บท
ตั้งค่า

บทที่13 ไม้กันหมา

เสียงนาฬิกาปลุกทำให้คนที่เพิ่งหลับได้ไม่ถึงห้าชั่วโมงต้องลืมตาขึ้น พุดตานครางอย่างขี้เกียจ นอนบิดไปบิดมาแต่สุดท้ายจำต้องฝืนขึ้นมาพาร่างตัวเองไปอาบน้ำ

ดีแค่ไหนที่จัดแจงข้าวของใส่กระเป๋าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จะว่าไปตั้งแต่เริ่มทำงานกับพันวาเธอมีความรับผิดชอบมากขึ้นมาอีกนิด ใครๆ ล้วนบอกว่าเธอเป็นคนเรียบร้อย แต่เอาเข้าจริงน้อยคนนักจะรู้ว่าเธอไม่เหมาะกับคำว่ากุลสตรีสักนิด

‘เราศีลเสมอกันถึงคบกันได้ไง’ กชกรเคยว่าแบบนั้น

เมื่อคืนเธอเพิ่งคุยกับเจ้าตัวไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางนั้นโอดครวญลังเลว่าจะบินกลับเลยดี หรืออยู่เที่ยวต่ออีกสักพัก ข้อนี้พุดตานพอเข้าใจเพื่อน

‘ถ้าเรากลับไปต้องไม่มีเวลาเที่ยวแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น พุดทำอะไรในไร่’

‘แม่เลี้ยงให้ทำกับคุณเดียว เราเป็นผู้ช่วย’

‘จริงดิ ?’ กชกรทำหน้าเหมือนอมบอระเพ็ด

‘พุดไหวไหม แล้วโอเคเปล่า ถ้าไม่โอเคเดี๋ยวกุ๊กช่วยคุยกับป้าให้’

ใช่...กชกรรู้เรื่องเมื่อหลายปีก่อน คงเพราะเธอหลุดแสดงอาการบางอย่างเพื่อนจึงเค้นถาม

‘โอเคสิ เราทำงานส่วนไหนก็ได้’

‘แล้วเรื่องนั้นล่ะ ไม่ได้ลำบากใจใช่ไหม’

‘ไม่เลย ความชอบของคนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้ เราไม่ได้ชอบพี่ชายตัวเองแล้วสักหน่อย’

สถานะตอนนี้เหมือนเธอทำงานควบสองตำแหน่ง เพราะไม่ได้ไปแค่เจรจาที่ดินของพันวาเท่านั้น แต่ยังต้องไปติดต่องานอีกอย่าง น่าจะเป็นโพรเจกต์ที่สีหราชโยนให้พันวาในวันที่ประชุม

ไม่ได้เดินทางด้วยรถยนต์เพราะชายหนุ่มให้เหตุผลสั้นๆ ว่า ‘ขี้เกียจขับรถไกลๆ’ เธอจึงต้องจัดการจองตั๋วเครื่องบินโดยด่วน ราคาโดดขึ้นเพราะบินแบบฉุกละหุกแต่เจ้าของเงินคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่นัก

หนำซ้ำมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มอีกหนึ่งคน ตอนนี้กำลังลากกระเป๋าเดินตรงมายังเคาน์เตอร์

ช้องนางจะเป็นคนกลางช่วยประสานงาน หญิงสาวขอสลับที่นั่งกับเธอซึ่งติดกับพันวา ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในเมื่อพวกเขาเป็นคนรักย่อมต้องนั่งใกล้กันอยู่แล้ว

พุดตานผ่อนคลายไม่น้อย เวลาหนึ่งชั่วโมงเธอได้พักสายตาเมื่อนกปีกยักษ์ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า

เป็นการนั่งรถที่ชวนเวียนศีรษะยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ไม่ก็เธอคงไม่ชินกับการจราจรของเมืองหลวง พุดตานพยายามนั่งมองข้างทางที่ไม่ได้น่าพิศมัยเท่าไหร่นัก กว่าจะเดินทางมาถึงพัทยาและเข้าที่พักก็แทบแย่

“เดียวจองแบบบังกะโลไว้เหรอคะ”

ช้องนางเดินตีคู่กับพันวานำหน้าเธอไปหลายก้าว แต่ก็พอได้ยินบทสนทนาอยู่บ้าง ที่พักเธอเป็นคนจองเอง พันวาบอกแค่ว่าไม่เอาโรงแรมอยากได้แบบบังกะโล ที่ซุกหัวนอนเธอจองแค่สองที่ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าช้องนางจะเดินทางมาด้วย

“นางต้องนอนโรงแรม คุณเปลี่ยนไปนอนโรงแรมไม่ดีเหรอคะ ยังไงคืนนี้เราต้องเจอคุณเจมีที่เลาจน์อยู่ดี”

พันวามองหน้าหญิงสาวนิ่งงัน นั่นทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจเท่าไหร่ มือบอบบางที่เกาะต้นแขนร่วงผล็อยโดยปริยาย

“อย่าลืมตัวบ่อย”

“นางแค่เห็นว่ามันสะดวกกว่า”

“คุณขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” พันวาส่งคีย์การ์ดให้คนยืนน้ำตาคลอ “นอนพักเอาแรง ตอนค่ำลงมาเจอกัน ผมอยากเห็นคุณแต่งตัวสวยๆ”

พุดตานเดินปลีกตัวไปอีกทาง นี่คือถ้อยคำปลอบโยนคนรักใช่หรือเปล่านะ ดูเหมือนช้องนางหายโกรธง่ายมาก พันวาพูดแค่นั้นจากน้ำตาปริ่มขอบตอนนี้มีรอยยิ้มหวานหยดย้อยมาแทนที่เสียอย่างนั้น เดาว่าหญิงสาวคงสะดวกกับบริการของห้องโรงแรมมากกว่าบังกะโล ไม่อย่างนั้นคงขอแลกกับเธอแล้วละ

บังกะโลที่จองไว้อยู่ในเครือเดียวกับโรงแรม เพียงแต่ต้องดำเนินการเช็กอินอีกล็อบบี้หนึ่ง อยู่อีกฟากห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร

“คุณพันวาคะ”

เจ้าของร่างสูงชะลอฝีเท้าพลางหันหน้ามอง

“พุดขอแวะซื้อของก่อนได้ไหม” ร้านค้าน่าจะมียาทั่วไปขาย รู้สึกเวียนศีรษะจากการนั่งรถ อยากกินยาแล้วนอนเอาแรงสักหน่อย

“อืม เจอที่ล็อบบี้ทีเดียว” พันวาถอนหายใจ เห็นสีหน้าพุดตานแล้วเหมือนวิญญาณล่องลอยได้ ดีที่เจอลูกค้าตอนกลางคืนไม่อย่างนั้นคงได้สั่งให้นอนกักตัวอยู่ในแต่ห้อง

ระหว่างรอคนซื้อของ เขาตัดสินใจเช็กอินจะได้ไม่เสียเวลา รอไม่ถึงห้านาทีเจ้าของร่างบางเดินตัวลีบเข้ามา ท่าทางดูอ่อนแรงราวกับคนละคนกับเมื่อเช้า บ้านพักอยู่ตรงข้ามกันเงียบสงบน่าพักผ่อนพอสมควร พันวาล้วงหากุญแจห้องให้พุดตานแต่กลับต้องขมวดคิ้วเพราะเจอแค่พวงเดียว จำได้ว่าแจ้งพนักงานไปแล้วว่าจองไว้สองห้องและคิดว่าพนักงานให้มาครบ

ตกหรือหล่นตรงไหนหรือเปล่าวะ

“หาไม่เจอเหรอคะ”

“อืม ไม่รู้หล่นไปไหน” คิ้วดกดำขมวดแน่น นึกหงุดหงิดตัวเอง “เธอเข้าไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง คงเสียค่าปรับไม่เท่าไหร่”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพันวาขับรถมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักเถอะค่ะ พุดจัดการเอง”

พ่อเลี้ยงหนุ่มมองหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าแล้วเข้าห้อง

พุดตานเดินไปแจ้งพนักงานที่ล็อบบี้ จึงต้องเสียค่าปรับในการที่กุญแจหายตามกฎ จ่ายโดยบัตรเครดิตของพันวาที่ยังอยู่กับเธอ

กว่าจะลากสังขารเข้าที่พักได้เหมือนโลกหมุนเป็นลูกข่าง ไม่ได้มีไข้ ก็แค่ปวดศีรษะน่าจะเกิดจากการเมารถ ฉีกซองยาแก้ปวดเข้าปากตามด้วยน้ำดื่ม แล้วล้มตัวลงนอนโดยไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุก

การได้นอนในเวลาที่อยากนอนเป็นอะไรที่มีความสุขในห้วงเวลานี้...

ราวๆ หกโมงเย็นพุดตานตื่นขึ้นมาอาบน้ำและพิถีพิถันในการแต่งตัวแต่งหน้ามากกว่าทุกครั้ง เพราะเธอมาในฐานะผู้ช่วยของพันวา รูปลักษณ์ภายนอกถือว่าสำคัญไม่น้อย

ยืนหมุนอยู่หน้ากระจกสำรวจความเรียบร้อย เสื้อสีขาวแขนจั๊มประมาณข้อศอก แต่เปิดไหล่โชว์พอเป็นลูกเล่นไม่ทำให้ดูเรียบจนเกินไป กระโปรงเอวสูงสีฟ้ากับรองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน ส่วนผมแค่ดัดปลายประบ่าไม่ให้ดูลีบเป็นอันพอใจ

พอได้นอนพักอาการปวดหัวทุเลาลงไปมาก ขืนต้องนอนซมมีหวังพันวาคงตราหน้าว่าเธอเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเหมือนเดิม รู้ว่าคืนนี้พันวาไม่ได้ต้องการให้เธอโชว์ศักยภาพขนาดนั้น ตัวเอกของคืนนี้น่าจะเป็นช้องนางกับชายหนุ่มมากกว่า ส่วนเธอมีหน้าที่เป็นดอกไม้ประดับให้คนทั้งคู่

งานหินจริงๆ อยู่ที่อีกวันสองวันต่างหาก

‘แม่เลี้ยงอยากได้ที่ดินผืนนั้น ยายอวยพรพุดนะลูก ขอให้คุยได้อย่างราบรื่น’

คำอวยพรของยายถือเป็นเครื่องรางที่โชคดีที่สุดของเธอ

ตอนแรกพุดตานรู้สึกเหมือนตัวเองแต่งตัวเกินหน้าเกินตาไป แต่พอก้าวขาออกจากห้องก็โล่งใจ เพราะเครื่องแต่งกายของช้องนางนั้นดูเป็นทางการมากกว่าเธอหลายเท่า

“คุณพุดมาพอดี” ช้องนางผละตัวจากชายหนุ่มหันมายิ้มให้กัน “แต่งตัวแบบนี้แล้วสวยมากเลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” นานๆ เธอจะแต่งองค์ทรงเครื่อง เพราะปกติทำงานที่ไร่ก็ไม่ได้แต่งหน้าอะไรมาก บางวันขี้เกียจไม่แต่งก็ถมเถ

“ใกล้ถึงเวลาแล้ว ไปเถอะ”

เสียงเข้มห้วนจัดดังขึ้น ช้องนางตอบรับควงแขนแกร่งเดินนำหน้า ส่วนพุดตานเดินตามหลังไม่ห่าง ตาสำรวจทุกๆ พื้นที่ของที่พักซึ่งประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel