บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ข่าวหมั้นหมาย - 3

ส่วนหลงจื่ออวี๋กลับเดินตรงไปยังโต๊ะเดิมพันอย่างอารมณ์ดี ก่อนหยิบกวานทองคำที่เป็นของรางวัลของตนขึ้นมา แล้วเอ่ยกับหลินเหรินด้วยรอยยิ้ม

"ศิษย์พี่ กวานทองคำนี้ ข้าขอนำไปก่อนนะ"

น้ำเสียงของนางเย็นชากว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด

ก่อนที่หลินเหรินจะได้สติกลับคืนมา หลงจื่ออวี๋ก็เดินจากสนามประลองไปเสียแล้ว

*****

ผู้คนทั่วทั้งสำนักต่างรู้กันดีว่า ซูอวี๋อวี๋ ศิษย์สายนอกแห่งเรือนที่สิบเจ็ด เป็นสตรีผู้หลงรักกู้หรานเฟิง ศิษย์เอกของเจ้าสำนักจนถอนตัวไม่ขึ้น

นางมีรูปโฉมธรรมดา พลังวิญญาณต่ำต้อย ชาติกำเนิดก็ไม่สูงส่ง แต่กลับตามติดกู้หรานเฟิงไม่ยอมห่าง สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส ราวกับกำลังมองเทพเจ้าที่ตนเคารพบูชา

หากพูดให้ไพเราะ ก็คือมั่นคงในความรักและไม่เคยเปลี่ยนใจ แต่หากพูดกันตรงๆ...ก็เรียกได้ว่าเอาใจเขาจนหมดศักดิ์ศรี

แล้วกู้หรานเฟิงเป็นบุคคลเช่นใด?

เขาคือคุณชายใหญ่แห่งสกุลกู้ หนึ่งในสกุลใหญ่ผู้ทรงอำนาจ เป็นผู้มีรากวิญญาณสวรรค์ธาตุเดี่ยว นับแต่เข้าสำนักก็ได้เป็นศิษย์ของเจ้าสำนักทันที วันนี้ยังคว้าชัยในการประลองใหญ่ของสำนักได้ ทั้งที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี นับเป็นผู้มีพรสวรรค์หาได้ยากยิ่ง

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเฝ้ารอดูเรื่องน่าขันของซูอวี๋อวี๋ หรือก็คือหลงจื่ออวี๋

ข่าวลือที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายเหล่านี้ หลงจื่ออวี๋รับรู้ดี แต่ก็ไม่เคยใส่ใจ เพราะมันไม่มีผลกระทบต่อนางแม้แต่น้อย

สิ่งเดียวที่นางสนใจ ก็คือกู้หรานเฟิงยอมรับการเข้าใกล้ของนางหรือไม่ เขากินอาหารกลางวันที่นางโรยผงโอสถไว้ทุกวันหรือไม่ และทั้งหมดนี้จะช่วยให้นางทำตามแผนขั้นสุดท้ายได้หรือไม่

ส่วนเรื่องข่าวลือที่ว่าระหว่างกู้หรานเฟิงกับซื่อหมิงเยว่มีสัญญาหมั้นหมายกัน ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อนางมากนัก

ไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนักอย่างนั้นหรือ?

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา หลงจื่ออวี๋ก็ชะงักฝีเท้าลง ก็ยังมีผลอยู่บ้าง นางยอมรับกับตนเอง

นางรังเกียจที่สุด คือการที่สิ่งของซึ่งยังไม่ได้ตกเป็นของตน กลับถูกประทับตราว่าเป็นของผู้อื่นไปเสียก่อน

หากข่าวนั้นเป็นความจริง เช่นนั้นแผนการของนางก็คงต้องเร่งให้เร็วกว่าที่วางไว้

หลงจื่ออวี๋ยกชายกระโปรงก้าวข้ามแอ่งโคลนเล็กๆ แอ่งสุดท้าย แหวกพุ่มใบไม้สีเขียวที่ขึ้นหนาทึบ ก่อนเดินเลียบทางเดินโรยกรวดไปอีกไม่กี่ก้าว ก็มาถึงเรือนของกู้หรานเฟิง

นางยกมือเคาะประตูเบาๆ ไม่กี่ครั้ง คนด้านในก็เปิดประตูออกมาราวกับเตรียมตัวรออยู่แล้ว

ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือกู้หรานเฟิง ซึ่งเพิ่งกลับมาพักผ่อนหลังจบการแข่งขันประลองใหญ่ของสำนัก

"ศิษย์พี่"

หลงจื่ออวี๋ยิ้มหวาน แก้มขาวสะอาดแต้มสีแดงระเรื่อจางๆ นางเดินผ่านตัวกู้หรานเฟิงเข้าไปอย่างคุ้นเคย ก่อนนั่งลงบนม้านั่งหินกลางลาน แล้วเริ่มจัดสำรับอาหาร

ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถระงับความหิวได้ด้วยการกินโอสถงดธัญญาหาร โดยเฉพาะผู้มีระดับพลังอย่างกู้หรานเฟิง ซึ่งนานแล้วที่ไม่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของความอยากอาหาร

กู้หรานเฟิงเพิ่งยอมกินอาหารที่นางทำได้เมื่อหนึ่งเดือนก่อน นั่นเป็นผลจากความพยายามของหลงจื่ออวี๋ที่เฝ้าตื้อเขามานานกว่าครึ่งปี

แม้จะเรียกว่าอาหาร แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดกลับเป็นน้ำแกงหัวไชเท้าตุ๋นซี่โครงหมูชามเล็กนั้น หลงจื่ออวี๋บดโอสถหลายชนิดให้เป็นผงแล้วผสมรวมกัน ทุกครั้งที่ต้มน้ำแกง นางจะใส่ลงไปเพียงเล็กน้อย

กู้หรานเฟิงมีพรสวรรค์เหนือผู้คน ทว่าไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการหลอมโอสถนัก แม้จะสัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณอ่อนๆ ในน้ำแกง แต่นางก็ใช้ข้ออ้างต่างๆ กลบเกลื่อนผ่านไปได้ทุกครั้ง

"ดื่มน้ำแกงก่อน แล้วค่อยกินอาหารพร้อมกัน"

หลงจื่ออวี๋ยิ้มพลางเลื่อนชามน้ำแกงไปตรงหน้าเขา จากนั้นก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel