บท
ตั้งค่า

บทที่5 จีบ

จากที่ตะวันส่องหัวแต่เหมือนอีกไม่ถึงชั่วโมงคงใกล้ลาลับขอบฟ้า นับเป็นวันเริ่มงานที่หนักหน่วงอย่างแท้จริง หมวกสานถูกใช้ทดแทนพัด เนื่องจากวันทั้งวันแดดแรงจนพุดตานเกือบหน้ามืดหลายรอบ ท้องร้องโครกครากเพราะเลยเวลาอาหารมาหลายชั่วโมง

“กินน้ำก่อนหนูพุด” ลุงอินแปงเปิดฝากระติกน้ำแล้วยื่นให้หญิงสาว “ลุงไม่เห็นเราที่โรงอาหาร ไม่ได้ไปกินกับเขาหรอกเหรอ”

พุดตานกระดกน้ำหมดแก้วรวดเดียวพลางใช้หลังมือเช็ดมุมปากอย่างลวกๆ ไม่รู้ตอนนี้กี่โมงแล้ว แต่เดาว่าคงถึงเวลาเลิกงานพอดี อยากล้มตัวลงนอนมากกว่าหาอะไรลงท้องเสียอีก

“พุดอยากทำงานให้เสร็จก่อนค่ะลุงอิน” จะว่าไปก็เหมือนทำร้ายตัวเองเหมือนกัน เพราะอยากลบคำปรามาสจากใครบางคนด้วยกระมัง

“หิวไส้กิ่วหมดแล้วมั้งลูก”

“นิดหน่อยค่ะ แต่อยากอาบน้ำนอนมากกว่า”

“ทนอีกนิด เหมือนแม่เลี้ยงจะเรียกไปกินข้าวด้วย ลุงถึงมาตามเรานี่ไง”

“อ๋อค่ะ พุดคงต้องรีบไปอาบน้ำก่อน ตัวเหม็นหมดแล้ว” ลืมอีกเรื่องที่แม่เลี้ยงฝากฝังไปแล้วด้วยซ้ำ ผู้หญิงที่ท่านหมายถึงคงเป็นคนเดียวกับที่เจอวันนี้

ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย อีกฝ่ายคล้ายเอาเรื่องพอตัว แต่จากที่เห็นเหมือนจะทะเลาะกันหรือเปล่า ไม่งั้นเจ้าตัวคงไม่เดินออกมาทั้งที่น้ำตาคลอขนาดนั้น

จะว่าแปลกใจไหมก็คงไม่ อย่างที่รู้ๆ พันวาใจร้ายจะตายไป...

ใช้เวลาอาบน้ำอาบท่าไม่ถึงสิบนาทีพุดตานรีบขึ้นเรือนไม้ เพราะไม่อยากให้แม่เลี้ยงรอนาน มาถึงเห็นยายสร้อยยืนกำกับสั่งพี่ๆ เรื่องอาหารอยู่เธอจึงย่องไปกอดเอวหญิงชราจากด้านหลัง

“ยายจ๋า”

“ปัดโธ่ ! โผล่มาแบบนี้ยายตกใจหมด” มือเล็กโดนปลดออกจากเอวก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะลูบแขนหลานรักพลางสำรวจด้วยสายตาเปี่ยมรัก “เป็นยังไงบ้างลูก ช่วยงานคุณเดียววันแรก”

“สบายมากจ้ะยาย แต่พุดยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ”

ยายสร้อยพยักหน้ายิ้มๆ เห็นหลานสาวกลับมาแล้วทำประโยชน์ช่วยแบ่งเบาภาระคุณๆ เขาได้ก็พลอยโล่งใจ พุดตานเป็นเด็กดีไม่เคยสร้างเรื่องให้เสียใจ ไม่เหมือนลูกในไส้แท้ๆ ของเธอ

“กับข้าวเสร็จแล้ว ช่วยพี่ๆ เขายกไปตั้งโต๊ะแล้วไปบอกแม่เลี้ยงทีนะลูก เหมือนท่านมีเรื่องจะคุยด้วย”

“จ้ะ ยาย”

พุดตานซ่อนสีหน้าลำบากใจไว้ภายใต้รอยยิ้ม จุดประสงค์หลักที่แม่เลี้ยงจันผาผลักเธอเข้าหาพันวานั้นไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องคู่ครองในอนาคตของหลานชายท่านมากกว่า

มื้อเย็นค่อนไปใกล้ค่ำ สองป้าหลานประจำที่โต๊ะอาหาร รู้มาว่าตอนนี้พันวาปลีกตัวไปบ้านตัวเองที่สร้างเสร็จเมื่อสองปีก่อน ห่างจากเรือนไม้ไม่ไกลเท่าไหร่เพียงแต่อยู่ช่วงเนินเขา มีแค่บางบางวันที่ชายหนุ่มจะเข้ามานอนหรือกินข้าวกับแม่เลี้ยง เช่นวันนี้

“มานั่งกินด้วยกันสิยัยพุด”

พุดตานค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเดินอ้อมไปอีกด้าน หย่อนสะโพกลงฝั่งตรงข้ามเจ้านายตัวเอง

“ทำงานกับตาเดียววันแรกเป็นยังไงบ้าง”

พันวาเหลือบมองหญิงสาวก็ไม่เห็นความกระอักกระอ่วนใจแม้แต่น้อย จะว่าไปพุดตานโตขึ้นเยอะไม่เหมือนเด็กสาวที่เอาแต่วิ่งตามกชกรต้อยๆ เหมือนในอดีต ทั้งสมหมายทั้งลุงอินแปงต่างบอกว่าเธอขยันทำงาน เอาใจใส่ และจดทุกอย่างลงสมุด ซักถามทุกอย่างที่สงสัย

จะอดทนได้สักกี่วัน

“มีอีกหลายอย่างที่พุดต้องเรียนรู้ค่ะ”

“ผมให้คนของป้าไปดูแลโซนสัตว์” บอกไปท่านก็เลิกคิ้วพลางส่งเสียงในลำคอ “คิดจะเป็นผู้ช่วยผมต้องเป็นทุกอย่าง ลงพื้นที่ได้ ตอบคำถามได้ เอกสารต้องถูกต้องและชัดเจน”

“ไร่เรามีหลายส่วน ยังไงก็ควรรู้ทุกเรื่อง พุดตานเธอมาทำหน้าที่พวกนี้ก่อนก็ดี ถึงเวลายัยกุ๊กกลับมาได้สอนกันง่ายๆ หวังให้ตาเดียวมานั่งสอนน้องนุ่ง ยัยกุ๊กคงแหกปากร้องไห้ตั้งแต่วันแรก” จันผาค่อนข้างพอใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้ไม่เกี่ยงงาน หนักเอาเบาสู้ ช่วยยายรวมถึงคนงานในบ้านทำงานมาตั้งแต่เล็ก ถึงเวลาถึงออกไปเล่นกับกชกร

พุดตานเป็นเด็กเชื่อฟังผู้ใหญ่ เพราะเหตุนี้เธอจึงไว้วางใจ

“เรื่องที่ดินที่บ้านไร่ แกว่ายังไงเจ้าเดียว”

“กำลังอยู่ในช่วงเจรจาอยู่ครับ”

“ป้าว่าครั้งหน้าถ้าจะไป อยากพายัยหนูพุดไปด้วย”

คนที่โดนเอ่ยถึงถึงกับชะงักแต่ยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกไป แวบหนึ่งนัยน์ตาคมกริบปราดมอง ก่อนเลื่อนไปยังคนเป็นป้า

“ทำไมผมต้องพาพุดตานไป”

“พุดตานเป็นคนใจเย็น มีเสน่ห์ต่อผู้หลักผู้ใหญ่ น่าจะรู้จักวิธีเข้าหามากกว่า เดียวไปกี่รอบเคยได้เรื่องหรือเปล่า พายัยหนูพุดไปด้วยคงไม่เสียหายเท่าไหร่นัก”

“งั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าคล้ายคล้อยตาม “หวังว่าสิ่งที่ป้าพูดจะเป็นจริง ผมเองก็อยากเห็นผลงานผู้ช่วยตัวเองเหมือนกัน”

“แต่ถ้าไปอาจจะต้องค้างคืน เธอไม่น่ามีปัญหาใช่ไหมพุดตาน” จันผาหันไปถามแม้รู้คำตอบอยู่ก่อนแล้ว

“ไม่มีค่ะ”

“กินข้าวกันเถอะ ไอ้ฉันก็ลืมไปมัวแต่ชวนคุยเรื่องงาน อาหารเย็นชืดหมด”

จะว่าลากพุดตานมาเป็นไม้กันหมาคงไม่ผิด หากไม่ยัดเยียดไปแบบนั้นคนที่ติดสอยห้อยตามพันวาไปคงไม่แคล้วเป็นผู้หญิงคนนั้น

ป่านนี้ยายสร้อยคงนอนแล้ว ตอนแรกพุดตานตั้งใจนั่งกินข้าวกับท่าน หลังจบมื้ออาหารเธอเป็นคนเก็บกวาดของบนโต๊ะและขอปลีกตัวออกมาล้างจาน ประจวบกับทั้งสองเดินขึ้นชั้นบนและนั่นหมายถึงหมดหน้าที่ของเธอในวันนี้

พันวาก็ยังคงเป็นพันวาคนเดิม ยิ่งกชกรไม่ได้อยู่ที่นี่เขายิ่งไม่ปิดบังถึงความอคติที่มีต่อเธอ ข้อนี้พุดตานคิดว่าคนอย่างแม่เลี้ยงจันผาน่าจะมองออก

แล้วเหตุใดท่านถึงขอความช่วยเหลือให้เธอเป็นฝ่ายจับตาถึงความสัมพันธ์ระหว่างพันวากับคนรัก

ท่านไม่อยากได้ผู้หญิงคนนั้นเป็นหลานสะใภ้ พุดตานค่อนข้างหนักใจกับสิ่งที่ต้องทำ หันไปทางไหนก็พลอยอึดอัดใจ นี่ขนาดเพิ่งกลับมาได้เพียงวันสองวัน ครั้นจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษายายคงยิ่งแล้วใหญ่

ยายแก่แล้ว ไม่ควรทำให้ท่านเครียด หรือเธอควรปรึกษากชกร ขานั้นก็มุทะลุ บอกไปเดี๋ยวได้เป็นเรื่อง อีกอย่างแม้แม่เลี้ยงจันผาไม่ได้สั่งห้ามไม่ให้บอกใคร แต่ถ้อยคำบางประโยคคล้ายบอกกลายๆ ว่าไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้

เธอถอนหายใจปัดเรื่องกวนใจออกไป พยายามเขย่งปลายเท้าเพื่อเอื้อมเด็ดดอกปีบเก็บไว้ไหว้พระบนหิ้ง เพราะเหตุนี้ถึงไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าที่คืบคลานเข้ามา

“อุ๊ย !” หญิงสาวเผลอร้องเพราะตกใจที่ถอยหลังไปชนกับบางอย่างที่ไม่น่าจะเป็นสิ่งของ จวบจนลมหายใจร้อนตกกระทบจึงรีบดึงตัวเองออกห่างทันที

“เมื่อก่อนเข้าทางยัยกุ๊ก ตอนนี้ถึงกับเข้าทางผู้ใหญ่” พันวาเดาะลิ้นใช้สายตามองชนิดที่ว่าคนโดนมองหน้าม้าน “ที่ว่ามีเสน่ห์ เข้าหาผู้ใหญ่ได้ดี ฉันอยากรู้ว่าเข้าทางด้านไหน ด้านหน้ารึด้านหลัง ?”

หยาบคายจนไม่อยากจะเสวนาด้วย

พุดตานนับหนึ่งถึงสามในใจ ไม่อยากตอบโต้คิดว่าหาวิธีเลี่ยงคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ทว่าเพียงแค่เบี่ยงตัวไปอีกทาง คนตัวโตกลับก้าวมาขวางทันควัน

“หวังว่าเธอจะเคารพคำพูดตัวเอง อย่าได้สร้างปัญหาให้ฉัน”

“ค่ะ พุดจำได้ทุกคำพูด ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของตัวเองหรือของคนอื่น” เธอจ้องตากลับไปแน่วแน่ “หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ”

พันวาหัวเราะราวกับเป็นเรื่องที่น่าขำขันเสียเต็มประดา

“อย่าสำคัญตัวผิดไป ฉันไม่ได้มีธุระกับเธอ”

“เข้าใจแล้วค่ะ” พุดตานยิ้มเย็น

“คุณพันวาคงออกมาเดินย่อยอาหาร” ทางนี้เป็นทางตันมีแต่ต้นไม้ ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรต้องเดินเข้ามาลึกถึงขนาดนี้ “พุดขอตัวก่อนนะคะ”

จากที่ตั้งใจจะเด็ดดอกไม้นำไปไหว้พระ กลับกลายเป็นว่าจิตใจไม่สงบพอที่จะสวดมนต์ด้วยซ้ำ

พันวาคนบาป เธอจะแช่งให้เขาฝันร้ายในคืนนี้ !

รถขับเคลื่อนสี่ล้อพุ่งทะยานขึ้นเนินเขา หัวคิ้วขมวดเป็นปมนึกอยากสั่งสอนคนปากดีกล้าต่อว่ากันซึ่งๆ หน้า โตแล้วปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะ อาจเพราะมีคนคอยให้ท้ายพุดตานเลยไม่กลัวกระมัง

“มาทำไร ไม่โทรหากูก่อน” พันวาเหวี่ยงตัวลงจากรถ พอดีกับที่เพื่อนเดินออกจากตัวบ้าน ทั้งที่มันเป็นอาณาเขตของเขาแต่มันไม่นึกเกรงใจสักนิด

“โทรแล้วมึงไม่รับ” สีหราชส่ายหน้าระอา

“เข้าบ้านก่อน” ดั้นด้นมาถึงที่นี่คงมีเรื่องคืบหน้าไม่น้อย “มึงกินไรมายัง”

“พูดเหมือนบ้านมึงมีไรให้กูกิน” ขนาดตัวมันเองยังชอบระเห็จไปกินข้าวกับป้าที่เรือนไม้ “ถ้ามึงขอนางแต่งงาน ป่านนี้มีศรีภรรยาทำกับข้าวรออยู่บ้านแล้ว”

“กูกลัวจะได้กินแต่ข้าวเวฟ” ช้องนางไม่ใช่แม่บ้านแม่เรือนขนาดนั้น อีกอย่างเขายังไม่พร้อมที่จะเอาบ่วงมาผูกคอ ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ

ร่างสูงเดินไปเปิดตู้เย็นคว้าเบียร์มาสองกระป๋อง โยนใส่เพื่อนมันรับได้พอดีมืออย่างเหมาะเจาะ

“เมื่อเย็นเหมือนกูเห็นพุด น้องกลับมาแล้วเหรอวะ”

คนกำลังกระดกเบียร์เข้าปากกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

“พาลูกค้ามาเที่ยวไร่มึง เห็นน้องแต่ไม่ทันได้ทัก” ริมฝีปากหนาผุดยิ้ม นึกถึงเมื่อก่อนยังจำได้ถึงเด็กตัวเล็กๆ ชอบถักผมเปียวิ่งตามน้องสาวพันวาต้อยๆ เขาว่าอะไรก็เออออตามไม่ขัดใจ

“เออ กลับมาเมื่อวันก่อน” มือหนากระแทกกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะ แค่ได้ยินชื่อผู้หญิงคนนั้นก็พาให้เขาหงุดหงิด

“สรุปกลับมาช่วยงานที่ไร่ ?”

“เป็นผู้ช่วยกู จากคำบัญชาแม่เลี้ยง”

“ก็ดี มึงได้ไม่เหนื่อย” สีหราชคลี่ยิ้ม “กูคงได้มาหามึงบ่อยขึ้น”

“ชอบ ?” ตั้งแต่เข้าบ้านมามันยังไม่หยุดพูดถึงพุดตาน

“ของแบบนี้ต้องลองคุยกัน ไม่รู้น้องจำกูได้ไหม” ตบมือข้างเดียวได้ที่ไหน “มึงหวงน้องหรือเปล่า”

“กูมีน้องคนเดียว” คนอย่างพุดตาน เขาไม่ได้นับญาติด้วย

“ตีหน้าขรึมเหมือนหมาเฝ้าบ้าน กูก็นึกว่ามึงเป็นพวกจงอางหวงไข่” สีหราชค้อมตัวมาด้านหน้า วางศอกบนหน้าขาตัวเอง หรี่ตามองเพื่อนจับพิรุธ

“มึงไม่ได้จะมาเป็นคู่แข่งกูใช่ไหม”

“ชักพูดไม่เข้าหู เลิกพูดถึงพุดตานสักที” มันเอาสมองส่วนไหนคิดที่ว่าเขาจะไปเป็นคู่แข่ง กลับมาได้ไม่กี่วันเจ้าตัวมีคนหนุนหลังมากกว่าหนึ่งคน

“รำคาญ ?”

“เข้าเรื่องได้แล้ว เสนอหน้ามาหากูเวลานี้คงไม่ได้มาพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอย่างเดียวมั้ง”

“เดี๋ยวดิ เรื่องนั้นค่อยคุย กูอยากรู้เรื่องนี้มากกว่า” สีหราชชันเข่าขึ้นโซฟาแล้วพาดแขนขึ้น “มึงเกลียดไรพุด ทำไมดูตั้งแง่กับน้องเขาจังวะ เมื่อก่อนก็เห็นสนิทกันไม่ใช่หรือไง”

เพราะพุดตานกับกชกรตัวติดกันอย่างกับอะไรดี เขาเลยมีโอกาสได้คุย เท่าที่รู้จักและได้พูดคุยบ่อยครั้งก็ไม่เห็นว่าหญิงสาวจะเป็นคนประเภทที่พันวาชังหน้า

นอกเสียจาก...

“น้องชอบมึงเหรอ” ผู้หญิงที่ผ่านๆ มาของมันมักเป็นคนไกลตัว พันวาจะไม่คบหากับคนใกล้ตัว ยิ่งใกล้ขนาดพุดตานยิ่งแล้วใหญ่ เขารู้นิสัยมันดี

พันวาปรายตามอง ส่วนมือคว้าเบียร์ขึ้นมากระดกอีกครั้งและอีกครั้ง มุมปากกระตุกยิ้มอย่างยียวน ไร้คำตอบปล่อยให้อีกฝ่ายคาดเดาไปเอง

ถึงมันไม่พูด สีหราชก็พอรู้...

พอเห็นแบบนี้ก็ทำให้นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน จะว่าเคยเข้าข้างตัวเองคงไม่ผิด เพราะมองไปที่พุดตานทีไรเขามักจะเห็นดวงตากลมโตจับจ้องมาที่ตัวเองเสมอ

ที่ไหนได้...เธอมองไอ้พันวา ไม่ใช่เขาหรอกหรือ ?

“แต่มึงไม่ได้ชอบใช่ไหม”

“ชาติหน้ากูก็ไม่ชอบ” ตอบทันควันเหมือนรอพูดอยู่แล้ว

สีหราชผงกศีรษะบันทึกคำพูดของเพื่อนลงใจ ริมฝีปากเหยียดยิ้มมาดร้าย ก่อนคว้ากระป๋องเบียร์ชนกับเพื่อนเพื่อเป็นการดีล

“ได้ยินงี้ก็ดี” ว่าแล้วก็เหล่มองอีกฝ่าย “คนอย่างมึงไม่กลืนน้ำลายตัวเองอยู่แล้ว”

“…” พันวาส่ายหน้า เตรียมลุกไปหยิบเครื่องดื่มเพิ่ม แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเพื่อน

“กูจะจีบพุด”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel