บทที่๒...ตกหลุมรักไม่รู้ตัว (๑)
บทที่๒...ตกหลุมรักไม่รู้ตัว
จากตอนแรกที่ต้องมาจีบเขาตามคำสั่งของเพื่อน แล้วก็คิดว่าคงโดนชายหนุ่มไล่ไปให้พ้นหน้า ภารกิจคงล่มตั้งแต่สามวันแรก โดยไม่คิดฝันมาก่อนจะลากยาวมาเป็นสัปดาห์ซึ่งเจอกับชายหนุ่มทุกวันไม่เว้นกระทั่งวันที่อีกฝ่ายไปถ่ายละคร
แทบจะเป็นผู้จัดการของวาโยเพราะรู้ตารางงานหมดทุกอย่าง วันนี้ก็ต้องแอบมาหาอีกฝ่ายหลังเลิกเรียน โดยมีถุงน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ที่นำมาด้วย อุตส่าห์ทำน้ำเต้าหู้ใส่ขวดเก็บความร้อน ส่วนปาท่องโก๋แห้งเหี่ยวเย็นชืดก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดชายหนุ่มต้องอยากกินด้วย
แล้วกินตอนเย็นจะไปอร่อยเท่าตอนเช้าได้ยังไง
คำถามค้างในใจแต่ก็เลือกจะไม่พูดออกไป เอาของยื่นตรงหน้าอีกฝ่ายเรียบร้อยก็พยายามมองซ้ายขวากลัวคนเห็น แต่ถึงจะมีคนมองมาก็คงไม่คิดว่าเรามีความสัมพันธ์กันหรอก สภาพของเธอเหมือนแม่บ้านของเขามากกว่าจะเป็นแฟนซะอีก
อีกอย่างชื่อเสียงของวาโยก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ถึงมองมาก็คิดว่าอีกไม่นานเธอคงโดนทิ้งเองนั่นแหละ
“มาแล้วค่ะ น้ำเต้าหูปาท่องโก๋ ถ้าพี่จะอยากกินทุกวันขนาดนี้ทำไมไม่ไปที่ร้านล่ะคะ” พอได้พูดคุยกันทำให้เขาทราบว่าบ้านหล่อนเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ ค่อนข้างโด่งดังในย่านนั้นเพราะเห็นมีคนไปกินแล้วเขียนรีวิวลงในบล็อก พอตนได้กินก็ติดใจจึงบอกให้เธอเอามาส่งทุกเย็น
โรงจอดรถกลายเป็นที่นัดหมายของเราสองคนไปแล้ว เธอเลิกเรียนก็วิ่งหน้าตั้งมาหาเขาทันที อีกฝ่ายเรียนนิเทศส่วนหล่อนเรียนรัฐศาสตร์ ทั้งที่ใจจริงอยากเป็นช่างภาพแต่บุพการีอยากให้ทำงานที่มั่นคงอย่างสอบรับราชการ จึงต้องตามใจแม้สมองจะไม่ได้ไปทางนั้นก็ตาม
“อยากให้ฉันไปไหว้พ่อแม่เธอเหรอ เราคุยกันแค่สัปดาห์เดียวเองจะเร็วไปหรือเปล่า” รับถุงมาถือเอาไว้เองแล้วเปิดประตูรถยนต์ สั่งทางสายตาให้เธอเข้ามานั่งจนหญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ ยอมเปิดประตูแล้วนั่งเบาะข้างคนขับ
ไม่เคยชอบรถที่เขาขับแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบอกให้เปลี่ยน เธอยังเป็นเพียงคนที่เข้ามาจีบชายหนุ่มเท่านั้น ไม่มีสถานะต่อกันซึ่งเป็นแบบนั้นก็ดีต่อเราสองคน
เธอไม่คิดจะชอบเขาอยู่แล้ว...เพราะรู้ว่าจุดจบคือตนอกหัก
ผู้ชายคนนี้รักใครไม่เป็นหรอก
ถึงคอนโดมิเนียมของวาโยก็ถอดรองเท้าผ้าใบของตนเปลี่ยนเป็นสลิปเปอร์ ช่วงนี้หล่อนทำงานช่วยที่บ้านแล้วยังต้องทำรายงานส่งอาจารย์ กระนั้นก็ยังสามารถทำภารกิจจีบหนุ่มหล่อได้เหมือนเดิม จนนึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าไม่เหนื่อยเหรอ
ส่วนเพื่อนสนิทอย่างเวธน์ก็หายหน้าหายตาไปเลย ไม่มาหาหรือถามไถ่ความเคลื่อนไหวกันสักครั้ง อีกฝ่ายคงคิดว่าเธอทำไม่สำเร็จนั่นแหละ
เพราะขนาดตัวเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เข้าใกล้หนุ่มหล่อขนาดนี้...มาคอนโดเขาเลยนะ!
“พี่กินข้าวหรือยัง” หันมาถามเหมือนเป็นเรื่องปกติ เพราะมาถึงห้องก็ต้องอาหารให้เขากินอยู่แล้ว จึงซื้อวัตถุดิบมาติดตู้เย็นเพื่อสะดวกในการสร้างสรรค์เมนู ไม่ใช่เปิดมามีแต่เบียร์อย่างเดียว ตอนนี้ตู้เย็นจึงเต็มไปด้วยผักสดและเนื้อสัตว์หลากหลาย ทั้งยังมีนมและน้ำผลไม้ให้เลือกดื่มอีกต่างหาก
เธอจัดการทุกอย่างเอง โดยเขามีหน้าที่แค่จ่ายเงินเท่านั้น รู้สึกเหมือนได้แม่บ้านมาเพิ่มโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท
“ยัง” ปลดกระดุมเสื้อออกเหมือนกับว่าอยู่คนเดียว ทั้งที่มีเธออยู่ด้วยจนร่างบางต้องหันหลบเอง ยังไม่พร้อมเจอกล้ามท้องของเขาหรอก
หัวใจได้เต้นรัวจนกระเด็นกระดอนออกมานอกอกพอดีน่ะสิ...
“หนูทำข้าวต้มให้แล้วกัน กินแค่นี้ไม่น่าจะอิ่ม” มองของที่ตนนำมาให้เขาก่อนตัดสินใจพูดออกมา เธอกำลังจะเดินเข้าครัวก็ถูกชายหนุ่มเอ่ยดักไว้
“ฉันเป็นดารา ต้องรักษาหุ่น”
“จริงด้วย! แล้วพี่กินปาท่องโก๋ทุกวันไม่เป็นอะไรเหรอ แต่จะว่าไปช่วงนี้พี่ก็อ้วนขึ้นนิดหน่อยนะ งั้นหนูไม่เอามาให้แล้ว...” ลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิทเพราะเห็นว่าเขากินทุกครั้งที่เอามาให้จนหมด เธอคิดจะเอื้อมไปหยิบถุงขนมเพื่อนำมากินเสียเอง กลับถูกเขาเบี่ยงหลบทันที
“ฉันกินได้ จะกิน เธอต้องเอามาให้ฉันทุกวันห้ามขาด ถ้าฉันโทรไปก็ต้องรับทันทีแล้วห้ามวางสายจนกว่าฉันจะวาง เข้าใจหรือเปล่า” คำสั่งออกมาจากปากของหนุ่มหล่อ แล้วเป็นประโยคที่ทำให้เธอแอบเผลอคิดไปไกล
