บทที่๒...ตกหลุมรักไม่รู้ตัว (๒)
แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อขณะจ้องตาเขา พยายามไม่มองต่ำกว่าคอเพราะตอนนี้วาโยถอดเสื้อเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงกางเกงยีนส์ที่เขายังสวมไว้ เหมือนอยากล้อเล่นกับหัวใจของหล่อน จากตอนแรกที่ไม่ได้ชอบ คิดว่าเขาอยู่สูงเกินเอื้อม
บัดนี้หัวใจเริ่มทำงานไม่ปกติ จนต้องบอกตัวเองให้กลับมาเป็นคนเดิมโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจต้องเสียใจในวันข้างหน้า
“ค่ะ”
เดินเข้าห้องครัวโดยปล่อยเขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะออกไปไหนหรือเปล่า แต่หล่อนเข็ดแล้วไม่อยากออกไปผับกับเขา กว่าจะกลับถึงบ้านเล่นเอาถูกแม่บ่นจนหูชาเพราะไม่เคยกลับบ้านค่ำเลยสักครั้ง
แล้วยังมาไม่เคยไปนอนบ้านเพื่อนคนไหนอีก เธอเป็นลูกคนเดียวที่พ่อแม่หวงเป็นอย่างมาก เพื่อนคนเดียวที่บ้านยอมรับเห็นจะมีแค่เวธนที่รู้จักกันแต่เด็กเท่านั้น
ลงมือทำข้าวต้มอย่างใจเย็น ดีที่เมื่อวานหุงข้าวไว้ทำให้เหลือเต็มหม้อ เธอนำข้าวส่วนนั้นมาทำเพื่อประหยัดเวลา ปรุงรสชาติเล็กน้อยก่อนชิมจนพอใจค่อยตักใส่ชาม พอดีกับที่เจ้าของห้องเดินออกมาด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวสวมใส่สบายสำหรับอยู่บ้าน
กลิ่นหอมของอาหารเรียกให้เขามานั่งรออยู่ที่เก้าอี้ประจำ โดยมีเธอยกกับข้าวมาเสิร์ฟแล้วนั่งฝั่งตรงข้าม ทั้งสองเริ่มลงมือรับประทานอาหารด้วยกัน กลายเป็นความคุ้นชินของเราสองคนไปแล้ว
“ช่วงนี้มีสาวที่ไหนมายุ่งกับพี่หรือเปล่า” เริ่มประโยคเรียกความสนใจจากร่างสูง เขาแอบอมยิ้มกับคำถามค่อยพยักหน้าเชื่องช้า
“มี”
“ใคร” อาจเป็นผู้หญิงของเวธน์หรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นภารกิจของเธอจะสำเร็จไหม เริ่มกังวลว่าตนจะช่วยเพื่อนพิชิตใจหญิงไม่ได้ แต่เมื่อคำตอบออกมาจากปากเขาก็ทำเอามือบางถึงกับชะงัก ร้อนผ่าวที่สองแก้วจนคิดว่ามันต้องแดงก่ำแน่นอน
“เธอไง...” เขาพูดจบก็จ้องดวงหน้ามนนิ่ง
“ไม่ต้องหึงหรอกน่า ไม่มีใครมายุ่งกับฉันนอกจากเธอหรอก” ยกมือเท้าคางแล้วบอกอีกฝ่ายเสียงหวาน คนฟังอ่อนระทวยกับสายตานั้นจนต้องรีบก้มหน้ากินข้าวอย่างเดียวเพื่อหลบเลี่ยงการจ้องตาเขาที่เป็นเหมือนยาพิษ
สามารถฆ่าเธอให้ตายได้เลย...
“ค่ะ”
แล้วทั้งสองก็กินข้าวด้วยกันโดยที่เขาซดหมดชาม ไม่รู้ว่าอร่อยหรือแค่หิวกันแน่ จากนั้นจึงดื่มน้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋ต่อจนหมด หล่อนนิ่งอึ้งไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกินเยอะขนาดนี้ ทั้งที่บอกเองว่าต้องดูแลหุ่นก็ยังกินของมันอีก
ไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ
“วันนี้ว่างไหม ทำความสะอาดห้องให้หน่อย ช่วงนี้แม่บ้านไม่ว่างไม่มีใครทำให้เลย ฉันก็เหมือนจะไม่ค่อยสบายด้วย” ลุกจากเก้าอี้เมื่อกินอิ่มขณะที่เธอนำชามไปล้าง เขาไม่วายหันมาถามส่วนหล่อนก็ตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอ่ยเช่นนั้น
“พี่ป่วยเหรอ”
“อือ ทั้งเรียนทั้งทำงาน” เหมือนจะไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ เธอสำรวจภายนอกก็ไม่เห็นว่าเขาจะผิดปกติตรงไหน จึงเดินไปล้างชามจนเรียบร้อยแล้วค่อยค้นยาในกระเป๋าของตัวเองเพื่อนำมาให้อีกฝ่าย ห้องของเขาสะอาดแทบไม่มีของตกแต่ง ไม่ต้องถามถึงยาสามัญประจำบ้านเลย คงไม่มีหรอก
“กินยาหรือยัง” เจ้าของห้องนอนอยู่บนโซฟากว้างแล้วดูโทรทัศน์ไปพลาง เธอยืนข้างกายพร้อมถามด้วยความเป็นห่วง
“ยัง” ตอบแล้วเงยหน้ามองหล่อน
“ต้องกินนะคะ หนูเอายามาให้แล้ว” ยื่นยาไปตรงเขาแต่อีกฝ่ายกลับเลือกจะดึงมือของเธอก่อนออกแล้วเล็กน้อยจนร่างบางถลามานั่งบนโซฟา แต่เหมือนจะยังไม่พอใจจึงคว้าหล่อนไปกอดทำให้ตอนนี้กลายเป็นตนนอนซุกหน้าตรงแผงอกเขาพอดิบพอดี
เธอตัวแข็งทื่อเป็นหินไม่กล้าขยับกายด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าเราสองคนจะใกล้ชิดกันขนาดนี้ หัวใจของเธอเต้นรัวสอดคล้องกับอัตราการเต้นของหัวใจเขาเช่นกัน
“ไม่ต้องกินยาหรอก แค่กอดจากเธอก็พอแล้ว” กระชับอ้อมกอดแน่นแล้วจุมพิตที่ศีรษะหล่อนด้วยความเอ็นดู ทำเอาหญิงสาวมึนงงไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร หรือเป็นไม้เด็ดของพวกผู้ชายเจ้าชู้กันนะ
“พี่ พี่โยปล่อย” บอกเสียงสั่นโดยที่เขาก็ยังไม่ยอมผละห่าง กอดเธออยู่อย่างนั้นจนหญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรจึงจะเป็นอิสระ
“อือ อย่ากวนน่าช่อ คนจะพักผ่อน” เหมือนเขากำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราแล้วหล่อนยังดิ้นไปมาจนนอนไม่หลับ
“พี่ก็นอนไปสิ มากอดหนูทำไมเล่า”
“ติดหมอนข้างอยากได้ความอบอุ่น กอดแค่นี้ไม่สึกหรอหรอก ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อยอย่าหวงตัวนักได้ไหม” ไม่รู้ว่าคำตอบกวนหรือจริงกันแน่ แต่เธอยอมรับเลยว่าการกระทำของเขากำลังหลอมละลายใจตน
มีหนุ่มหล่อมานอนกอดใครบ้างจะใจแข็งไหว ยิ่งได้ใกล้ชิดเขาก็เหมือนจะหักห้ามใจได้ยากเหลือเกิน ภารกิจที่คิดว่าง่ายแต่เริ่มยากขึ้นทุกทีจนเธออยากถอนตัว ไม่กล้าจะหายใจด้วยซ้ำเพราะกลิ่นของจากกายเขายิ่งทำให้ปั่นป่วน
“อยากกินเธอ” ไม่รู้ว่าเขาพูดนั้นออกมาจากปากคนป่วยได้อย่างไร เล่นเอาหล่อนเผยอปากกว้างอย่างตกใจ
“ล้อเล่นน่า เอาไว้ค่อยกินทีหลังตอนนี้อยากนอน กว่าฉันจะได้พักมันยากแค่ไหนรู้หรือเปล่า นอนเฉยๆ ให้กันไม่ได้หรือไง” เสียงของเขาดูเหนื่อยล้าจนเธอไม่กล้ารบกวนการนอน ถึงตัวเองจะอยากลุกแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ยอมอยู่นิ่งให้ชายหนุ่มกอด
“ค่ะ”
เพราะดูเหมือนเธอเองก็เริ่มง่วงเช่นเดียวกัน ไม่นานพวกเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
โดยหล่อนซบอกเขาอยู่แบบนั้นหลายชั่วโมง...
