังไม่ได้กินข้าว กูเป็นเจ้านายที่ดีถึงได้พาเข้าร้านด้วย มึงแปลกใจอะไร”

สีหราชผงกศีรษะ

“หรือมึงจะให้กูสั่งให้เขาอยู่ในรถ”

“ถ้ามึงสั่งกูก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะคนอย่างมึงมันใจดำ” แค่เขารั้งตัวพุดตานให้อยู่กินเค้ก กินกาแฟด้วยกัน มันยังเอ่ยปากไล่ให้ไปทำงานต่อ “สงสารน้อง อยู่กับมึงคงอึดอัด”

พันวาพ่นลมหายใจนึกรำคาญคนใจเปราะบาง ตั้งแต่มันรู้ว่าพุดตานกลับมาอยู่ที่นี่ชักจะพูดมากเกินไป ออกตัวแรงจะจีบสาว หารู้ไม่ว่าเจ้าตัวกลับมาอยู่นี่หยิ่งผยองขึ้นมากแค่ไหน

“ไปเรียนต่อมหา’ลัยตั้งสี่ปี มีแฟนหรือยังวะ กูก็ไม่ได้ถาม”

มันตีสีหน้าโอดครวญจนอยากจับเหล้ากรอกปากให้หยุดพล่าม

“อยากรู้มึงก็ถามเขา มาถามกูเอาอะไร”

“แล้วมึงอยากรู้ไหม” สีหราชยันศอกกับโต๊ะแล้วโน้มมาด้านหน้า พันวาส่งนิ้วกลางให้แทนคำตอบ “โอเค มึงไม่อยากรู้ งั้นกูไม่ถาม”

“กวนตีน”

เจ้าของบริษัทอินทีเรียโพล่งหัวเราะดังลั่น แหย่มันแล้วสนุกใครจะไม่อยากแหย่ แม้เล่นอีกนิดเขาอาจจะโดนถีบก็เป็นได้ ดังนั้นเลยเบี่ยงมาพูดอีกเรื่องที่จริงจังมากกว่าสิบเท่า

“เรื่องงานมึงว่าไง” สีหราชเอ่ยปากถามความเห็นเพื่อน ในที่ประชุมเขามัดมือชกแบบนั้นยังไม่ได้ถามความเห็นมันสักคำ

“คนของมึงไม่มีน้ำยา งั้นเดี๋ยวกูจัดการเอง” พันวาอัดพ่นควันสีขาวไปกับอากาศ แล้วจี้ปลายสีส้มกับที่ดับบุหรี่

“จะเอาให้ได้ใช่ไหม”

“ไม่คิดเหรอวะ ถ้ามึงทำได้ ‘มัน’ จะดิ้นแค่ไหน” พ่อเลี้ยงหนุ่มนึกขัน เพราะขนาดยังไม่ลงมือทำจริงๆ จังๆ มันก็น่าจะร้อนรนจนอยู่ไม่สุข คนอย่างเขาไม่เคยคิดรังแกเอาเปรียบใคร “คนอย่างมันไม่ได้อยู่ในสายตา อย่าไปพูดถึงเรื่องการเป็นคู่แข่ง”

“เพราะมึงเป็นแบบนี้ไง” สีหราชชี้หน้าเพื่อนยิกๆ “ไอ้หน้านิ่งๆ เหยียดยิ้มนี่แหละ กวนตีนสุด ไม่แปลกที่ใครจะหมั่นไส้มึง”

พ่อเลี้ยงหนุ่มไหวไหล่ไม่สนใจ ทำไมต้องให้ค่ากับคนที่มองว่าเราเป็นศัตรู ทั้งที่เรายังไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน พวกมันเอาหน้ามารองรับฝ่าเท้าเขาเองต่างหาก

“แล้วสรุปช้องนางนี่ยังไง” มันไม่ยอมตอบเรื่องที่ถามเลยต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น “กูเห็นนะ มึงเพิ่งทำเขาร้องไห้ไปหยกๆ”

“คนอยากจะไป กูห้ามไรได้”

“คำพูดดูพระเอกเกินไปสำหรับคนอย่างมึงไอ้เดียว พร้อมปล่อยมือเขามากกว่า อย่ามาอ้าง” ตอนแรกเขาก็คิดว่าช้องนางจะทำให้พันวาหยุดได้ หมายถึงทำให้มันคิดวางแผนชีวิตครอบครัวในอนาคตน่ะ “ดูๆ แล้ว เขาคงอยากกลับมาหามึง ไม่ใจอ่อนหน่อยเหรอ”

พันวาหัวเราะในลำคอ ยืดขาพาดกับเก้าอี้อีกตัว “แค่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ วินๆ ทั้งคู่”

“อย่าประมาทผู้หญิง” เจ้าของบริษัทอินทีเรียชี้หน้าสอน ทว่าโดนอีกฝ่ายปัดจนมือตก

“ไม่เคยประมาท” ไม่ว่าจะกับใคร คนอย่างเขาไม่เคยประมาท ต่อหน้าดีลับหลังเลวยิ่งกว่าพวกเดรัจฉานมีถมเถไป “มึงก็เตือนตัวเองไว้บ้าง ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะน่ารักเหมือนภาพที่สร้างไว้”

“แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นอย่างที่มึงคิด” รู้ทันทีว่ามันกำลังหมายถึงใคร เพราะสายตากำลังจับจ้องไปยังคนที่เพิ่งเดินขึ้นมา แต่เหมือนเจ้าตัวหลุบหายเข้าไปในครัวเสียก่อน “ที่พูดนี่ไม่ได้จะกันท่ากูใช่ไหม”

“กูจะทำแบบนั้นทำไม ถ้าจะทำกูรับรักเด็กนั่นนานแล้ว”

“เผื่อมึงไม่อยากเสียหน้า” ยังไงมันต้องเสียเซล์ฟบ้าง ไม่มากก็น้อย “เท่าที่กูดู พุดตานแทบไม่ได้สนใจมึงสักนิด เหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน”

มันไม่ตอบแต่สีหราชพออ่านสีหน้าออก เหมือนมันด่าเขาว่า ‘ปัญญาอ่อน’ ทั้งที่ปากยังเคี้ยวปลาหมึกแห้ง

“ไอ้ต้าถึงไหนแล้ว” คนถูกต้อนเบี่ยงประเด็น ขี้เกียจต้องมานั่งตอบคำถามเรื่อง ‘ผู้หญิงคนนั้น’

ถ้าถามว่าเสียหน้าหรือเปล่า คงไม่...เขาไม่จำเป็นต้องหยิบเอาเรื่องไม่สำคัญมาใส่ใจ ในเมื่อพุดตานรับปากดิบดีว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก

ทำไมเขาจะไม่ดีใจ ?

แค่รำคาญกับการหว่านเสน่ห์เรี่ยราด กลับมาไม่ทันไรเจ้าตัวเล่นหาเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย

“ถึงแล้วมั้ง เห็นมันบอกออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว”

“เออ ได้บอกคนให้ยกอาหารมาเลย รอมันจนกูเริ่มหิว” จะได้รู้ด้วยว่าฝีมือแม่ครัวจำเป็นจะออกมาในรูปแบบไหน สมควรแก่การกลืนลงท้อง หรือต้องเทให้หมาที่ไร่กินแทน

“พุดว่าเปื่อยได้ที่แล้ว ตักใส่ชามเลยจี๊ด” ตั้งไฟอ่อนเอาไว้แต่ตอนนี้มันกำลังเดือดปุดๆ ก่อนหน้านั้นคนๆ ดูมันยังไม่ได้ที่เท่าไหร่ ตอนนี้เลยมาหลายนาทีน่าจะโอเค

“เห็นแล้วน้ำลายสอ ไม่เสียชื่อหลานยายสร้อย” จี๊ดชมยกใหญ่

ต้มยำตีนไก่หอมหวนจนลอบกลืนน้ำลาย “อยากตักข้าวสวยร้อนๆ เหยาะน้ำปลาหน่อยแล้วกินให้หนำใจ”

“ตักแบ่งไปสักชามก็ได้” พุดตานว่าพลางเอียงตัวด้านข้างมองของในหม้อ “เขากินกันไม่หมดหรอก ปล่อยให้บูดเดี๋ยวเสียดายแย่”

“จะดีเหรอพุด เดี๋ยวโดนคุณเดียวเอ็ดเอา”

“ถ้วยเล็กๆ จี๊ดกินคนเดียวไม่เป็นไรหรอก ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอ” เห็นอีกฝ่ายกลัวพุดตานเลยจัดการให้เสร็จสรรพ “เขาบอกไว้ว่าถ้าเหลือก็ให้พุดเอากลับไปให้ยาย แต่ป่านนี้ยายคงอิ่มแปล้แล้ว จี๊ดเอาไปเถอะ”

แต่ไหนแต่ไรยามที่เขาและเพื่อนๆ สังสรรค์กันที่ภูพันวา อาหารต่างๆ มักกินกันไม่หมด เธอต้องคอยเก็บกลับไปแช่ตู้บางอย่างก็เสียก่อน บางอย่างก็ยังพออุ่นกินวันต่อไปได้

ที่จริงวันนี้ขากลับเธอติดรถสีหราชมาถึงไร่ ตลอดทางโดนชวนคุยรำลึกความหลังจนเพลิน ดูเหมือนชายหนุ่มจะพอรู้ว่าพันวาไม่กินเส้นกับเธอเท่าไหร่ นึกขอบคุณที่ไม่ถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel