บทที่๒...ตกหลุมรักไม่รู้ตัว (๓)
แบ่งเวลาเรียนกับทำงานได้เป็นอย่างดี ถึงในห้องเรียนเขาจะหลับโดยมีเพื่อนสนิทสองคนคอยจดเลคเชอร์และเก็งข้อสอบให้ตลอด เขามีเพื่อนร่วมอาชีพอย่างแก้วเจ้าจอมที่เล่นซีรี่ส์ด้วยกันจนโด่งดัง ส่วนทิพรดาก็เป็นสายวิชาการทำงานคณะทุกอย่างที่ขวางหน้า
อย่างล่าสุดก็เป็นประธานทำละครเวทีของคณะโดยลากเขาและแก้วเจ้าจอมมาเป็นตัวเอก นอกจากทำงานในวงการบันเทิงแล้วยังโดนบังคับทำงานคณะอีก แทบไม่มีเวลาพักผ่อนจึงเอาเวลานั้นมาใช้ในห้องเรียน
แต่ช่วงหลังเขาไม่ค่อยนอนเพียงแค่ฟุบแล้วเปิดโทรศัพท์เพื่อส่งข้อความคุยกับใครบางคน หัวใจพองฟูไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลือกจะมองรูปใครบางคนที่เขาแอบถ่ายโดยหล่อนไม่รู้ ฮัมเพลงในลำคอไม่สนใจฟังอาจารย์ที่ยืนสอนอยู่ด้านหน้า
กระทั่งหมดคาบจึงพากันลงมาข้างล่างเพื่อแจกแจงงานกลุ่ม วาโยมีเพื่อนหลายกลุ่มแต่สนิทกับสองสาวมากกว่าคนอื่น สามารถพูดคุยปรับทุกข์ได้หมดโดยไม่มีใครคิดล้ำเส้นเกินเพื่อน พวกเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ แม้คนนอกจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
คิดว่าเขากับแก้วเจ้าจอมเป็นแฟนกัน...
เหอะ รายนั้นมีชายในดวงใจแล้วก็ไม่เคยมองใครอื่นอีก เห็นแล้วก็นึกหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะแอบชอบแต่รำคาญที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวเศร้า เอามาปรับทุกข์จนเขาอารมณ์แปรปรวนไปด้วย
แต่สุดท้ายก็ยังรักเหมือนเดิม ไม่ยอมเลิกรักสักที
เขาก็ต้องมากินอาหารหมากับทิพรดาจนชินแล้ว จึงรู้ว่าอย่าไปอินกับเรื่องความรักของแก้วเจ้าจอมมากนักเลย
“ไอ้โย ช่วงนี้แกดูยิ้มกับโทรศัพท์บ่อยนะ มีเรื่องอะไรที่พวกฉันไม่รู้หรือเปล่า” หรี่ตามองแล้วตั้งข้อสังเกต แต่ชายหนุ่มก็รีบเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงพลางหันไปมองทิพรดาที่มองนิ่งระหว่างรอคำตอบจากหนุ่มหล่อ
ถึงจะหล่อแค่ไหนแต่เป็นเพื่อนกันมานาน ให้คิดเกินเลยคงทำไม่ได้หรอก เห็นอีกฝ่ายเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว
“มี”
“เรื่องอะไร” สองสาวถามขึ้นพร้อมกัน
“อยากกินปาท่องโก๋ ร้านไหนอร่อย” ว่าแล้วก็เดินนำสองสาวที่ทำได้เพียงส่งเสียงในลำคอด้วยความสงสัย
“หะ...” แล้วพวกเขาก็เดินมานั่งใต้ต้นไม้เพื่อพักผ่อนแล้วแจกแจงงานที่ต้องทำร่วมกันเพื่อส่งอาจารย์ เขามีคิวถ่ายโฆษณาช่วงเย็นส่วนดาราสาวอีกคนขอพักงานในวงการหนึ่งเดือนเพื่อเร่งเคลียร์งานที่คั่งค้าง แต่เหมือนสิ่งที่ทิพรดาพูดจะไม่เข้าหัวเพื่อนดาราเลย
“พี่ใหญ่กลับไทยแล้ว! พวกแกพี่ใหญ่กลับมาแล้ว” แก้วเจ้าจอมแทบจะกระโดดโลดเต้นเมื่อทราบว่าคนของใจกลับถึงไทย เธอรีบบอกเพื่อนให้อีกฝ่ายดีใจด้วยแต่กลับถูกวาโยทำหน้าเหนื่อยใส่
“ฉันจำเป็นต้องรู้ไหม”
“จำเป็น!” บอกเสียงดังแล้วทำหน้าดุใส่เพื่อน ก่อนกลับมายิ้มเหมือนเดิมแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ทุกอย่างไร้ความหมายเมื่อผู้ชายมาถึง เขาไปต่างประเทศนานจนเธอนับวันรอที่ชายหนุ่มจะกลับบ้านเกิด
ตอนนี้เขามาถึงแล้วจะไม่ไปหาได้อย่างไร ไม่เสียเวลาอยู่มหาวิทยาลัยอีกต่อไป กำลังจะก้าวออกจากที่ตรงนั้นแต่คิดขึ้นมาได้ว่าหล่อนต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนสาวคนสนิท จึงดึงทิพรดาให้ลุดด้วย
“ฉันไปหาพี่ใหญ่ก่อนนะ อ่ะ รดาไปเลือกชุดเป็นเพื่อนหน่อยสิ ฉันจะต้องสวยที่สุดในสายตาของพี่ใหญ่” พูดถึงคนในดวงใจก็ยิ้มปากจะฉีกจนวาโยอดไม่ได้ที่จะพูดหยอก แต่กลับไปกระทบใจคนฟังจนเกือบยกมือตีเพื่อนแล้ว
“อย่าเว่อร์ พี่ใหญ่ของเธอแค่ไปทำงานไม่กี่วัน ทำอย่างกับไปเป็นปีต้องต้อนรับใหญ่โต อีกอย่างเขาก็ไม่ได้มองเธอสวยไปกว่าคนในใจของเขาหรอก”
“จิ๊ ไอ้โยอย่าขัด” แทบจะวางมวยใส่กันโดยไม่สนใจว่าคนรอบข้างหันมามอง กลายเป็นทิพรดาที่ต้องห้ามทัพเหมือนเคย แต่ร่างสูงก็ได้รับข้อความจากหญิงสาวที่อยู่คณะจึงไม่ได้สนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป ลุกยืนเต็มความสูงก่อนเดินออกจากตรงนั้น
“รำคาญ” ไม่วายหันมาพูดใส่คนตัวเล็ก จนเธอชี้หน้าเขาพร้อมตะโกนไล่หลังเสียงดังเหมือนคนมีปากเสียง ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้โกรธกันเลยสักนิด
“ไอ้บ้านี่!”
พูดจบก็แยกย้ายกันไปทำตามหัวใจของตัวเอง แก้วเจ้าจอมไปหาผู้ชายที่ตนรอ ส่วนวาโยก็ต้องไปที่กองถ่ายจะได้จัดการงานของตัวเองให้เสร็จ โชคดีที่ใช้เวลาแค่สามชั่วโมงก็ถ่ายเสร็จเพราะเป็นการเก็บภาพเท่านั้นไม่มีถ่ายวิดีโอ
งานเสร็จเรียบร้อยก็ทักหาช่อพิกุลทันที “อยู่ไหน” เหมือนเป็นเรื่องปกติของเขาไปแล้วที่จะถามเธอเช่นนี้ ระหว่างนั้นรอคำตอบก็ถึงห้องพอดีจึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สระผมที่ถูกเซ็ทด้วยเจลจนสะอาดกลับมานุ่มสวยเหมือนเดิม
‘ทำรายงานกับเพื่อนอยู่ที่คณะค่ะ ทำไมเหรอคะ’
“จะไปหา” รู้ดีว่าคำตอบของเขาคงทำเธอตกใจ มุมปากยกยิ้มยามคิดถึงหน้าหล่อนว่าต้องตกใจแน่
‘คะ! พี่จะมาทำไม คนอื่นก็พากันล้อหนูสิ’ เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราสนิทกัน ซึ่งหญิงสาวเป็นฝ่ายเข้ามาจีบแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตนเป็นคนติดอีกฝ่ายมากกว่า อยู่ใกล้แล้วสบายใจสามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง
หล่อนเป็นคนแรก...ที่เขาทำเพียงนอนกอดโดยไม่ลวนลาม
ต่างจากคนอื่นที่แค่ทิ้งตัวลงบนเตียงก็ฟัดกันนัวแล้ว
“งั้นเธอก็เอารายงานมาทำที่ห้องฉัน รีบมาล่ะ ถ้ามาช้าฉันจะเป็นคนไปหาเธอเองถึงคณะ เพื่อนเธอจะล้อฉันก็ไม่สน” เขาส่งข้อความเสร็จก็รอเธอตอบ แต่เหมือนหญิงสาวกำลังตัดสินใจจึงไม่ได้ตอบทันที จนเขาเริ่มหงุดหงิดอยากลุกไปหยิบกุญแจรถแล้วไปหาถึงคณะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
จะสามทุ่มอยู่แล้วยังทำรายงานอยู่อีก...ไม่พักผ่อนกันบ้างหรือไง
‘ค่ะ ไปเดี๋ยวนี้เลย’ ได้รับคำตอบที่พึงพอใจก็ยิ้มออกมา
รอไม่นานเธอก็บอกว่าอยู่ใต้คอนโดแล้ว เขาจึงต้องลงมาเพื่อรับอีกฝ่ายขึ้นห้องด้วยกัน ไม่มีการปิดบังหน้าตาเพราะที่พักให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกบ้าน มาอยู่ที่นี่ต่อให้หิ้วหญิงเข้าห้องบ่อยแค่ไหนก็ไม่เป็นข่าว
แต่เขาก็ไม่เคยพาใครเข้ามาเลยสักคน มีเพียงหล่อนที่ได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ต้องยอมรับว่าช่อพิกุลต่างจากคนอื่น
