บท
ตั้งค่า

บทที่10 พี่ชายในอดีต

สีหราชจัดอยู่ในประเภทคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีคนหนึ่ง ไม่มีท่าทีคุกคามหรือทำให้ลำบากใจ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไว้ใจใครง่ายๆ แต่มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู ลำพังแค่รบกับคนอย่างพันวาพลังงานเธอก็ลดฮวบเกินครึ่งแล้วกระมัง

“กับข้าวมีตั้งสามสี่อย่าง ส่วนมากดื่มกันแต่เหล้ามากกว่า”

“ขอบคุณมากนะ พุดนี่ใจดีเสมอต้นเสมอปลาย”

พุดตานคลี่ยิ้ม มือไม้จัดแจงจานอาหาร ถึงจะเป็นแค่กินกันเล่นๆ แต่ไม่อยากให้เสียชื่อภูพันวา “ไม่มีใครที่จะใจดีได้ตลอดไปหรอกจี๊ด ใจดีมากไปเราก็โดนเอาเปรียบเปล่าๆ”

“สองอย่างนี้เสร็จแล้ว งั้นจี๊ดยกไปให้คุณเขาเลยนะ”

“เสร็จแล้วๆ ยกไปเลย ที่เหลือพุดจัดการเอง” เธอยกชามใส่ถาดเตรียมเดินหลังเพื่อนไปติดๆ

ทว่าหันกลับมาปลายเท้ากลับชะงักเมื่อเจอใครบางคนที่ยืนห่างออกไปไม่กี่เมตร ศรัณย์ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง พอเขาโดนจับได้ว่าโดนแอบมองริมฝีปากก็ผุดยิ้มแล้วเดินไปทางอื่น

‘เลิกชอบมัน แล้วมาชอบพี่’

พุดตานปัดเรื่องกวนใจออกไป ตอนนี้เธอควรทำหน้าที่เฉพาะหน้าให้เรียบร้อยจะได้กลับไปอาบน้ำนอนสักที เธอมั่นใจว่าพันวากำลังลองเชิงในหลายๆ อย่าง เขาไม่ต้องการให้เธอเป็นผู้ช่วย แต่ขัดใจแม่เลี้ยงจันผาไม่ได้

ส่วนเธอ...ขัดใจใครไม่ได้ทั้งนั้น

“อ้าว น้องพุดมาด้วย มาๆ นั่งด้วยกัน”

คนที่ทักทายเธอคนแรกคือสีหราชอย่างที่คิด ส่วนอีกคนที่นั่งเงียบๆ นั้นคือคนเดียวกับเมื่อครู่ที่เพิ่งสบตากัน

“นี่ไอ้ต้าไง จำได้หรือเปล่า” สีหราชตบไหล่เพื่อนที่เพิ่งมาถึง ในมือกำลังชงเหล้าแม้ยังไม่มีข้าวตกถึงท้อง “พุดตานเพื่อนยัยกุ๊กน้องไอ้เดียว ที่เมื่อก่อนขี้แยๆ อะมึงจำได้ไหม”

พุดตานถึงกับอ้าปากเหวอที่โดนแซวว่าขี้แย แต่จะว่าไปเมื่อก่อนเธอก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ ร้องไห้ทีก็วิ่งไปหาพันวาที

นึกแล้วหน้าก็ร้อนผ่าวๆ ไม่รู้สมองตอนนั้นคิดอะไรอยู่ จะว่าไปช่วงเวลานั้นพันวาเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเหมือนกัน

“จำได้ แต่น้องเขาจำกูได้หรือเปล่าก็อีกเรื่อง”

คนที่นั่งเงียบมานานยอมเปิดปาก วางเครื่องดื่มบนโต๊ะก่อนจะยกมือประสานท้ายทอยเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ นัยน์ตาอบอุ่นจ้องมายังเธอแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“ว่าไง จำพี่ได้ไหม”

“สวัสดีค่ะพี่ต้า”

“เออว่ะ น้องพุดจะลืมคนที่เคยช่วยชีวิตตัวเองไม่ได้” สีหราชบอกเสียงกลั้วหัวเราะแต่คล้ายกับทวงบุญคุณไปในตัว กระทั่งหญิงสาวเบิกตากว้างแล้วคลี่ยิ้ม

“พี่ดีใจ ที่เราไม่ลืม”

ศรัณย์มองมาอย่างมีความหมาย แต่พุดตานเลือกที่จะมองข้ามความหมายนั้น

“จะวางได้ยัง ยืนถือแบบนั้นจะได้กินไหมวันนี้ ?” เสียงห้วนจัดแทรกขึ้น ดับบรรยากาศครื้นเครง

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พุดนั่งกินกับพวกพี่ก่อนมา ไม่ได้เจอกันนาน” ไม่ปล่อยให้พุดตานประมวลผลคำตอบ สีหราชยอมเสียสละที่นั่งตัวเอง ย้ายไปนั่งกับพันวาเท่ากับที่นั่งว่างคือข้างๆ คุณหมอศรัณย์

“พุดยังมีงาน” ไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจ แต่ดูแล้วไม่น่าเหมาะสม แถมยังมีสายตาฟาดฟันส่งมาอีก

“นี่มันนอกเวลางาน ไอ้เดียวมันไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้น ใช่เปล่าวะมึง”

สีหราชกระเซ้าเพื่อนด้วยการใช้ศอกสะกิด นึกสนุกกับบรรยากาศแปลกๆ เพราะมีคน ‘หลุดอาการ’ ให้เห็นจนน่าสงสัย

“อืม”

ไม่มั่นใจว่าที่พันวาตั้งแง่ไว้นั้นมันแค่ ‘ไม่พอใจ’ ที่พุดตานแอบชอบ หรือมัน ‘หักห้ามใจ’ กันแน่ แต่เท่าที่คบกันมายังไม่เคยเห็นมันคบกันคนใกล้ตัวสักคน ที่ทำอยู่นั้นเป็นเพราะไม่ฝืนกฎตัวเองหรือเปล่า

คนเราน่ะ ถ้าไม่ชอบไม่ต้องยุ่งก็จบ

“นั่งเถอะ หรือไม่อยากนั่งใกล้พี่” ศรัณย์เงยหน้าถามยิ้มๆ คล้ายกดดันทางอ้อมไปโดยปริยาย

“รบกวนด้วยค่ะ” พุดตานจำต้องหย่อนสะโพกลงที่นั่งข้างๆ

ชายหนุ่ม หากเป็นเก้าอี้คนละตัวคงไม่มีปัญหา แต่นี่เป็นเก้าอี้ตัวยาวเลยค่อนข้างลำบากใจนิดหน่อย

“พอพูดถึงเรื่องช่วยชีวิตแล้วนึกถึงตอนนั้น ไอ้เดียววิ่งหาพุดวุ่น พวกพี่ตกใจเลยต้องแยกกันช่วยหา”

อย่างที่บอกว่าเมื่อก่อนติดพันวาแจ อาจเพราะเขาเห็นเธอเป็นเพื่อนสนิทกับกชกรเลยให้ความเอ็นดูเหมือนกัน เมื่อก่อนกับตอนนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่ว่าเขาจะไปไหนเธอกับกชกรมักจะวิ่งตามต้อยๆ เสมอ

แต่วันนั้นเธอหลงทาง ฝนตกแล้วติดอยู่เนินเขาหลายชั่วโมง ฟ้าก็มืด ลมแรง ไหนยังจะเม็ดฝนตกกระทบจนเจ็บตัวไปหมด กระทั่งมีคนวิ่งมาเจอแล้วบอกว่าจะพาเธอกลับบ้าน

‘หนูหาพี่เดียว’

‘เดียวรออยู่บ้านแล้ว ให้พี่ต้าพากลับ’

‘ไม่รู้จักต้า’

‘เพื่อนพี่เดียวไง ไปเร็วพี่พากลับบ้าน’

‘หนู…หนูเจ็บขาเดินไม่ไหว’

‘งั้นขึ้นหลังมา’

ศรัณย์มองหญิงสาวที่เพื่อนชอบบ่นว่ารำคาญที่โดนตามติด ครั้งนั้นเขาเห็นเด็กตัวเล็กๆ วิ่งตามเลยชี้บอกพันวา แต่มันกลับชวนวิ่งหลบไปอีกทาง จวบจนฟ้าเริ่มจะมืดฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล กลับถึงบ้านแล้วถึงรู้ว่าพุดตานยังไม่กลับมา ทุกคนเลยออกตามหาและเขาเป็นคนเจอ

“โตแล้วยังวิ่งเล่นซนอยู่หรือเปล่า” จากเด็กงอแงเติบโตขึ้นมาราวกับไม่ใช่คนเดียวกัน

“พุดโตแล้วค่ะ วิ่งเล่นแบบเมื่อก่อนไม่ได้หรอก” คนพูดบอกยิ้มๆ “หลงอีกทีคงไม่มีใครช่วยแน่ๆ”

“ทำไมถึงคิดว่าไม่มี” คนพูดยกยิ้มแล้วจรดแก้วเข้ากับริมฝีปาก “ลืมพี่ไปแล้วหรือไง”

“ต้ามันร้ายว่ะ” เจ้าของบริษัทออกแบบโห่ร้องแซว “ข้ามหน้าข้ามตากูมากเพื่อน”

พุดตานได้แต่ยิ้มเพราะรู้ว่าพวกเขามักแซวเล่นตามประสา แต่ดูเหมือนใครบางคนอาจจะมองว่ามันขัดหูขัดตาถึงได้ตีสีหน้าเคร่งขรึมเบอร์นั้น

“กลับไปได้แล้ว” พันวาโพล่งขึ้นมาดื้อๆ “คนเขาจะคุยงานกัน”

“เห็นใจกูบ้างเถอะ ทำงานทั้งวัน เวลากินเหล้ายังจะคุยเรื่องงาน มึงบ้าเปล่า” สีหราชออกตัวโวย ดันจานข้าวให้ไอ้คนตัวดี ก่อนหันมาสนใจจานตัวเอง “ไหนชิมฝีมือแม่ครัวคนสวย”

“เราทำเองเหรอ”

ศรัณย์หันมาถาม พุดตานได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ายิ้มๆ เหมือนคุณหมอตักไม่ถนัดเท่าไหร่จึงอาสาทำให้

“ขอบคุณครับ”

นอกจากจะเป็นแม่ครัว พุดตานยังรับหน้าที่ชงเหล้าให้หนุ่มๆ ใช่ว่าเธอเป็นสาวเมรี แต่เพราะกชกรเป็นตัวตั้งตัวตีสอนช่วงสมัยก่อนเพราะกลุ่มของพันวาชอบตั้งวงกันอยู่บ่อยครั้ง

“เวร !” พันวาหลุดสบถคำหยาบออกมา เมื่อเผลอปัดไปโดนแก้วกลิ้งจนน้ำหกราดคนตัวเล็ก “โทษที”

พุดตานลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ กางเกงเธอชุ่มไปด้วยแอลกอฮอล์จนกลิ่นโชยชวนเวียนศีรษะ หยิบกระดาษทิชชูพอซับไม่ให้มันหยดไปมากกว่านี้

“ไม่เป็นไรค่ะ” ให้ทนนั่งดมกลิ่นแบบนี้คงไม่ไหว “พุดขอตัวกลับก่อนดีกว่า”

“แล้วกลับยังไง เดี๋ยวพี่ไปส่ง” สีหราชเสนอตัว

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เสือ พอดีพุดปั่นจักรยานมา” ปฏิเสธไป อย่างน้อยความสะเพร่าของพันวาก็ทำให้เธอได้พักผ่อนเร็วขึ้น

“พี่เดินไปส่ง” ศรัณย์ลุกตาม “จะไปเข้าห้องน้ำพอดี เดี๋ยวกูมา” ประโยคหลังชายหนุ่มหันไปบอกเพื่อน

การที่ศรัณย์ออกตัวแบบนี้เท่ากับว่าเขาคงมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พุดตานสบตาคนที่ทำให้กางเกงเธอเปรอะเปื้อน พันวายังคงนั่งดื่มอย่างสบายใจ ทว่าหางตากลับเหล่มองมาคล้ายหาเรื่องกัน

ค้นพบอย่างหนึ่งว่าพันวาเก่งในเรื่องปั่นประสาทคนอื่นได้ดียิ่งนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel