บท
ตั้งค่า

บทที่๑...ไม่ชอบก็ต้องจีบ (๑)

บทที่๑...ไม่ชอบก็ต้องจีบ

บ้านของเธอเป็นห้องแถวขนาดสามชั้นอยู่ติดกับถนนสายหลักที่มีรถผ่านตลอดวัน เสียงรถกลายเป็นความคุ้นชินของหญิงสาวจนไม่รู้สึกรำคาญ ถัดจากบ้านของเธอไปอีกสองหลังจะมีคลองที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่ มีเก้าอี้ยาวให้นั่งพักผ่อนและต้นไม้ให้ความร่มรื่นเต็มข้างคลอง

ม้านั่งยาวตัวที่สองใต้ร่มไม้ใหญ่กลายเป็นที่ประจำของหล่อนกับเพื่อนสนิท มักจะมานั่งพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้งเพื่อความเป็นส่วนตัว

ช่อพิกุล โชติธีเดชทำงานช่วยบุพการีเรียบร้อยก็ถูกโทรเรียกให้มาพบยังสถานที่เดิม หล่อนจึงรีบเก็บของทุกอย่าง เดินยิ้มหน้าบานมาแต่ไกลก่อนเจอกับเพื่อนชายคนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะบ้านอยู่ห่างกันเพียงแค่คลองกั้นเท่านั้น

เวธน์ บุรัสกรลูกชายเจ้าของร้านขายของชำที่กำลังจะปิดกิจการในเร็ววัน เนื่องจากการเข้ามาของนายทุนใหญ่ ร้านที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นปู่จึงต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดาย เพราะไม่มีใครเข้าร้านขายของชำรุ่นคุณปู่จนขาดกำไร

มีเพียงร้านขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ของครอบครัวช่อพิกุลที่ยังรอดพ้น เพราะลูกค้าประจำตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นปัจจุบันที่เข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ขายตอนเช้าตะวันยังไม่ทันขึ้นจนถึงช่วงบ่ายของก็หมด หากมีเวลาว่างเธอก็มักจะช่วยครอบครัวขายของเสมอ

อย่างวันนี้ก็ช่วยงานทั้งวันจนมีเวลาว่างมาคุยกับเพื่อน แล้วเพียงแค่ทราบว่าเวธน์ต้องการอะไรจากตน ก็โวยวายเสียงดังพร้อมลุกจากเก้าอี้เพื่อจะเดินกลับบ้านของตัวเอง ขาเรียวถึงถูกคว้าเอาไว้พร้อมกอดแล้วอ้อนวอนเสียงเครือ

“ขอร้องนะช่อ เธอช่วยเพื่อนคนนี้ไม่ได้เหรอ...ฉันไม่เคยตกหลุมรักผู้หญิงคนไหนตั้งแต่แรกเห็นเลย ขิมเป็นคนแรกที่ฉันรัก แค่นี้ช่วยเพื่อนไม่ได้หรือไง เธอเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

ไม่รู้ว่าจะเสียใจหรือโมโหกับคำขอนั้น ใบหน้าหวานแดงก่ำแล้วแกะมือของเพื่อนออกจากขาตัวเอง

เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอแอบชอบมานาน...ยังมาบอกให้หล่อนไปจีบผู้ชายคนอื่นอีก!

ในสายตาของเวธน์คงไม่มีเธออยู่ในนั้น เขายังวางเธอเป็นเพียงเพื่อนสนิท คนที่คิดฝันไปไกลจึงทำได้เพียงเก็บความรักเอาไว้ในใจ แล้วอยู่ในสถานะเพื่อนอย่างที่เป็นมาตลอด

“แล้วมันใช่เรื่องเหรอถึงให้ฉันไปจีบผู้ชายไม่รู้จัก อีกอย่างนายก็บอกว่าตกหลุมรักผู้หญิงหลายต่อหลายคนแล้ว ไม่เห็นจะคบยืดเลยสักคน...ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่ขอยุ่ง แค่เรียนแล้วก็ต้องมาทำงานช่วยป๊ากับแม่ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว อย่าเอาปัญหาของนายมาสุมใส่ฉันอีก”

พอเป็นอิสระก็กำลังจะเดินกลับบ้าน แต่ถูกคว้าแขนเอาไว้พร้อมกับถูกกล่าวหาจากเขา จนต้องหันมามองดวงหน้าคมที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก จนเกิดความรู้สึกที่ยากหักห้ามใจ หล่อนเองก็ไม่มั่นใจว่าคือรักแน่หรือเปล่า

เพียงแค่รู้ว่าไม่ใช่อย่างที่เพื่อนทั่วไปคิดกัน...

หรือบางทีมันอาจเป็นเพียงความผูกพันเพราะตนไม่เคยเข้าใกล้ชายคนไหนมาก่อน มีเพียงเวธน์ที่เข้ามาในโลกของเธอได้

“ใจร้าย!”

เขาปล่อยแขนเธอแล้วเดินกลับบ้านปล่อยให้ร่างบางยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ถอนหายใจเฮือกใหญ่ค่อยกลับบ้านของตัวเอง ใบหน้าหวานเรียบเฉยติดบึ้งตึง ดวงตาต่างจากขาไปลิบลับจนเดินเข้ามาในร้านก็ถูกบิดาทัก

“เวธน์กลับแล้วเหรอ” หันมองชายไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่สยามตั้งแต่รุ่นปู่ มีมรดกตกทอดคือร้านขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ขายมานานหลายสิบปีมีการพัฒนาสูตรบ้างให้ถูกปากกับคนรุ่นหลังแต่ยังคงสูตรเดิมเอาไว้

ร่างบางเดินกลับเข้ามาในร้านที่ชั้นสองและชั้นสามเป็นบ้านพักอาศัย ร้านถูกทำความสะอาดจนหมด เธอจึงเดินมาทางด้านหลังซึ่งเป็นห้องครัวสำหรับรับประทานอาหาร น่าเสียดายที่มารดาร่างกายอ่อนแอจึงมีลูกแค่คนเดียว

หล่อนจึงได้รับความรักจากทั้งป๊าและแม่เต็มที่ แต่ก็แอบเหงาที่ไม่มีพี่น้องให้พูดคุยเรื่องส่วนตัว...อย่างการแอบรักเพื่อนสนิท

เธอไม่บอกใครเลยกระทั่งมารดาที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง

“ค่ะป๊า”

นั่งลงที่เก้าอี้ประจำของตัวเอง ตอบคำถามของคุณบวรวิทย์ โชติธีเดชที่เอ็นดูเพื่อนสนิทของลูกเหมือนลูกชายอีกคน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel