บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ข่าวหมั้นหมาย - 2

เสียงของหนักกระทบโต๊ะดังขึ้น ทำให้ทั้งสองหันกลับมาพร้อมกัน หลงจื่ออวี๋ยกยิ้มบางๆ ก่อนชี้ไปยังกวานทองคำบนโต๊ะ

"ศิษย์พี่หลิน หากศิษย์พี่กู้เป็นฝ่ายชนะ เงินเดิมพันของข้าที่ลงไว้ จะแลกกวานทองคำนั่นได้หรือไม่?"

หลินเหรินเกาศีรษะ พลางมองกองทรัพย์ตรงหน้า "ศิษย์น้องลงเดิมพันไว้ไม่น้อยก็จริง แต่หากคิดจะแลกกวานทองคำ เกรงว่ายังไม่พอ"

หลงจื่ออวี๋จึงปลดกระดิ่งสองลูกที่ห้อยอยู่ตรงเอวออก "ถ้ารวมสองสิ่งนี้ด้วยล่ะ?"

หลินเหรินเบิกตากว้าง รีบพยักหน้าติดๆ กัน

"พอ...พอแน่นอน! ไม่ทราบว่าศิษย์น้องชื่ออะไร ข้าจะได้ลงทะเบียนไว้"

หลงจื่ออวี๋มองกระดิ่งเงินทั้งสองด้วยความเสียดาย ก่อนวางมันลงบนโต๊ะ แล้วบอกชื่อที่ใช้ในสำนักเสวียนจี้

"ซูอวี๋อวี๋ ศิษย์สายนอกเรือนที่สิบเจ็ด"

มือที่กำลังจดชื่อของหลินเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าหลงจื่ออวี๋กลับไปยืนยังตำแหน่งเดิมแล้ว กำลังเงยหน้าจับจ้องการต่อสู้บนท้องฟ้าอีกครั้ง

เงามืดเหนือศีรษะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หลินเหรินดึงแขนสหายเบาๆ ก่อนกระซิบถาม

"เมื่อครู่นางบอกว่าชื่อซูอวี๋อวี๋หรือ? ชื่อนี้คุ้นหูเหลือเกิน เหมือนเจ้าจะเคยเล่าให้ข้าฟัง"

สหายพยักหน้าทันที "ใช่แล้ว! ก็คือศิษย์สายนอกที่คอยตามติดศิษย์พี่กู้ไม่ยอมห่างนั่นไง! คนที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟัง ว่าแอบเข้าเขตเรือนชั้นในทุกวันเพื่อเอาอาหารกลางวันไปส่งให้เขา ก็คือนางนี่แหละ"

"ศิษย์พี่กู้ไปที่ใด นางก็ตามไปที่นั่น เหมือนลูกเจี๊ยบเดินตามแม่ไก่ เจ้าว่านางแอบชอบศิษย์พี่กู้หรือไม่?"

"ชัดเจนขนาดนี้ยังต้องถามอีกหรือ? น่าเสียดายก็แต่ ศิษย์พี่กู้กับศิษย์พี่ซื่อกำลังจะหมั้นหมายกันแล้ว นางไม่มีทางสมหวังหรอก"

"อะไรนะ?!"

เมื่อแอบฟังมาถึงตรงนี้ หลงจื่ออวี๋ที่ก่อนหน้านี้ดูเฉื่อยชาไร้อารมณ์ พลันมีประกายขึ้นในดวงตา

แม้เสียงของผู้บำเพ็ญเพียรทั้งสองด้านหลังจะยิ่งพูดยิ่งเบาลง แต่ทุกถ้อยคำกลับยิ่งชัดเจนในโสตประสาทของนาง

หลินเหรินกระซิบเสียงแผ่ว "เบาๆ หน่อย เรื่องนี้ข้าได้ยินมาจากสหายที่อยู่สกุลซื่อ เขาสืบมาได้ว่า สกุลกู้กับสกุลซื่อกำลังจะเกี่ยวดองกัน ทั้งศิษย์พี่ซื่อและศิษย์พี่กู้ก็ตกลงแล้ว! อย่าเห็นว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังสู้กันดุเดือดเลย ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทั้งสองสกุลยังแลกของหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว"

ยิ่งทั้งสองพูดคุยกันก็ยิ่งตื่นเต้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์บนท้องฟ้าก็เริ่มเห็นผลแพ้ชนะอย่างชัดเจน

พายุลมพัดแหวกหมู่เมฆดำออกจากกัน สายฟ้าที่เหลืออยู่ไม่ดุดันรุนแรงเหมือนในตอนแรกอีกต่อไป หากกลับอ่อนแรงราวกิ่งหลิวเดียวดายที่ไหวเอนอยู่ท่ามกลางสายลม

เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ราวกับมีวัตถุขนาดมหึมาร่วงหล่นจากฟากฟ้า ทว่าเพียงชั่วพริบตา ก็ถูกกระแสลมพยุงให้ลอยอยู่กลางอากาศอีกครั้ง

แสงอาทิตย์สาดผ่านช่องว่างของหมู่เมฆ พร้อมกับร่างของกู้หรานเฟิงที่ค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้น

เขาเก็บพัดที่ใช้เป็นอาวุธ พลางยกมือจัดเรือนผมยาวที่เกือบหลุดกระจายเพราะกวานหยกหล่นหาย เชือกสีแดงที่ใช้รวบผมตัดกับคราบเลือดบนอาภรณ์สีขาว ยิ่งขับให้ภาพลักษณ์ของเขาดูสง่างามและเฉียบคมยิ่งกว่าเดิม

กู้หรานเฟิงกำมือแน่น ก่อนดึงกลับมาเบาๆ เชือกลมที่มองไม่เห็นพลันหดกลับเข้าสู่ฝ่ามือ ส่วนปลายอีกด้านที่ถูกพันไว้ คือขวานยักษ์หนักราวพันชั่งซึ่งยังมีประกายสายฟ้าวิ่งพล่านอยู่ทั่วคมขวาน

ซื่อหมิงเยว่ร่อนตัวลงมาตามหลัง สภาพของนางไม่ได้ดีกว่ากู้หรานเฟิงเลย นางหันหน้าไปยังเหล่าศิษย์ร่วมสำนักและอาจารย์ ก่อนประกาศด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด

"อาวุธของข้าถูกตีหลุดจากมือ การประลองครั้งนี้ ข้าเป็นฝ่ายแพ้"

ทั่วทั้งสนามพลันตกอยู่ในความฮือฮา หลินเหรินยืนตะลึง มองเวทีประลองเบื้องหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel