บท
ตั้งค่า

บทที่8 หุนหัน

ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนนั่งคุยงาน รวมไปถึงนั่งกินข้าวของพนักงาน จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ขึ้นมาชั้นสองถึงดูเป็นออฟฟิศโดยแท้จริง

ต่างฝ่ายต่างทักทายเมื่อเห็นพันวาเข้ามา ฟังจากที่พวกเขาคุยกันพุดตานพอจะเริ่มเดาออกว่าบริษัทนี้ทำงานเกี่ยวกับอะไร

“คุณพันวาให้พุดมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ” ตัดสินใจถามเมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสาม เป็นห้องโล่งๆ มีโต๊ะใหญ่ คงเป็นห้องประชุม เธออยากรู้หน้าที่ตัวเองมากกว่า การที่พามาถึงที่นี่หากไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง พันวาคงไม่ลากมาแบบนี้

“หน้าที่ของเธอคือช่วยงานฉันทุกอย่าง” คนตอบเปิดเอกสารดูพลางขมวดคิ้วคล้ายสิ่งที่เห็นไม่ค่อยพึงพอใจเท่าไหร่ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นสบตา “ไม่ว่าจะงานหลัก งานรอง หรือยังไง ทำได้หรือไม่ได้ ?”

“พุดไม่ใช่คนเก่งอะไรค่ะ แต่จะเรียนรู้แล้วทำให้ดีที่สุด”

‘กลับมาแล้วก็ดี จะช่วยแบ่งเบาภาระคุณเดียว’

หลายคนพูดประโยคนี้กับเธอ ลำพังแค่งานที่ไร่ก็ท่วมหัวอยู่แล้ว พันวายังทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่แม่เลี้ยงจันผาจะเป็นห่วง

“เข้าไปนั่งรอข้างใน อีกสิบนาทีจะเริ่มประชุม ฟังและจดแล้วค่อยส่งสรุปประชุมทุกอย่างให้อีกที”

“ค่ะ” เพิ่งสังเกตเห็นว่าขอบตาคนพูดดำคล้ำ ไม่รู้เมื่อคืนได้นอนหรือเปล่า ตั้งแต่เข้ามาที่นี่หาวไปหลายรอบ แต่ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องทักท้วง

“ไง เจอกันอีกแล้ว”

อีกไม่กี่ก้าวจะถึงห้องประชุม แต่กลับมีใครบางคนชิงตัดหน้าเอาเสียก่อน

“พี่เสือ” พุดตานแปลกใจไม่น้อย “แต่เมื่อกี้พี่ยัง...”

“ลีลา อย่าให้คนอื่นรอนาน” พันวาแทรกน้ำเสียงห้วนจัด ปรายตามองผู้ช่วยตัวเองที่ออกอาการระริกระรี้เกินงาม

“ถ้าไอ้เดียวไล่ออก ไว้พุดมาทำงานกับพี่นะ” ฝ่ามือใหญ่โคลงศีรษะทุย “เปิดรับพนักงานใหม่อยู่พอดี”

พุดตานยิ้มไม่ได้ตอบอะไร กระทั่งคนข้างๆ กระแทกลมหายใจจนเธอได้ยิน หันไปจึงพบกับสายตาวาววับแบบเอาเรื่อง

“จะติดต่อขอ ‘ซื้อตัว’ ไว้ทำทีหลังก็ได้มั้ง ตรงนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่” คนอื่นๆ เริ่มทยอยขึ้นมา เริ่มหันมองกันอย่างสนใจ

“จริงจังนะมึง ไอ้เดียว” สีหราชหัวเราะในลำคอ เดินเข้าใกล้ตบบ่าเพื่อนก่อนกระซิบข้างหู “ประชุมเสร็จมึงกลับก่อนเลย เดี๋ยวกูไปส่งน้องเอง”

พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินกระแทกไหล่เพื่อน ไม่มีคำตอบให้แต่หันกลับมาสั่งผู้ช่วยทางสายตาก่อนพยักพเยิดหน้าจนร่างเล็กๆ ค้อมศีรษะให้สีหราชแล้วสาวเท้าตามหลังเขามาในห้องประชุม

โชคดีที่พันวาไม่ใช่คนสุดท้ายที่มาถึง สิ่งที่ทำให้พุดตานประหลาดใจมากกว่านั่นคือเจ้าของบริษัทนี้เป็นของสีหราช ถือหุ้นรองลงมาคือเจ้านายของเธอ อันที่จริงพุดตานคิดว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ที่ให้คนนอกอย่างเธอเข้ามานั่งในที่นี้ แต่ทุกคนไม่ได้ว่า มีเอ่ยปากถามกึ่งแซวด้วยซ้ำ

ซึ่งพันวาตอบไปแค่ว่าเธอเป็นผู้ช่วย

พอเริ่มการประชุมสีหน้าชายหนุ่มเคร่งขรึมดูเป็นงานเป็นการมากกว่าที่เคยเห็น กลัวจดหัวข้อสำคัญๆ ไม่ทันจึงต้องพึ่งการอัดเสียงจากโทรศัพท์

“งานนี้เราจะเน้นความเรียบหรูเป็นหลัก งาน luxury ไอ้เติร์กน่าจะถนัด รับไหวไหมมึง”

“จัดให้ครับพี่เสือ”

“ส่วนโครงการใหม่ที่เรากำลังยื่นเสนอ เดียวมึงรับไปนะ” สีหราชหันกลับมาบอกพันวาที่ยังนั่งนิ่ง “เรื่องเจรจา เสนอผลงานต้องมึงเท่านั้น”

“อืม”

“โครงการใหญ่ โกอินเตอร์เลยนะมึง ช่วยตอบอะไรที่ยาวกว่าคำว่าอืมได้ไหมวะ”

ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรกับการโวยวายเล่นใหญ่ของสีหราชกับพันวา บางคนถึงกับผสมโรงขึ้นเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครง ดูแล้วไม่เหมือนการประชุมเลยสักนิด แต่เหมือนการปรึกษาหารือกันมากกว่า

เท่ากับพันวารู้อยู่ก่อนแล้วว่าตัวเองจะได้รับงานนี้ เขาหันมองเธอเหมือนสั่งกลายๆ ให้ตั้งใจฟังสิ่งที่คนกลางห้องกำลังแจงรายละเอียดต่างๆ บางครั้งศัพท์บางอย่างส่งผลให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แต่ก็พยายามจดเท่าที่ตัวเองเข้าใจมากที่สุด ดีที่ตัดสินใจบันทึกเสียงในโทรศัพท์ไว้กันพลาด

เพราะถ้าเธอพลาด เสี่ยงถึงคอที่จะขาดจากบ่า

“สรุปแล้วส่งเข้าเมล” พันวาเอียงหน้าบอกข้างหู ขณะที่คนอื่นๆ ทยอยออกจากห้องหลังจากการประชุมผ่านพ้นไป “ได้เรื่องบ้างไหม หรือมัวแต่นั่งบื้อ”

“กลับถึงออฟฟิศพุดจะรีบส่งให้ค่ะ’

“ดี !” ริมฝีปากแสยะยิ้ม “ยังอยู่ในเวลางาน ไม่ใช่เวลาไปเถลไถลที่ไหน”

เขาจะปรามาสว่าเธอเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบหรือไง บางทีอยากบอกว่าไม่ต้องกลัวว่าเธอจะทำไม่คุ้มเงินเดือน เพราะทุกวันนี้ก็วิ่งวุ่นเพราะเขาอยู่คนเดียว

“ที่จริงคุณพันวาควรขึ้นเงินเดือนให้พุดนะคะ”

“ว่าไงนะ”

“พุดพูดตามเนื้องานที่ต้องทำน่ะค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ “เผื่อคุณสีหราชให้เงินเดือนเยอะกว่า”

เพราะอยู่ในที่ทำงานควรหลีกเลี่ยงพูดชื่อเล่น และอีกอย่างเธอก็อยากเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ บ้าง

“ชอบงานสบายได้เงินคุ้มกว่า ?”

“แปลกตรงไหนวะ” คนถูกพูดถึงเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะหญิงสาว ค้อมตัวลงมาโดยเท้ามือกับขอบโต๊ะ “พี่ให้พุดมากกว่าไอ้เดียวสองเท่ายังได้”

พันวาส่ายหน้ารำคาญใจในความออกตัวแรงของเพื่อน อีกฝ่ายคงรู้อยู่แล้วพุดตานไม่ใช่ผู้หญิงโง่ในด้านนี้ ที่จริงก็เป็นตัวเลือกที่ดี พลาดจากเขาไปแต่ยังได้เพื่อนมันสูสีไม่แพ้กันเท่าไหร่

“พุดขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก่อนนะคะ ตั้งใจทำตรงนี้ก่อนดีกว่า” พุดตานตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ สีหราชดูเหมือนจะเข้าใจ อีกอย่างเธอรู้ว่าเขาพูดเล่นไม่ได้จริงจัง แต่เหมือนพันวาไม่ใคร่พอใจเท่าไหร่นัก

หรือถ้าให้พูดตามจริง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาเขาไปเสียทุกอย่าง

นั่นคือสิ่งที่พุดตานหนักใจอยู่ทุกชั่ววัน เธอไม่ได้อยากมานั่งในตำแหน่งผู้ช่วยของเขา ครั้นจะปฏิเสธแม่เลี้ยงจันผาคงไม่ใช่หนทางที่ดีเท่าไหร่นัก

บุญคุณต้องทดแทน ยายสร้อยพูดคำนี้เสมอจนเธอจำขึ้นใจ แม่เลี้ยงให้ที่อยู่ที่กิน ให้การศึกษาแก่เธอ หากฝืนความต้องการท่านนอกจากตัวเองจะมีปัญหาแล้วมันอาจลามไปถึงยายสร้อย

“กลับได้แล้ว”

สีหราชขมวดคิ้วปราดตัดหน้าเพื่อน “ขอเวลาสักชั่วโมงนั่งจิบกาแฟ จะพาน้องไปส่ง”

หญิงสาวมองสลับทั้งสองไม่รู้คุยเรื่องอะไรกันแต่บรรยากาศไม่น่าเข้าแทรกเท่าไหร่ ได้แต่ยืนที่เดิมรอคำสั่งจากคนเป็นเจ้านาย

“พุดตานต้องกลับไปสรุปรายงานให้กู”

“ช้าไปสักชั่วโมงไม่น่าเป็นไร” สีหราชหรี่ตาจับผิด เปล่งเสียงแผ่วเบาแต่ตรงเข้าแทงใจ “มึงหวงก้าง ?”

เสียงนั้นดังพอทำให้คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นจากสมุดที่จดบันทึกไว้ สองสายตาสานสบกันก่อนที่ฝ่ายชายจะแค่นหัวเราะหันไปตอบเพื่อนคล้ายเป็นสิ่งไร้สาระที่สุดเท่าที่เคยพบมา

“อย่าเพ้อเจ้อ” ฝ่ามือใหญ่กำหมัดชกอกอีกคน “เวลาเป็นงานเป็นการ นั่งจิบกาแฟที่ไร่กูก็พอ”

สีหราชยิ้มกริ่มพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ “โอเค งั้นเราไปกันน้องพุด กลับรถพี่ ไอ้เดียวมันอนุญาตแล้ว”

“อ้อ ค่ะ” อย่างน้อยกลับกับสีหราชก็ยังทำให้เธอหายใจได้สะดวก มากกว่าไปกับคนที่พร้อมจะซ้ำเติมกันตลอดอย่างพันวา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel