บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 แดนลับสุ่ยเยวี่ย - 1

หลงจื่ออวี๋ไม่ชอบคำเรียก "เจ้าแมวน้อย" เอาเสียเลย มันให้ความรู้สึกราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเจ้าของ ที่อีกฝ่ายจะจับจะปั้นหรือหยอกล้ออย่างไรก็ได้ตามใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกเช้านางต้องตื่นก่อนคนอื่นถึงหนึ่งชั่วยามเพื่อเกล้ามวยผมอย่างประณีต แต่กลับมีคนบอกว่าทรงผมของนางดูเหมือนใบหูแมว จะให้นางพอใจได้อย่างไร อย่างน้อยก็ควรเหมือนเขามังกรสิ!

หลงจื่ออวี๋ข่มความไม่พอใจเอาไว้ ก่อนก้าวเข้าสู่ถนนจูเชวี่ยในยามค่ำคืนเคียงข้างกู้หรานเฟิง

ถนนจูเชวี่ยตั้งอยู่เชิงเขาของสำนักเสวียนจี้ และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสำนัก จึงเจริญรุ่งเรืองและคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ตลอดสองฟากถนนยังมองเห็นศิษย์ของสำนักเดินขวักไขว่ไปมาไม่น้อย

ยิ่งเป็นวันแรกหลังการประลองใหญ่ของสำนักสิ้นสุดลง ศิษย์จำนวนมากก็พากันออกมาพักผ่อนหย่อนใจ บ้างรวมตัวกันที่ภัตตาคาร ตั้งวงดื่มสุรากันจนกว่าจะเมามายแล้วจึงยอมกลับ โดยเฉพาะเหล่าศิษย์สายนอกที่คึกคักกันเป็นพิเศษ

แน่นอนว่าในบรรดาคนเหล่านั้น ไม่มีหลงจื่ออวี๋และกู้หรานเฟิงรวมอยู่ด้วย

คนหนึ่งสูงส่งดุจบุปผาบนยอดเขา ผู้คนทำได้เพียงเงยมองจากที่ไกล มิอาจเอื้อมถึง ส่วนอีกคนกลับเป็นผู้ที่ทุกคนดูแคลน ไม่คิดแม้แต่จะเข้าใกล้

ทว่าในเวลานี้ คนทั้งสองกลับกำลังเดินเลือกชมเครื่องประดับอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับข้างภัตตาคารด้วยกัน

ร้านแห่งนี้เป็นเพียงร้านเล็กๆ เจ้าของร้านซึ่งเป็นสตรีนั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ตรงหน้าประตูอย่างเบื่อหน่าย แทบไม่ได้ชายตามองหลงจื่ออวี๋กับกู้หรานเฟิงที่เดินเข้ามาเลย

หลังเข้ามาในร้าน กู้หรานเฟิงเดินไปมองขวดเครื่องหอมที่วางเรียงอยู่ด้านในสุดอย่างไม่ใส่ใจนัก ส่วนสายตาของหลงจื่ออวี๋กลับถูกปิ่นปักผมทองคำอันงดงามที่สุดในร้านดึงดูดในทันที

ปิ่นปักผมนั้นทำเป็นรูปดอกบัว กลีบดอกทั้งเก้าถูกแกะสลักอย่างประณีตจนดูราวกับมีชีวิต ตรงกลางฝังแก่นผลึกสีแดงโลหิตเม็ดหนึ่ง ซึ่งเปล่งประกายแวววาวภายใต้แสงเทียนอันสลัว

แก่นผลึกนั้นน่าจะเกิดจากการกลายสภาพของแก่นปีศาจหลังจากปีศาจที่แข็งแกร่งตายไป แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่นางซึ่งเป็นปีศาจเช่นกันยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโลหิตที่หลงเหลืออยู่ภายใน

น่าเสียดาย เงินเก็บที่พอจะใช้จ่ายได้ของนางก่อนหน้านี้ล้วนเอาไปลงเดิมพันกับศิษย์พี่สองคนนั้นที่ชอบซุบซิบนินทาเสียหมดแล้ว

หรือจะขโมยดี?

แม้จะไม่ได้ทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้มานานมากแล้ว...

ช่างเถอะ เพื่อปิ่นปักผมเพียงอันเดียว จะให้ทำลายหลักการที่อุตส่าห์ยึดมั่นมาตลอดก็ไม่คุ้มค่า

ขณะที่หลงจื่ออวี๋กำลังรู้สึกเสียดาย กู้หรานเฟิงก็เอื้อมมือหยิบปิ่นปักผมอันนั้นขึ้นมา

เมื่อครู่นี้เจ้าแมวน้อยมองปิ่นอันนี้อยู่นาน หรือว่านางชอบมัน?

ถ้าอย่างนั้นก็ซื้อให้นางเสียเลย ถือเป็นการขอโทษเรื่องเมื่อครู่นี้ก็แล้วกัน

"ศิษย์พี่จะซื้อให้ศิษย์พี่หญิงซื่อหรือเจ้าคะ?"

เสียงแผ่วเบาของหลงจื่ออวี๋ดังขึ้น กู้หรานเฟิงไม่ได้ตอบ เพียงเรียกเจ้าของร้านให้คิดเงิน

เจ้าของร้านยิ้มกว้าง พลางกล่าวชื่นชมว่าปิ่นดอกบัวเก้าสมบัติชิ้นนี้เป็นของล้ำค่าที่มีเพียงชิ้นเดียวในใต้หล้า ก่อนจะโก่งราคาเสียสูงลิ่ว

แต่สำหรับคุณชายใหญ่แห่งสกุลเยว่ ผู้ไม่เคยขาดแคลนเงินทองอยู่แล้ว เขาจ่ายเงินอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

หลังเก็บปิ่นดอกบัวเก้าสมบัติลงในกล่องเรียบร้อย กู้หรานเฟิงก็หยิบยันต์มิติออกมาเพื่อเก็บกล่องเข้าไป แต่ยันต์ชนิดนี้ต้องใช้เลือดจากปลายนิ้วเป็นตัวกระตุ้น เขาจึงค่อยๆ ถอดปลอกแขนสีดำที่สวมอยู่ โดยไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel