บทที่๑...ไม่ชอบก็ต้องจีบ (๔)
“ไปกับฉันหน่อยแล้วกัน นี่ขนมอะไรกินได้ไหม” ไม่พูดเปล่ารีบคว้าแขนเธอเพื่อพาเดินไปขึ้นรถยนต์ของตนที่จอดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันมามองเมื่อเห็นว่าเธอถือถุงบางอย่างเอาไว้ เหมือนจะเป็นของโปรดเขาเสียด้วยสิ
“ปาท่องโก๋กับสังขยาค่ะ หนูทำเองว่าจะเอามาให้พี่...” น้ำเต้าหู้ดูท่าจะไม่น่าดื่มแล้วจึงเอาออก เหลือเพียงปาท่องโก๋กับครีมสังขยาที่กินคู่กัน เธอภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมากแล้วเขาก็คว้าไปถือไว้เองพลางดึงเธอให้เดินตาม
“ขอบใจ ไปกันเลยไหม”
“ค่ะ”
คนที่สับสนมึนงงยังอุตส่าห์ตามมาขึ้นบนสปอร์ตคาร์คันหรู หย่อนตัวลงนั่งก็แทบจะหลุดไปอยู่บนพื้นดินแล้ว จะคันต่ำอะไรขนาดนี้เธอแอบบ่นในใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไป คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วมองทางข้างหน้าระหว่างรถเคลื่อนออกจากที่จอด
ยอมรับว่าสงสัยแต่ก็ยังไม่ได้ถาม ความจริงเธอไม่อยากเชื่อตั้งแต่เขาพาขึ้นมานั่งบนรถแล้ว พอจะเหลือบมองก็ไม่กล้าเพราะออร่าความหล่อกระแทกตา ไม่เคยอยู่ใกล้คนหน้าตาดีขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
เขาคงเจ้าชู้น่าดู...
ในความคิดของเธอคนหล่อมักเจ้าชู้ทุกคน จึงเป็นสาเหตุให้ไม่ค่อยมองหรือชอบคนหล่อ ขอคนหน้าตาปานกลางที่รักเดียวใจเดียวดีกว่า
“เราจะไปไหนคะ” ขับออกมาได้สักพักก็อดใจไม่ไหวหันมาถาม
“คอนโดฉันไง” ดวงตากลมเบิกกว้างแทบถลนออกมานอกเบ้า คิดว่าตัวเองอาจหูฝาดไปหรือเปล่าแต่เมื่อเขาย้ำชัดก็รู้สึกหายใจติดขัด
“คะ!”
มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
เจอครั้งแรกเขาจะพาขึ้นคอนโดเลยเหรอ วิญญาณของหล่อนหลุดลอยไปไกลขณะที่หนุ่มหล่อหันมามองพลางยกยิ้มด้วยความตลกกับหน้าตาของหล่อน
“เธอนี่ขี้ตกใจเหมือนกันนะ กล้าบุกมาจีบฉันขนาดนี้ก็ต้องทำใจไว้แล้วหรือเปล่าว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ไม่ได้ยินข่าวของฉันหรือไง...หรือคิดว่าฉันเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรม” ไม่มีการสวมหน้ากากเข้าหาแต่อย่างใด ชายหนุ่มเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่อยู่กันตามลำพัง
ข่าวคราวของเขาใช่ว่าหล่อนจะไม่ทราบ ในมหาวิทยาลัยต่างพูดถึงความเจ้าชู้ของชายหนุ่มที่มีหญิงสาวมาทะเลาะกันเพื่อแย่งเขาให้ได้ยินบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจอกับตัวเพราะไม่ได้สนใจเรื่องของหนุ่มคนดังอยู่แล้ว
แค่เรียนแล้วทำงานช่วยพ่อแม่ก็เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ถ้าไม่ถูกเพื่อนบังคับให้มาจีบเขาก็คงมองอีกฝ่ายเป็นคนดังในคณะเหมือนเดิมนั่นแหละ
ส่วนเธอก็เป็นแค่คนไร้ตัวตน ที่ชายหนุ่มไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ
“นิสัยฉันก็เป็นเหมือนข่าวที่เธอได้ยินมานั่นแหละ อย่าคิดจะเข้ามาหวังเปลี่ยนเลย ฉันเปลี่ยนนิสัยตัวเองไม่ได้” เขาพูดดักเอาไว้ก่อนเพราะหลายคนที่เข้าหาก็อยากเปลี่ยนแปลงให้เขารักเดียวใจเดียวทั้งนั้น แต่ไม่มีใครทำได้เพราะวาโยไม่คิดเลื่อนสถานะให้ใคร
ถ้าเจอคนถูกใจก็แค่นอนด้วยเท่านั้น ส่วนความสัมพันธ์ก็เป็นคู่นอน ไม่คิดอยากมีแฟนเพราะเห็นความรักที่ไม่สมหวังของบุพการีก็จำฝังใจทันที
รักจริงไม่มีในโลกหรอก...
“เอ่อ พี่เลวเหรอคะ” ถามพาซื่อจนเขาหันมามอง ยกยิ้มขำกับคำพูดของหล่อนแล้วพยักหน้าตอบตามจริง
“อ่าหะ จะว่าแบบนั้นก็ได้”
“แล้วทำไมถึงเลว คนเราไม่ได้เลวโดยเนื้อแท้หรอก น่าจะมีเหตุผลให้พี่แสดงนั้นนิสัยแบบนั้นมามากกว่า ปัญหาครอบครัว...หรือถูกหักอก” เธอเดาถูกตั้งแต่แรกเพียงแค่ชายหนุ่มไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเล่าให้หล่อนฟัง
บุคคลภายนอกมองว่าครอบครัวของเขาร่ำรวย ชายหนุ่มมีพร้อมหมดทุกสิ่ง โดยไม่ได้รู้เลยว่าตนต้องทนดูแม่ที่ร้องไห้จากการถูกบรรดาบ้านเล็กบ้านน้อยของพ่อเข้ามารังควาน ท่านไม่สู้คนแล้วก็ยอมปล่อยสามีให้ไปมีความสุขที่อื่น ส่วนตนทุกข์คนเดียวจนเขาที่อยู่บ้านหลังนั้นไม่มีความสุขเลยสักครั้ง
เมื่อเติบโตแล้วมีช่องทางหาเงินของตนเอง จึงไม่รอช้าที่จะออกจากบ้านเพื่อมาอยู่คนเดียว ตัดขาดจากเรื่องวุ่นวายน่าปวดหัวที่บ้าน
“หน้าฉันเหมือนคนอกหักมากหรือไง” ถามกลับระหว่างที่เลี้ยวเข้าคอนโดมิเนียมของตนซึ่งอยู่ไม่ห่างมหาวิทยาลัย บิดาซื้อให้พร้อมใส่ชื่อเขาเป็นเจ้าของ ถึงท่านจะเจ้าชู้ก็ยังดีที่จ่ายไม่อั้นให้ลูกชายเพียงคนเดียวที่เกิดจากเมียหลวง
“ไม่ พี่เหมือนไปหักอกคนอื่นมากกว่า” เพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่เธอกล้าตอบตามที่คิด เหมือนไม่กลัวเขาทั้งที่ความจริงไม่กล้าสบตาด้วยซ้ำ
“ถึงแล้ว”
