บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: สายตาที่เปลี่ยนไป

รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเสิ่นรั่วหนิงเลือนหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินชื่อของชายคนนั้น

อากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่พลันเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก ดวงตากลมโตที่เคยมองลู่เยี่ยนโจวด้วยความลึกซึ้ง บัดนี้กลับฉาบเคลือบไปด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ มันเย็นชา ว่างเปล่า และแฝงไปด้วยความรังเกียจอย่างสุดซึ้งจนปิดไม่มิด

ลู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของหลานสาวด้วยความแปลกใจ กู้เหยียนเจ๋อคือผู้ชายที่เสิ่นรั่วหนิงหลงรักหัวปักหัวปำไม่ใช่หรือ ปกติแค่ได้ยินว่าคู่หมั้นมาหา เธอจะรีบวิ่งกลับห้องไปเติมแป้งและเลือกชุดที่สวยที่สุดมาต้อนรับ แต่วันนี้แววตาของเธอราวกับกำลังมองเห็นขยะสดที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า

“บอกเขาว่าฉันกำลังลงไป” เสิ่นรั่วหนิงเอ่ยเสียงเรียบกับสาวใช้

“ค่ะ คุณหนู” สาวใช้รับคำแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งกลับลงไปชั้นล่าง

เสิ่นรั่วหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความขยะแขยงที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชาติที่แล้ว ผู้ชายสารเลวคนนี้หลอกใช้ความรักของเธอเป็นเครื่องมือ ปอกลอกทรัพย์สินของตระกูลเสิ่นไปจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะถีบหัวส่งเธออย่างไม่ไยดี แล้วหันไปจดทะเบียนสมรสกับเสิ่นเมิ่งเจียว น้องสาวต่างแม่ที่ลอบคบชู้กันลับหลังเธอมาตลอด

ความเจ็บปวดในวันที่ถูกถอนหมั้นกลางงานเลี้ยง และคำพูดถากถางของเขาที่ด่าทอว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงโง่เง่าที่ไม่มีค่าอะไร ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท

หญิงสาวหันกลับมาหาลู่เยี่ยนโจว แววตาของเธออ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบตากับเขา

“น้าเล็กคะ” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกครั้ง “เรื่องในบริษัทปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อจัดการไปก่อน น้าพักผ่อนอยู่ที่บ้านเงียบๆ สักสองสามวัน แต่อย่าเพิ่งวางใจนะคะ น้าหย่าฉินไม่มีทางยอมหยุดแค่นี้แน่ เธอจะต้องหาทางโยนความผิดให้น้าอีกครั้ง น้าต้องระวังตัวให้มาก”

ลู่เยี่ยนโจวมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เธอรู้ทันแผนการของสวี่หย่าฉินตั้งแต่เมื่อไหร่”

“คนเราพอถูกบีบให้จนตรอก ก็ต้องหัดตาสว่างบ้างแหละค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงตอบเลี่ยงๆ เธอไม่อาจบอกความจริงเรื่องการเกิดใหม่ได้ “น้าเล็กเชื่อใจหนูไหมคะ”

คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ ตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ มีเพียงลู่หว่านหยาและเด็กผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้นที่เขามองว่าเป็นครอบครัว หากไม่ใช่เพราะเชื่อใจและรักสุดหัวใจ เขาคงไม่ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันเชื่อใจเธอเสมอ รั่วหนิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาหนักแน่น ราวกับคำสัตย์สาบาน

เสิ่นรั่วหนิงคลี่ยิ้มบางๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง “ขอบคุณค่ะ งั้นหนูขอตัวลงไปจัดการธุระก่อนนะคะ”

พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินลงบันไดไป แผ่นหลังเหยียดตรง สง่างามและเด็ดเดี่ยว ไม่เหลือเค้าคุณหนูผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป

ลู่เยี่ยนโจวยืนมองจนร่างบางลับสายตาไปตรงหัวมุมบันได นัยน์ตาคมกริบเบื้องหลังเลนส์แว่นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ยากจะหยั่งถึง เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต หยิบโทรศัพท์มือถือกระติกน้ำรุ่นโมโตโรล่าสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของใช้ราคาแพงระยับที่เศรษฐียุค 90 นิยมพกติดตัวขึ้นมาเสาอากาศถูกดึงออก ก่อนที่นิ้วยาวจะกดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ

รอเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็กดรับ

“ครับ ลูกพี่” เสียงห้าวๆ ของอาหลงลูกน้องคนสนิทที่ดูแลเครือข่ายธุรกิจใต้ดินของเขาดังขึ้น

“จับตาดูความเคลื่อนไหวของสวี่หย่าฉิน และคนของสวี่เจิ้นตงให้ดี” ลู่เยี่ยนโจวสั่งเสียงเย็นเยียบ “แล้วก็... ส่งคนไปสืบดูว่าช่วงนี้กู้เหยียนเจ๋อไปมั่วสุมอยู่ที่ไหน ติดต่อกับใครบ้าง เอาให้ละเอียดทุกฝีก้าว อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว”

“รับทราบครับลูกพี่ จะให้ผมจัดการส่งคนไปเตือน พวกมันด้วยไหมครับ”

“ยังไม่ต้อง แค่จับตาดูไว้ก็พอ ฉันอยากรู้ว่าพวกมันกำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่” ลู่เยี่ยนโจวกดวางสาย แววตาของเขาดุดันขึ้น ร่างกายสูงใหญ่กำยำแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาเงียบๆ ในเมื่อหลานสาวของเขาเลือกที่จะลุกขึ้นสู้ เขาก็จะเป็นเงาที่คอยค้ำยันและกวาดล้างขยะพวกนี้ให้พ้นทางเอง

ณ ห้องรับแขกเล็กชั้นล่าง

โซฟาบุหนังสีน้ำตาลเข้มสไตล์วิกตอเรียนตั้งโดดเด่นอยู่กลางห้อง บนโต๊ะกระจกเตี้ยมีแจกันดอกไม้ประดับและชุดถ้วยชาเคลือบเงาวางอยู่ กู้เหยียนเจ๋อนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเดี่ยว ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีสวมชุดสูทสีเทาอ่อนตัดเย็บเข้ารูป เส้นผมถูกปาดเจลเรียบแปล้ไปด้านหลังตามความนิยมของนักธุรกิจหนุ่มนักเรียนนอกยุคนี้

ในมือของเขาถือช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ ภายนอกเขาดูเหมือนสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์แบบ แต่แววตาที่กรอกไปมากลับเต็มไปด้วยการคำนวณผลประโยชน์

ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา กู้เหยียนเจ๋อก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนที่ฝึกฝนมาเป็นร้อยหน้ากระจก

“หนิงหนิง พี่มาแล้ว”

เสิ่นรั่วหนิงเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเรียบเฉย เธอไม่ได้สวมชุดเดรสกระโปรงบานสีหวานเหมือนอย่างเคย แต่วันนี้เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกางเกงสแล็คสีดำเอวสูงที่เน้นทรวดทรงเพรียวบาง ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางหนาเตอะ มีเพียงริมฝีปากที่แต้มลิปสติกสีชมพูระเรื่อ แต่กลับดูสวยสะกดสายตาจนกู้เหยียนเจ๋อถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าคู่หมั้นที่เขาแอบรำคาญมาตลอด จะมีมุมที่ดูดึงดูดและเย่อหยิ่งได้ถึงเพียงนี้

“คุณชายกู้ ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่คะ” เสิ่นรั่วหนิงเอ่ยทักทาย น้ำเสียงของเธอไม่ได้เย็นชาจนเกินไป แต่ก็ห่างเหินจนคนฟังรู้สึกได้

กู้เหยียนเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป ปกติเธอจะเรียกเขาว่า ‘พี่เจ๋อ’ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเสมอ แต่เขาเลือกที่จะมองข้ามมันไป ชายหนุ่มยื่นช่อกุหลาบแดงไปตรงหน้าเธอ

“พี่ได้ยินข่าวลือแปลกๆ ในวงการธุรกิจ ว่าที่บ้านหนิงหนิงมีเรื่องวุ่นวายเรื่องเงินกงสี พี่เป็นห่วงแทบแย่ เลยรีบแวะมาดู ดอกไม้นี่พี่ตั้งใจเลือกเองกับมือเลยนะ หวังว่ามันจะช่วยให้หนิงหนิงอารมณ์ดีขึ้น”

เสิ่นรั่วหนิงปรายตามองดอกกุหลาบช่อใหญ่ เธอไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ ปล่อยให้กู้เหยียนเจ๋อยืนค้างอยู่อย่างนั้น

“ข่าวลือในวงการธุรกิจยุคนี้ไปไวกว่าเพจเจอร์เสียอีกนะคะ เรื่องเพิ่งเกิดในบ้านฉันแท้ๆ แต่คุณชายกู้กลับรู้เรื่องเร็วยิ่งกว่าตำรวจเสียอีก” เธอแค่นยิ้มบางๆ พลางเดินเบี่ยงไปนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม “ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ แต่วางไว้บนโต๊ะเถอะ ฉันแพ้เกสรดอกไม้ คุณคงลืมไปแล้ว”

กู้เหยียนเจ๋อหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย เขาค่อยๆ วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะกระจก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “พี่... พี่ขอโทษ ช่วงนี้พี่งานยุ่งมากจนเบลอไปหมด หนิงหนิงอย่าโกรธพี่เลยนะ”

เขาขยับตัวมานั่งลงบนโซฟายาวฝั่งเดียวกับเธอ เว้นระยะห่างเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาจากตัวเขา แต่ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมผู้ชายนั้น เสิ่นรั่วหนิงกลับได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ที่คุ้นเคยเจือปนอยู่จางๆ

มันคือกลิ่นน้ำหอมชาแนลที่เสิ่นเมิ่งเจียวเพิ่งฝากเพื่อนหิ้วมาจากฮ่องกงเมื่ออาทิตย์ก่อน

ความสะอิดสะเอียนแล่นปราดขึ้นมาในอก เสิ่นรั่วหนิงต้องใช้ความอดทนอย่างหนักที่จะไม่หยิบถ้วยชาสาดใส่หน้าผู้ชายตรงหน้า เธอขยับตัวหนีไปชิดพนักวางแขนอย่างแนบเนียน

“ฉันไม่โกรธหรอกค่ะ เข้าใจว่าคุณงานยุ่ง ยุ่งจนต้องแอบไปพักผ่อนที่อื่นก่อนจะแวะมาที่นี่” เธอพูดลอยๆ แสร้งทำเป็นหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบ

กู้เหยียนเจ๋อสะดุ้งเล็กน้อย แววตาลุกลี้ลุกลน “หนิงหนิงพูดอะไร พี่ไม่เข้าใจ พี่ตรงมาจากบริษัทเลยนะ ว่าแต่ เรื่องเงินกงสีที่หายไป ตกลงว่าลู่เยี่ยนโจวเป็นคนขโมยไปจริงๆ หรือเปล่า พ่อของหนิงหนิงจัดการเรื่องนี้ยังไง พี่ได้ยินมาว่าจำนวนเงินมันตั้งห้าแสนหยวน ถ้าหมุนเงินไม่ทันจริงๆ บริษัทกู้ของพี่พอจะช่วยซัพพอร์ตได้นะ”

หางจิ้งจอกโผล่แล้วสินะ เสิ่นรั่วหนิงลอบยิ้มหยันในใจ กู้เหยียนเจ๋อไม่ได้มาเพราะเป็นห่วงเธอ แต่มาเพื่อล้วงข้อมูลว่าแผนการที่สวี่หย่าฉินวางไว้สำเร็จหรือไม่ และแสร้งทำตัวเป็นพ่อพระเสนอเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อใจพ่อของเธอ

“ใครบอกคุณคะว่าเงินกงสีหาย” เสิ่นรั่วหนิงวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะกระจกดังดังกริ๊ก “เรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความเข้าใจผิดทางบัญชี น้าเล็กไม่ได้ขโมยเงินไป และเงินของตระกูลเสิ่นก็ยังอยู่ครบทุกหยวน พ่อเพิ่งจะตรวจสอบเสร็จเมื่อครู่นี้เองค่ะ”

“อะไรนะ ไม่ได้หายไปงั้นเหรอ” กู้เหยียนเจ๋อเผลอหลุดเสียงดังด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยปั้นยิ้มหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาทันที

เป็นไปได้อย่างไร สวี่หย่าฉินบอกเขาเองว่าโอนเงินเข้าบริษัทตงเฟิงไปแล้ว และหลักฐานทุกอย่างก็มัดตัวลู่เยี่ยนโจวแน่นหนา แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้

“ดูคุณชายกู้จะตกใจมากเลยนะคะ ที่เงินของบ้านฉันไม่ได้หายไป” เสิ่นรั่วหนิงจ้องหน้าเขาด้วยแววตารู้ทัน “หรือว่าคุณ รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่วงหน้าอยู่แล้ว?”

“ปะ... เปล่า พี่แค่แปลกใจน่ะสิ ข่าวลือมันน่ากลัวจริงๆ” กู้เหยียนเจ๋อรีบปรับสีหน้า กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าวันนี้ดูแปลกไปมาก ราวกับว่าดวงตากลมโตคู่นั้นสามารถมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจเขาได้

เขาเริ่มรู้สึกสูญเสียการควบคุม เสิ่นรั่วหนิงที่เคยว่าง่ายและคอยตามใจเขาหายไปไหน ทำไมเธอถึงมีท่าทีเย็นชาและต่อต้านเขาขนาดนี้ หรือว่าเธอจะระแคะระคายเรื่องที่เขาแอบไปหาเสิ่นเมิ่งเจียว

ไม่ได้การละ เขาจะปล่อยให้ขุมทรัพย์ตระกูลเสิ่นหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด

“หนิงหนิง พี่ว่าวันนี้เราดูห่างเหินกันจังเลยนะ” กู้เหยียนเจ๋อใช้ไม้ตายเดิม แสร้งทำน้ำเสียงตัดพ้อและขยับตัวเข้าไปใกล้อีก “ช่วงนี้พี่อาจจะไม่มีเวลาให้ แต่พี่รักและเป็นห่วงหนิงหนิงมากนะรู้ไหม เรากำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว พี่ไม่อยากให้เราต้องมานั่งผิดใจกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

เขาพูดพลางเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือเรียวบางของเธอมากุมไว้ หวังจะใช้สัมผัสอ่อนโยนหลอกล่อให้เธอใจอ่อนเหมือนทุกครั้ง

เสิ่นรั่วหนิงเบิกตากว้าง ความขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนทนไม่ไหว เธอเตรียมจะสะบัดมือหนีและตบหน้าผู้ชายสารเลวคนนี้ให้ตื่นจากฝันกลางวัน

แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของกู้เหยียนเจ๋อจะแตะโดนผิวของเธอ

หมับ!

ฝ่ามือใหญ่ที่ร้อนผ่าวและทรงพลังราวยกคีมเหล็ก พุ่งเข้ามาจับหมับเข้าที่ข้อมือของกู้เหยียนเจ๋ออย่างรวดเร็วและรุนแรง แรงบีบมหาศาลทำเอากระดูกข้อมือของชายหนุ่มนักเรียนนอกลั่นกร๊อบ!

“โอ๊ย!” กู้เหยียนเจ๋อร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวทันที เขาตวัดสายตาขึ้นมองผู้บุกรุกด้วยความโกรธจัด

ร่างสูงใหญ่ของลู่เยี่ยนโจวยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ กลิ่นอายคุกคามและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุที่กำลังก่อตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินจ้องมองกู้เหยียนเจ๋อราวกับมัจจุราชที่กำลังมองดูเหยื่ออันโอชะ

“มือน่ะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของลู่เยี่ยนโจวเย็นเยียบจนแทบจะแช่แข็งอากาศในห้อง “ถ้าไม่รู้จักเก็บให้เป็นที่ ก็อย่ามีมันเลยดีกว่า”

กู้เหยียนเจ๋อหน้าซีดเผือด พยายามดึงมือกลับ แต่แรงบีบของลู่เยี่ยนโจวกลับเพิ่มขึ้นจนเขารู้สึกเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกละเอียด “ลู่เยี่ยนโจว แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ แกเป็นแค่น้องบุญธรรมของบ้านนี้ มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับฉัน ฉันเป็นคู่หมั้นของรั่วหนิงนะ”

“คู่หมั้น” ลู่เยี่ยนโจวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและน่ากลัวที่สุด “ก็แค่คำสัญญาลมปากของผู้ใหญ่ ตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส เธอก็ยังเป็นคนของตระกูลเสิ่น เป็นหลานสาวที่ฉันต้องดูแล”

เขาสะบัดข้อมือของกู้เหยียนเจ๋อทิ้งอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลักล้มกลิ้งไปกระแทกกับพนักพิงโซฟา

เสิ่นรั่วหนิงนั่งนิ่งอึ้ง เธอมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยเย็นชาและด้านชาพลันเต้นรัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

ชายคนนี้ไม่ว่าจะในอดีตชาติที่ถูกไฟแผดเผา หรือในชาตินี้ที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู เขาก็ยังคงเป็นภูเขาหินสกัดที่ตั้งตระหง่านปกป้องเธอเสมอ

กู้เหยียนเจ๋อกุมข้อมือตัวเองที่แดงเถือก ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น “ลู่เยี่ยนโจว แกจำไว้เลยนะ แกกล้าทำร้ายฉัน วันนี้แกจะต้องเสียใจ” เขาหันไปมองเสิ่นรั่วหนิงที่นั่งเงียบอยู่ “หนิงหนิ! ดูสิ่งที่น้าของเธอทำสิ เธอจะปล่อยให้เขาทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้เหรอ”

เสิ่นรั่วหนิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เธอเดินอ้อมโซฟามายืนเคียงข้างลู่เยี่ยนโจว สายตาที่มองกู้เหยียนเจ๋อไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย

“น้าเล็กทำอะไรผิดคะ?” เธอเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตาเฉียบขาด “คุณกู้ต่างหากที่ล้ำเส้นก่อน บ้านเสิ่นมีกฎเกณฑ์ หากยังไม่แต่งงาน การถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงในที่รโหฐานถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง น้าเล็กในฐานะผู้ปกครองของฉัน เขาแค่เข้ามาตักเตือน หรือคุณกู้คิดว่าการกระทำของตัวเองถูกต้องแล้ว”

กู้เหยียนเจ๋ออ้าปากค้าง พูดไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าเสิ่นรั่วหนิงจะเข้าข้างลู่เยี่ยนโจวอย่างออกนอกหน้าขนาดนี้ ผู้หญิงที่เคยคลั่งรักเขาจนยอมทำทุกอย่าง วันนี้กลับยืนเคียงข้างผู้ชายคนอื่นและจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจ

“ได้... ได้ ในเมื่อเธอเห็นมันดีกว่าฉัน งั้นก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน” กู้เหยียนเจ๋อชี้หน้าทั้งสองคนด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองช่อกุหลาบแดงที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ

เมื่อเสียงรถยนต์ของกู้เหยียนเจ๋อแล่นออกไปจากคฤหาสน์ ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง

เสิ่นรั่วหนิงพรูลมหายใจยาวออกมา เธอหันไปมองลู่เยี่ยนโจวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ “ขอบคุณนะคะน้าเล็ก ถ้าเมื่อกี้คุณไม่เข้ามา ฉันคงเผลอหยิบแจกันฟาดหัวเขาไปแล้ว”

ลู่เยี่ยนโจวหันกลับมามองเธอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง “ถ้าเธอทำแบบนั้น พ่อเธอคงอกแตกตายแน่”

เขาหลุบตาลงมองมือของเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบช่อกุหลาบแดงบนโต๊ะขึ้นมา “แพ้เกสรดอกไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบกุหลาบแดงมากนี่”

เสิ่นรั่วหนิงมองช่อดอกไม้ในมือเขา นัยน์ตาสะท้อนความเจ็บปวดในอดีตวูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไป “คนเราพอโตขึ้น ความชอบก็เปลี่ยนได้นี่คะ ตอนนี้ฉันเกลียดกุหลาบแดงที่สุด มันสวยแต่มันมีหนามแหลมที่อาบยาพิษซ่อนอยู่ ถ้าเผลอไปจับ มันอาจจะทิ่มแทงจนเราตายได้”

ลู่เยี่ยนโจวฟังความหมายแฝงในประโยคนั้นอย่างเข้าใจ เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะโยนช่อกุหลาบแดงราคาแพงนั้นลงถังขยะมุมห้องอย่างไม่ไยดี

“เข้าใจแล้ว” เขาพูดเสียงนุ่มนวล แต่หนักแน่น “งั้นจากนี้ไป รอบตัวเธอจะไม่มีดอกกุหลาบโง่ๆ พวกนี้มาทำให้รกหูรกตาอีก”

สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดผนึกไว้มาเนิ่นนาน เสิ่นรั่วหนิงสบตากับเขา หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่อาจควบคุม

การหวนคืนกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทวงคืนสมบัติและการล้างแค้นเสียแล้ว แต่เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ภายใต้ความเย็นชาของน้าชายคนนี้ ซ่อนความรู้สึกอะไรที่มีต่อเธอเอาไว้กันแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel