บทย่อ
ในวันนั้นเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแต่วันนี้เขากลับขอร้องให้ลืมทุกอย่าง กว่าหัวใจจะกลับมาแข็งแรง มันใช้เวลานานแค่ไหน ...เธอรู้ดีที่สุด... ‘เธอเป็นใคร แล้วฉันเป็นใคร’ ‘ขอโทษทีถ้าการกระทำบางอย่างของฉันมันทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเอง’ ‘ของนั่น ขอไม่รับ’ ความรักครั้งแรกของเธอถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย มันคงจะดีกว่านี้หากทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทว่าไม่ใช่อย่างที่คาดไว้เพราะหลังจากนั้นสายตาของพันวาก็เปลี่ยนไป ทั้งหมางเมิน เย็นชาจนบางครั้งพุดตานสัมผัสได้ถึง…ความเกลียดชัง กลับไปคราวนี้เธอไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ได้แต่บอกตัวเองว่าหากไม่อยากเจ็บกว่าเดิม อย่าได้เอาหน้าไปเสนอให้คนอย่างพันวาเห็นเป็นเด็ดขาด ทางไหนเลี่ยงได้ควรเลี่ยงไม่ต้องพบเจอไม่ได้สบตาน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด มันก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มบอก เธอเป็นใครแล้วเขาเป็นใคร…หมามันยังรู้ว่าต้องเจียมตัว พันวา ไม่มีครั้งไหนที่รู้สึกอยากย้อนเวลากลับไป...เท่ากับครั้งนี้ 'จำไม่ได้ว่าเคยบอก แต่ถ้าเคย...ขอถอนคำพูดแล้วกัน' พุดตาน ดวงตาคู่นั้นยังคงส่งผลต่อความรู้สึก ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือแม้กระทั่งตอนนี้ แต่เธอไม่อยากทำร้ายหัวใจเองอีกแล้ว 'พูดอะไรไว้บ้าง จำไม่ได้เหรอคะ'
บทที่1 รักแรกที่แตกสลาย
ภูพันวา
ไอร้อนจากเตาถ่านตรงหน้าทำให้เจ้าของร่างระหงเขยิบปลายเท้าออกห่างเล็กน้อย ก้มดูถ่านดำที่เพิ่งเติมตอนนี้กำลังถูกไฟแผดเผาจนร้อนได้ที่
“ไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาทำเอง ไม่ซื้อให้สิ้นเรื่องสิ้นราว” คนพูดบ่นอุบอิบก่อนทิ้งตัวนั่งใช้หลังมือปาดเหงื่อ “แล้วดูนะ คนกินก็กินๆ อย่างเดียว พุดจับเวลาได้เลย ไม่เกินสิบนาทีเดี๋ยวต้องมีคนมาขอเพิ่ม”
พุดตานส่ายหน้ายิ้มๆ เห็นเหงื่อที่ผุดขึ้นตามใบหน้าเพื่อนแล้วถึงกับต้องยื่นกระดาษทิชชูให้
“พุดทำคนเดียวได้ กุ๊กไปนั่งกินกับพี่ๆ เขาเถอะ”
พอพูดอย่างนั้นเจ้าตัวยิ่งย่นหน้าใส่ ทั้งที่อายุเท่ากันแท้ๆ แต่กชกรให้ความรู้สึกเหมือนเธอมีน้องสาวอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่เอาอะ นั่งด้วยไม่รู้จะคุยอะไร อยู่ช่วยพุดดีกว่า”
“ช่วยนั่งเป็นกำลังใจก็พอ ของพวกนี้เดี๋ยวจัดการเอง สบายมาก” ของที่ว่าก็คือการย่างเนื้อให้กลุ่มผู้ชายที่สังสรรค์อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ดวงตากลมโตมองเลยไปยังโต๊ะไม้ตัวยาวซึ่งตั้งอยู่กลางสนามหญ้า สีหน้าเคร่งขรึมมีรอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปากเท่านั้น นานๆ จะเห็นเขาผ่อนคลายสักที
วันนี้เป็นวันเกิดของพันวา ทีแรกเจ้าตัวลั่นเอาไว้ว่าจะไม่จัดงานวันเกิดเพราะมองเป็นเรื่องไร้สาระ อีกอย่างแม่เลี้ยงจันผายังติดธุระที่กรุงเทพฯ เลยไม่มีความจำเป็นต้องเลี้ยงฉลองอะไร
แต่พอตกเย็นกลุ่มผองเพื่อนของชายหนุ่มดันยกโขยงมาเซอร์ไพรส์ถึงไร่ ดังนั้นหน้าที่เตรียมข้าวของต่างๆ จึงตกมาอยู่ที่พุดตานโดยปริยาย มีลูกมือคู่ใจก็คือกชกรที่นั่งตบยุงข้างๆ
“เออลืมบอก วันก่อนโน้นยัยลิซแอบมาปรึกษา”
ชื่อนี้ทำให้แม่ครัวจำเป็นถึงกับชะงักแล้วเม้มปากแน่น
“สงสัยครั้งนี้ลิซมันจริงจัง”
“เหรอ” พุดตานเสียงแผ่วแล้วหันมองเพื่อน “ลิซบอกว่าไง”
“จะว่าไงได้ ก็ขอร้องให้กุ๊กช่วยเรื่องพี่เดียวอะดิ” เนื้อย่างร้อนๆ ที่พุดตานจัดการแบ่งไว้ส่วนหนึ่งถูกหยิบเข้าปาก กชกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ “บอกตรงๆ เลยนะ กุ๊กไม่อยากให้เพื่อนตัวเองมารักมาชอบพี่เดียวเลย”
ประโยคนั้นทำเอาพุดตานเสียดอก หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเฝื่อนๆ
“พุดก็รู้ใช่มั้ยล่ะ เพราะเราโตมาด้วยกัน พี่เดียวเป็นยังไงก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ลิซมันไม่ยอมฟัง เตือนก็แล้วอะไรก็แล้ว กุ๊กไม่อยากเห็นเพื่อนตัวเองน้ำตาเช็ดหัวเข่า”
ใช่...ทำไมเธอจะไม่รู้ แต่มันไม่ทันแล้ว
“เนี่ย ! พูดยังไม่ทันขาดคำ” โทรศัพท์สว่างวาบพร้อมกับข้อความไลน์เด้งขึ้น “กำลังมา ข่าวไวจริงเชียว”
ตอนนี้พุดตานรู้สึกชาไปทั้งหน้า ทั้งที่อยู่ใกล้เตาแท้ๆ วูบหนึ่งหัวใจสั่นไหวราวกับกำลังมีบางอย่างส่งเสียงเตือน พอเงยหน้ามองถึงรู้ว่ามีนัยน์ตาคมกริบจ้องมาที่เธอ
สายตาของพันวายังคงอ่านยากเสมอ จนบางครั้งพุดตานแอบกลัวว่าชายหนุ่มจะล่วงรู้ถึงความในใจของเธอ ไม่ใช่เรื่องที่สมควรเลย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
“เชื่อมั้ยว่าถ้ายัยลิซไม่ได้เป็นเพื่อนกุ๊กนะ มันเสร็จพี่เดียวไปแล้ว” กชกรถอนหายใจนับครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ “ผู้ชายอะเนอะ ใช้ชีวิตฟรีสไตล์ได้มากกว่า ผู้หญิงอย่างเราเสียเปรียบกว่าเห็นๆ”
“แล้วกุ๊กมีความเห็นยังไงบ้าง”
“หมายถึงอะไร เรื่องลิซกับพี่เดียวเหรอ”
“อื้อ”
“คงต้องเปิดใจคุยกับพี่เดียวอะ เพราะลิซมันก็เพื่อน” คนพูดลากสายตามองไปยังกลุ่มพี่ชายตัวเองที่นั่งสังสรรค์เฮฮาตามประสา “พุดก็อย่าไปหลงคารมพวกพี่ๆ เขาเชียว แต่ละคนอันตรายทั้งนั้น”
พุดตานไม่ได้ตอบอะไร เธอยังคงทำหน้าที่ตรงหน้าราวกับไม่ได้หยิบคำพูดเมื่อครู่มากวนใจ
“แต่จะว่าไปก็อยากเห็นหน้าตาพี่สะใภ้ในอนาคต อยากรู้ว่าต้องเป็นคนยังไงถึงจะปราบคนอย่างพี่เดียวได้อยู่หมัด”
นั่นน่ะสิ...เธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง และเกิดอาการแปลกประหลาดตั้งแต่ตอนไหน หลายครั้งที่หัวใจอิ่มเอมฟูฟ่องยามได้ชิดใกล้ ทว่ามันกลับรวดร้าวไปในคราเดียวกันเมื่อเผลอสบสายตาคู่นั้น
ต่อให้เธอเป็นเพื่อนรักของกชกรแต่ก็ใช่ว่าจะอาจเอื้อมตีสนิทหรือเข้าหาพันวาได้อย่างที่คิด แม้ตอนเด็กๆ จะสนิทชิดเชื้อแต่พอโตขึ้นระยะห่างก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าให้พูดตามตรงละก็ ชายหนุ่มมีศักดิ์เป็นเจ้านาย ทั้งเธอและยายต่างอาศัยใบบุญแม่เลี้ยงจันผามาตั้งแต่ท่านยังสาวๆ
“ถ้าพี่ชายกุ๊กไม่เจ้าชู้กินไปเรื่อย ว่าที่พี่สะใภ้ที่กุ๊กคิดถึงก็คือพุดนะ
รู้เปล่า”
“พูดอะไร” เธอเกือบเผลอปล่อยที่คีบหลุดมือ
“ตกใจทำไม แค่สมมุติ”
ถ้าเป็นพี่ชายกับเพื่อนรักทำเอากชกรจินตนาการไม่ออก พุดตานค่อนข้างไว้ตัวแถมยังดูเกร็งๆ เวลาที่ต้องออกไปทำธุระแล้วมีพันวาเป็นคนไปรับไปส่ง
ก็อย่างว่า พันวาเป็นคนประเภทที่ไม่คลุกคลีกับคนที่ไม่สนิทด้วย ยิ่งพอพุดตานเข้าสู่วัยสาวอะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป พี่ชายเธอค่อนข้างเว้นระยะห่างเลยละ แถมยังใช้สายตาสั่งมากกว่าคำพูด เธอถึงมองไม่ออกว่าสองคนนี้จะมาบรรจบตามคำสมมุติที่พูดไปเมื่อครู่ได้อย่างไร
เสียงฝีเท้าย่ำใบไม้แห้งกรอบเรียกความสนใจหญิงสาวทั้งสอง คนหนึ่งย่นหน้าส่วนอีกคนใช้ที่คีบในมือจับพลิกชิ้นเนื้อบนเตาพยายามโฟกัสกับมันให้มากที่สุด
พันวาเสยผมอีกทั้งยังขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าคมแดงระเรื่อเดาว่าคงเกิดจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่มากขึ้น ดวงตาคมกริบมองผ่านพุดตานเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงเข้มจะเอ่ย
“กุ๊ก”
“ว่า”
“เพื่อนเรามา ออกไปรับที” สมาร์ทโฟนในมือสั่นครืดๆ อีกครั้ง และมันถูกโยนลงบนหน้าตักน้องสาวท่ามกลางเสียงหวีดร้องเพราะเจ้าตัวเกือบรับไม่ทัน
“พี่เดียว ! โยนมาได้ไงเดี๋ยวก็ร่วง” โวยวายไปก็เท่านั้น เพราะ
คนโยนไม่ได้รู้สึกสำนึกสักนิด เครื่องมือสื่อสารยังคงเตือนว่ามีสายเรียกเข้า พอเพ่งมองเบอร์ดีๆ ถึงรู้ว่าเป็นเพื่อนตัวเอง กชกรจำเลขสี่ตัวท้ายได้
“แล้วไมไม่ไปรับเองอะ ในเมื่อลิซมันโทรเข้าเครื่องพี่เดียว”
“ใครเป็นคนชวน ?”
เจ้าของวันเกิดถามสั้นๆ ทำเอาคนเป็นน้องยอมแพ้ ในที่สุดกชกรยอมเป็นฝ่ายคว้ากุญแจรถเพื่อออกไปรับลลนาที่ยังโทรอย่างต่อเนื่อง
เสียงถ่านในเตาแตกจนสะเก็ดไฟแลบออกมา พุดตานลูบแขนตัวเองป้อยๆ รู้สึกแสบๆ คันๆ ที่สะเก็ดไฟเหล่านั้นเผื่อแผ่มายังเธอ
พันวายังยืนอยู่ที่เดิม...ทำไมเขาถึงไม่กลับไปนั่งกับเพื่อนๆ
ริมฝีปากบางเกิดอาการแห้งขึ้นมาดื้อๆ ถ้ายังยืนนิ่งไม่สนใจมันก็ดูจะเสียมารยาทเกินไป รวบรวมความกล้าเลื่อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม ฉับพลันใบหน้าเกิดร้อนวูบวาบราวกับผิงไฟ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โดนเขาจับจ้องด้วยแววตาแบบนี้
ไม่ได้มีความพิศวาสอะไรเลย เพียงแต่เธอกำลังทำตัวไม่ถูกก็เท่านั้น
“พี่เดียวมีอะไรหรือเปล่าคะ” พุดตานตัดสินใจถามออกไป
“มี”
“…”
“คุยอะไรกับกุ๊ก”
“ก็...” สมองพยายามประมวลผลถึงเรื่องก่อนหน้าที่คุยกับกชกร หลังคอเย็นวูบวาบเกรงชายหนุ่มได้ยินทุกประโยค “เรื่องทั่วไปค่ะ”
ได้ยินน้ำเสียงแค่นหัวเราะจากคนตัวโตยิ่งทำให้พุดตานทำตัวไม่ถูก
ตรงนี้มีเพียงเขาและเธอ ห่างออกไปกลุ่มเพื่อนของชายหนุ่มยังคงสังสรรค์ไม่ได้สนใจการปลีกตัวออกมาของเจ้าของวันเกิด
หญิงสาวขยับตัวเอื้อมหยิบกล่องของขวัญในถุงผ้าแก้เก้อ อย่างน้อยก็นับว่าเป็นเวลาเหมาะเจาะที่ได้ให้ของขวัญแก่ชายหนุ่ม
“สุขสันต์วันเกิดค่ะ” เป็นเงินเก็บที่เธอหยอดกระปุกแยกไว้ต่างหาก ของในกล่องอาจไม่ได้มีราคาอะไรมากมายแต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่นอนคิดมาเป็นอาทิตย์
พันวายังคงนิ่งมองของในมือพุดตานแววตาเรียบเฉย การที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้เพียงเพราะอยากเคลียร์ปัญหาบางอย่างก็เท่านั้น
กับบางเรื่องเราควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ใช่หรือ ?
“เธออยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว”
พุดตานหดมือกลับเข้าตัวเมื่อเขาไม่แม้แต่จะยื่นมือออกมารับของขวัญ ไม่แม้แต่จะสนใจมันด้วยซ้ำ กระนั้นรอยยิ้มบนใบหน้ายังคงแต่งแต้มอยู่เสมอ
“สิบกว่าปีได้แล้วค่ะ” เธอถูกแม่นำมาทิ้งไว้ที่นี่
“นานอยู่เหมือนกัน” พันวาใช้ที่คีบหยิบชิ้นเนื้อย่างลงบนตะแกรง มุมปากหยักเหยียดยิ้มก่อนเหลือบมองเธอเล็กน้อย “นานพอที่เธอจะล้ำเส้นมากขึ้นเรื่อยๆ”
“พี่เดียวหมายถึงอะไรคะ”
“ยังให้ต้องพูดอีกเหรอ ?”
ท่าทางเขาดูธรรมชาติ ไม่ได้ทำตัวคุกคามแต่ก็ไม่ได้แสดงความเป็นมิตรขนาดนั้น
“อันที่จริงฉันเอ็นดูก็เพราะเธอเป็นเพื่อนกับยัยกุ๊ก”
“…”
“อย่าคิดว่าฉันมองไม่ออกว่าเธอคิดจะทำอะไร” เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะตีความหมายทางสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งไม่ออก
“เธอเป็นใคร แล้วฉันเป็นใคร เตือนใจตัวเองด้วยพุดตาน”
พุดตานได้แต่ยืนนิ่งไร้คำโต้ตอบ เพราะสิ่งที่พันวาพูดมามันก็ถูก
ทุกอย่าง ครั้นเปิดปากรังแต่จะหาว่าเธอแก้ตัว
“หยุดความรู้สึกพวกนั้นตั้งแต่ตอนนี้”
“ค่ะ” เสียงเบาหวิวเล็ดลอดผ่านริมฝีปากบาง พยายามฝืนยิ้มแต่ช่างยากเย็นเหลือเกิน
“ไม่ได้อยากใจร้ายกับเธอ แต่ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” นับเป็นการปฏิเสธที่ไร้เยื่อใยยิ่งกว่าครั้งไหน เพราะอีกฝ่ายยังไม่ทันสารภาพด้วยซ้ำ “อย่าทำให้ฉันลำบากใจ เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ยัยกุ๊กรักมากที่สุด”
“...” พุดตานฝืนกลืนก้อนสะอึกลงคอทั้งที่มันยากลำบาก สำหรับเธอแล้วการเฝ้ามองพันวาจากที่ไกลๆ ในแต่ละวันก็พาให้หัวใจอิ่มเอม ไม่ได้หวังได้ครอบครองหรือทำอะไรอย่างที่เขาพูด
แต่เราจะเปลี่ยนความเชื่อใครได้
“ส่วนของขวัญนั่น ฉันขอไม่รับ”
พันวาผละตัวออกจากเตาเตรียมจะเดินกลับไปที่กลุ่มตัวเอง แต่เหมือนนึกอะไรออกถึงหันกลับมาราดเกลือบนแผลสดของเธออีกครั้ง
“อีกอย่าง เธอควรเรียกฉันเหมือนกับที่คนงานคนอื่นๆ เรียก”
นี่คือสถานะที่พันวาหยิบยื่นให้และขีดเส้นใต้อย่างชัดเจน
“พุดเข้าใจแล้วค่ะ คุณเดียว”

