บทที่7 อีกหนึ่งหน้าที่
ปลายนิ้วเรียวไล่ดูเมนูแล้วก็ได้แต่ขบคิดว่าเหตุใดราคาอาหารจานเดียวถึงได้แพงขนาดนี้ ลำพังเงินเดือนเธอไม่ได้เยอะ หากเข้าร้านกินแบบนี้บ่อยๆ มีหวังคงไม่มีเงินเก็บอย่างที่ตั้งไว้
“เอาเป็นข้าวผัดต้มยำ กับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วค่ะ” พนักงานรับ
ออเดอร์เรียบร้อยพร้อมแจ้งเวลาที่ต้องรอ พุดตานเหลือบมองไปทางโต๊ะที่เดินจากมา เห็นสองคนกำลังกินไปคุยไป
ที่มองไม่ใช่ว่าอะไร เพียงแต่เธอกลัวจะโดนทิ้งไว้กลางทาง อาหารก็เพิ่งสั่งไปเมื่อครู่นี่เอง
ความคิดถูกคั่น โทรศัพท์สั่นครืดๆ รายชื่อที่ปรากฏเรียกรอยยิ้มจากคนตัวเล็กราวกับได้น้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่เหนื่อยล้าตั้งแต่เช้า
ยายเก่ง เดี๋ยวนี้เริ่มใช้โทรศัพท์คล่องแล้ว
“พุดอยู่ไหนลูก ยายให้จี๊ดเอากับข้าวไปให้แต่เขาบอกพุดไม่อยู่”
“อ๋อ ออกมาทำธุระกับคุณเดียวค่ะ”
“เหรอลูก แล้วกินข้าวหรือยัง”
“เพิ่งสั่งไปเองค่ะ”
“กินเยอะๆ ช่วงนี้พุดผอมลง กลับมาไม่เท่าไหร่เอง”
“พองานเริ่มเข้าที่เข้าทางก็ไม่วุ่นแล้วค่ะยาย ไม่ต้องห่วงพุดนะ ยายแหละต้องกินเยอะๆ”
“ยายไม่กวนแล้ว ตั้งใจทำงานนะลูกนะ”
เสียงท้องร้องโครกครากพอดีกับที่พนักงานเดินมาเสิร์ฟอาหาร เห็นวัตถุดิบในจานทำให้พุดตานเข้าใจว่าเหตุใดราคาถึงสูง พอรับได้แต่ให้กินบ่อยๆ คงไม่ไหว
พุดตานตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเพราะหิวเกินกว่าจะสนใจคนรอบข้าง ทว่าใครบางคนที่เดินมาหยุดที่โต๊ะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอป้องปากรีบเคี้ยวรีบกลืนแล้วค่อยถามออกไป
ผู้ชายตรงหน้ายกยิ้มจางๆ ถือวิสาสะลากเก้าอี้ทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้าม ท่ามกลางความงุนงงของพุดตาน
“พุดจำพี่ไม่ได้เหรอ ?”
“คะ” พอเขาพูดแบบนี้มันทำให้เธอต้องใช้สายตาประเมินใบหน้าชายหนุ่ม
ภาพรางๆ ผุดขึ้นมาซ้อนทับปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกับที่เธอคิดหรือเปล่า เพราะพันวามีเพื่อนอยู่หลายคนที่วนเวียนมาหาเมื่อในอดีต
“พี่เสือเอง” รอจนหมดลุ้นเลยต้องเฉลยออกไป ไม่ได้นึกโกรธแต่เอ็นดูมากกว่าที่หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดแต่คิดยังไงก็เหมือนเจ้าตัวคิดไม่ออก “บอกจำไม่ได้อีก พี่คงน้อยใจ”
“ดูแล้วพี่เสือไม่น่าเป็นคนขี้น้อยใจนะคะ” เธอจำสีหราชได้ กำลังจะพูดเพียงแต่เขาชิงตัดหน้าก่อนก็เท่านั้น “กลับมานานแล้วเหรอคะ”
“พี่กลับมา พุดเข้ามหาวิทยาลัยพอดี” สีหราชคลี่ยิ้ม เห็นจานข้าวน้องพร่องลงไปนิดเดียวก็รู้สึกผิด “พี่กวนมื้อเที่ยงพุดหรือเปล่า”
“อ้อ” จะให้บอกยังไงดี “จริงๆ คือมื้อเช้าค่ะ”
“จะว่าไหม ถ้าพี่ขอสั่งอาหารมานั่งกินด้วย” เขาพูดแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งไลน์ยกเลิกนัดกับเพื่อนอีกคน ดีที่มันยังไม่ทันออกจากบ้าน ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอทันทีที่ข้อความหยาบคายรัวเข้ามา
เพื่อนเจอเมื่อไหร่ก็ได้เปล่าวะ
“สั่งอะไรเพิ่มไหม พี่เลี้ยงเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ” / “รวยว่างั้น ?”
สีหราชเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู เขาเองก็ลืมถามน้องว่ามาที่นี่กับใครเพราะไม่ใช่ละแวกไร่ชาผางาม แต่ก็ไม่ทันคิดว่าพุดตานอาจจะมากับพันวา
“ไม่รวยเท่าไหร่ แต่ก็พอจะเลี้ยงน้องพุดไปได้ทั้งชีวิต”
เจ้าของชื่อถึงกับชะงัก
“พุดสนใจเปล่า พี่เสือพร้อมเปย์”
“ไปได้แล้ว มีธุระต้องไป” พันวาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร ฝ่ามือใหญ่ตบบ่าเพื่อนเบาๆ “จ่ายให้ด้วยแล้วกัน พุดตาน ลุกขึ้น !”
“มึงจะรีบไปไหนไอ้เดียว น้องยังกินข้าวไม่...”
ไอ้เพื่อนเวร ! มันออกจากร้านไปทั้งที่เขายังพูดไม่จบด้วยซ้ำ หันมาอีกทีเจ้าของร่างเล็กก็ลุกขึ้นยกน้ำดื่มรวดเดียว มืออีกข้างสอดเข้ากับสายกระเป๋าแล้วก้มศีรษะให้กัน
“ไว้เจอกันค่ะพี่เสือ พุดรบกวนฝากจ่ายให้หน่อยนะคะ” เธอวางธนบัตรซึ่งเกินราคาอาหารไม่มาก แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลารอเงินทอน จำเป็นต้องฝากสีหราชอย่างเสียมารยาท พันวาเป็นบ้าอะไร ผีเข้าหรือผีออกไม่รู้ สักวันเธอคงได้เส้นสมองแตกตาย
แม้เสียดายแต่ไม่อยากทำให้หญิงสาวลำบากใจ สีหราชส่ายหน้ายิ้มๆ กับธนบัตรที่น้องวางไว้ ก่อนสายตาไปหยุดกับคนรักของเพื่อนที่นั่งอยู่หลายโต๊ะถัดไป
ช้องนางกำลังนั่งซับน้ำตา...
คนมองระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ คิดจะรักคนอย่างพันวา ยังไงก็ควรเผื่อใจไว้เยอะๆ ไม่โทษฝ่ายหญิงหรอกเพราะฝ่ายเลวคือเพื่อนเขามากกว่า
ไอ้นี่มันคิดจะปักหลักหัวใจกับใครเขาที่ไหน
ถึงคราวที่ต้องทำธุระจริงๆ พุดตานไม่คิดว่าพันวาจะมีธุรกิจอย่างอื่นนอกจากไร่ชาผางาม เพราะสถานที่ตรงหน้าคือตึกพาณิชย์สามชั้นสองคูหา เขาเพียงเอ่ยปากสั้นๆ ว่าบ่ายนี้มีประชุม
พันวาไม่เคยบอกว่าเขามีงานนอกเหนือจากที่ไร่ พุดตานเข้าใจว่านั่นไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องมานั่งแจกแจงทุกอย่างให้เธอรับรู้ มีหน้าที่คอยช่วยงานก็ต้องปรับตัวให้ทันก็เท่านั้น
กำแพงชั้นล่างถูกทุบออกทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางมากกว่าที่คิด สไตล์การออกแบบทำพุดตานตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แบบนี้เหมือนที่เธอเห็นตามเว็บที่ชอบส่องอยู่บ่อยๆ
ทุกคนย่อมมีความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง เธอเป็นหนึ่งในนั้น
“แต่วันเลยนะมึงไอ้เติร์ก”
“ไง พี่เดียว เอาไหม ?” ชายท่าทางเด็กกว่าคนหนึ่งทักก่อนที่จะเดินถึงตัว ในมือมีเบียร์เย็นเฉียบยื่นให้เจ้าของร่างสูงที่ปัดมือปฏิเสธ
“ได้หัวลื่นๆ ช่วงนี้หัวตันว่ะ”
คงสนิทสนมกันพอสมควรถึงใช้ภาษากันเองคุยกับคนถือตัวอย่างพันวาไว้
“หนีบสาวมาด้วย ใครอะพี่”
พุดตานได้ยินว่าตัวเองอยู่ในวงสนทนาเพราะอีกฝ่ายบุ้ยปากมาทางนี้ เธอจึงส่งยิ้มแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ผู้ชายที่ชื่อเติร์กเลยทำแบบเดียวกัน
“ผู้ช่วย ให้มาช่วยงาน”
เจ้าของร่างสูงตอบสั้นๆ ก่อนเบนหน้ามองเธอ
“ตามมา”
