บทย่อ
“คีย์การ์ดห้องฉันขอคืนแล้วกัน ต่อจากนี้เธอไม่ต้องมาที่ห้องของฉันอีก ได้กันแล้วก็ถือว่าจบไปฉันไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนเกินหนึ่งครั้ง เจอกันข้างนอกก็ไม่ต้องเข้ามาทัก ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกันเลยยิ่งดี”
บทนำ
บทนำ
โทรศัพท์ขึ้นข้อความบอกข่าวดีของเพื่อนสนิทในกลุ่ม มุมปากหยักยกยิ้มพร้อมส่งข้อความแสดงความยินดี อีกไม่นานก็คงจะมีข่าวออกว่านางเอกคนดังที่หวนคืนวงการอย่างแก้วเจ้าจอมกำลังตั้งครรภ์บุตรคนแรก ละครที่หล่อนถ่ายไว้ก็กำลังจะฉาย ร้านขนมที่เพิ่งเปิดในห้างสรรพสินค้าของสามีก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในขาขึ้นทั้งเรื่องงานและความรัก แถมยังมีสมาชิกใหม่มาเพิ่มอีกต่างหาก
จากคนที่เห็นทุกช่วงเวลาของแก้วเจ้าจอม รับรู้ทุกความรู้สึกถึงจะไม่แสดงออกก็ตาม แม้เขาจะมีเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการหลายคน แต่ถ้าถามถึงเพื่อนที่รู้ใจและพูดคุยกันทุกเรื่องก็มีเพียงทิพรดา เมธพนธ์และแก้วเจ้าจอม เลิศกรเกียรติ์นี่แหละ
ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้ได้...
แต่แม้จะเป็นเพื่อนแท้ เขาก็ไม่ได้บอกทุกเรื่องเสมอไป อย่างความรักครั้งอดีตที่พานพบความผิดหวังก็เก็บงำไว้กับตัวเองเพียงผู้เดียว จะบอกคนอื่นได้อย่างไรว่าตนถูกหลอกให้รัก ทั้งที่ภายนอกเป็นเพลย์บอยควงหญิงไม่ซ้ำหน้า
กลับโดนตลบหลังเสียได้ นึกแล้วยังหงุดหงิดไม่หายถึงเรื่องเหล่านั้นจะผ่านมาแล้วหลายปีก็ตาม
“เรามีถ่ายแบบคู่กัน ไปด้วยกันไม่เหรอคะ” ตอบข้อความของเพื่อนสนิทเรียบร้อยก็กลัดกระดุมเสื้อ พลางจ้องใบหน้าของตัวเองในกระจก ก่อนแขนเรียวจะสอดเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พร้อมซบหน้าที่แผ่นหลังกว้างแล้วสูดกลิ่นหอมประจำตัวของเขา
นางร้ายที่เล่นละครเรื่องล่าสุดด้วยกัน เธอส่งสายตาพร้อมเดินเข้ามาพูดคุย จากคำว่าพี่น้องทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เป็นคนร่วมเตียงตามความสมัครใจของทั้งสอง
แต่สิ่งที่เขาบอกหล่อนคือจะมีเพียงครั้งเดียวและไม่มีครั้งต่อไป...วันไนท์แสตนด์เท่านั้น
แค่เซ็กส์ที่ไม่มีวันพัฒนาเป็นความรู้สึกรัก เพราะสำหรับเขาแล้วไม่เคยศรัทธาในคำนั้น
รักไม่มีอยู่จริง ก็แค่คำประโลมโลกฟังดูสวยงาม...น่าขยะแขยง
“ไม่ล่ะ ไม่อยากตกเป็นข่าวอีก เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าข่าวของฉันมันเน่าเฟะแค่ไหน อยากตกเป็นหนึ่งในผู้หญิงของฉันหรือไง” ยอมรับว่าใช้ร่างกายเปลืองพอสมควร เขาก็นึกเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ทำเช่นนี้
แต่ชายหนุ่มก็เหงาเกินกว่าจะนอนคนเดียว ใครเข้ามาแล้วตกลงกันได้ก็ไปต่อ ส่วนใครที่เรื่องมากก็จัดการปัดตกไม่เข้าไปข้องแวะอีก
เขาไม่มีแฟนจริงจัง ข่าวที่ออกมาจึงกลายเป็นหนุ่มเจ้าชู้ในสายตาของประชาชน บุคคลอันตรายที่ไม่มีพ่อแม่บ้านไหนอยากให้ลูกสาวเข้าใกล้...แต่เขาสนใจหรือไงล่ะ
ไม่ได้อยากเข้าไปเป็นลูกเขยบ้านไหนเหมือนกัน อยู่โสดแบบนี้สบายจะตาย
“ค่ะ พราวอยากเป็นผู้หญิงของพี่โย”
เขาแสยะยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น ปลดมือบางออกจากเอวแล้วหันมาสบตากับเธอ ใบหน้าเย็นชากับดวงตาที่เรียบเฉยทำให้หล่อนเริ่มหุบยิ้มลง
เพื่อนรอบข้างเตือนแล้วว่าอย่ายุ่งกับผู้ชายคนนี้ เขาไม่ใช่คนที่จะรักใครจริง ผ่านเข้ามาก็ผ่านไปเหมือนชื่อของชายหนุ่ม...วาโย สรไกรสีห์
สายลมที่ไม่เคยหยุดอยู่กับใคร
แต่หล่อนไม่เชื่อคำเตือนเหล่านั้น คิดว่าตัวเองก็มีดีพอจะหยุดเขาเอาไว้ได้ แต่พอเห็นสายตาที่มองมาก็เริ่มรู้แล้วว่าคิดผิด เหมือนเธอกำลังเอาตัวมาเล่นกับไฟ สุดท้ายไฟนั้นก็คงแผดเผาทั้งร่างกายและหัวใจแหลกเป็นจุณ
“อย่าฝันอะไรที่ไม่มีทางเป็นไปได้สิ สำหรับฉันแล้ว...กับเธอครั้งเดียวก็เกินพอ”
พูดจบก็เดินไปหยิบของสำคัญแล้วออกจากห้องพักของโรงแรมที่แวะเมื่อคืน ปล่อยหญิงสาวเอาไว้ในห้องเพียงลำพังไม่ได้สนใจ จากนั้นจึงเดินไปที่รถยนต์คันหรูขับกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงเวลาก็ไปยังสตูดิโอเพื่อถ่ายแบบลงปกนิตยสาร
เขาไม่มีผู้จัดการส่วนตัวเพราะจัดการทุกอย่างเอง มันอาจจะยุ่งยากแต่ชายหนุ่มไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องจ้างผู้จัดการที่จะมาแย่งรายได้ส่วนหนึ่งของตน เขาทำทุกอย่างเองได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่
ชายหนุ่มยอมรับว่าเข้ากับคนอื่นได้ยาก ไหนจะความจุกจิกที่ผู้จัดการมักเข้ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวอีก เขาเลยตัดสินใจจัดการงานของตัวเองเสียเลย ตอนแรกอาจยากหน่อยแต่เมื่อเข้าใจระบบก็ง่ายขึ้น
ร่างสูงจอดรถที่ลานกว้างหน้าสตูดิโอ มาก่อนเวลานัดเพื่อจะได้รีบทำงานแล้วกลับไปพักผ่อน นิสัยของเขาค่อนข้างตรงต่อเวลา ทำงานออกมาได้ตามมาตรฐานบางครั้งก็ดีกว่ามาตรฐานเสียด้วยซ้ำ จึงถูกจ้างงานเสมอโดยไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของเขา
วาโยจึงกลายเป็นพระเอกระดับท็อปของช่องไปโดยปริยาย...
“หนุ่มหล่อของเรามาแล้ว” การปรากฏตัวของหนุ่มหล่อทำให้ทุกคนหันมามอง เขาพยักหน้าเป็นการทักทายโดยที่ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเช่นเดิม
เจ้าของนิตยสารลงมาดูการถ่ายรูปเองเพราะชอบผลงานและสนิทสนมกับวาโยเป็นทุนเดิม ร่างสูงเดินเข้าไปไหว้และทักทายอีกฝ่าย ถึงใบหน้าจะดูเนือยแต่เมื่อถึงเวลาต้องทำงานก็สามารถปรับโหมดได้ในทันที
ดวงตาคมเหลือบมองช่างไฟที่เริ่มจัดแสง ก่อนจะหันไปสบตากับคนที่เพิ่งมาใหม่ ใบหน้าเขาอาจดูปกติ แต่นัยน์ตากลับเบิกกว้างขึ้นก่อนกระพริบอย่างเชื่องช้าราวไม่เชื่อว่าภาพตรงหน้าจะเป็นความจริง กลัวมันคือจินตนาการของเขามากกว่า
“ช่างภาพคนใหม่มาพอดี...นี่ช่อพิกุล ช่างกล้องที่จะมาถ่ายรูปให้เราวันนี้” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่มอบให้คนรอบข้าง
แล้วเธอก็หยุดมองหน้าเขาเป็นคนสุดท้าย
“ยินดีที่ได้พบกันนะคะคุณวาโย”
เขามองเธอนิ่งโดยไม่เอ่ยตอบกลับ บรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัดจนหลายคนเริ่มมองหน้ากัน เห็นความเปลี่ยนแปลงของหนุ่มคนดัง รอยยิ้มของช่างภาพค่อยลดลงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับ ทั้งแววตายังไม่เป็นมิตรอีกต่างหาก
วาโยไม่ได้พูดอะไรกับหล่อน เลือกจะเดินเข้าห้องแต่งตัวไม่คิดทักทายช่างภาพสักคำ
พนักงานในห้องรู้ได้ทันทีว่าการถ่ายแบบวันนี้...อาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หวังเสียแล้ว

