บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 แดนลับสุ่ยเยวี่ย - 2

แต่หลงจื่ออวี๋สายตาไวกว่าใคร นางเห็นว่าบนมือซึ่งเคยขาวสะอาดและเรียวยาวของเขา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลสีม่วงดำที่แตกแขนงราวสายอัสนีพาดไขว้ไปทั่วทั้งหลังมือ ดูอย่างไรก็คงไม่อาจหายเป็นปกติได้ภายในไม่กี่วัน

แผลเหล่านั้นน่าจะเป็นร่องรอยที่หลงเหลือจากการประลองกับซื่อหมิงเยว่ มิน่าเล่า วันนี้เขาจึงไม่ยอมถอดปลอกแขนสีดำออกเลย รอยแผลพวกนี้ช่างน่าเกลียดเสียจริง

หลงจื่ออวี๋ได้แต่บ่นพึมพำอยู่ในใจสองสามคำ ก่อนแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แล้วเอื้อมมือดึงชายแขนเสื้อของกู้หรานเฟิงเบาๆ

"ศิษย์พี่ วันนี้ก็ดึกมากแล้ว พวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ"

กู้หรานเฟิงพยักหน้า "ก็ดึกแล้วจริงๆ ไปกันเถอะ"

แท้จริงแล้ว เดิมทีเขาตั้งใจมาซื้อเครื่องหอมสำหรับลบรอยแผลที่มือ ร้านเล็กแห่งนี้ก็เป็นร้านที่เขาอุตส่าห์ไปสอบถามผู้อื่นจนได้มา แต่กลับไม่มีของที่เขาต้องการเลย

ระหว่างทางกลับ กู้หรานเฟิงเอ่ยถามขึ้น "จริงสิ ศิษย์น้อง ครั้งนี้เจ้าคว้าอันดับเท่าไรในการประลองใหญ่ของสำนัก?"

"อันดับหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเก้าเจ้าค่ะ" หลงจื่ออวี๋ตอบ

"หากนับเฉพาะเรือนสิบเจ็ด ก็ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดี"

"น่าเสียดายจริงๆ" กู้หรานเฟิงกล่าว

"หากเจ้าได้อันดับหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบหก ก็จะมีสิทธิ์เข้าแดนลับสุ่ยเยวี่ย"

แดนลับสุ่ยเยวี่ยเป็นแดนลับที่ผู้อาวุโสของสำนักเสวียนจี้เพิ่งค้นพบเมื่อปีก่อน เดิมทีน่าจะเป็นถ้ำพำนักของผู้บำเพ็ญเพียรผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง แม้สมบัติล้ำค่าภายในจะเทียบไม่ได้กับแดนลับเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง แต่หากใช้เป็นรางวัลสำหรับศิษย์ที่ทำผลงานโดดเด่นในการประลองใหญ่ของสำนัก ก็ถือว่าเหลือเฟือแล้ว

หลงจื่ออวี๋เองก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด แดนลับสุ่ยเยวี่ย...ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การลงมือเสียจริง

ในการประลองใหญ่ของสำนักปีนี้ หลงจื่ออวี๋ใช้เพียงวิชายันต์อักขระและค่ายกลของสำนักเสวียนจี้ที่ตนเรียนรู้มา จึงทำได้เพียงอันดับหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเก้า ขณะที่แดนลับสุ่ยเยวี่ยรองรับศิษย์ได้สูงสุดเพียงหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบหกคนเท่านั้น

หากรู้แต่แรกว่าสุดท้ายจะต้องลงมือในแดนลับแห่งนี้ ตอนนั้นนางน่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้เพิ่มอีกสักสองสามคน

กู้หรานเฟิงเดินมาส่งหลงจื่ออวี๋ถึงหน้าที่พักสตรีของเรือนสิบเจ็ด ก่อนจะแยกตัวกลับไป

แม้เรือนสิบเจ็ดจะอยู่ในเขตศิษย์สายนอก แต่สภาพแวดล้อมของที่พักสตรีกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าศิษย์สายในเลย ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำพลังวิญญาณ สนามฝึกยุทธ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ล้วนมีพร้อม แม้แต่ห้องพักก็จัดให้อยู่ห้องละสองคน ดูกว้างขวางไม่น้อย

หลังจากศิษย์พี่ที่พักห้องเดียวกับหลงจื่ออวี๋ได้รับเลือกให้เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสฝ่ายศิษย์สายในเมื่อปีก่อน นางก็อาศัยอยู่เพียงลำพังมาตลอด ชีวิตเช่นนี้สะดวกต่อการบดโอสถและเกล้าผมยิ่งนัก ถึงขั้นที่นางแอบหวังว่าสหายร่วมห้องคนใหม่จะไม่มีวันย้ายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ

เมื่อวางแผนการสำหรับอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเรียบร้อย หลงจื่ออวี๋ก็หลับใหลไปพร้อมกับความหวังอันงดงามว่าจะได้ล้างแค้นเสียที

*****

หนึ่งเดือนต่อมา ณ ทางเข้าแดนลับสุ่ยเยวี่ย หลงจื่ออวี๋ยืนอยู่ท้ายแถวของกลุ่มคน เมื่อเงยหน้ามองไปด้านหน้า ก็เห็นกู้หรานเฟิงที่ยืนอยู่เป็นคนแรกของแถว

เขายังคงมีสีหน้าเย็นชาดังเดิม ริ้วแพรสีแดงเส้นเล็กที่ผูกเรือนผมตัดกับอาภรณ์สีขาวพลิ้วไหว แม้จะมีเพียงสองสีเรียบง่าย แต่เมื่อแสงอาทิตย์สาดลอดช่องว่างระหว่างพุ่มไม้ ทิ้งเงาเป็นดวงแต้มลงบนเรือนกายของเขา ก็ยิ่งขับให้ดูงดงามโดดเด่นราวกับเปล่งประกาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel