บทย่อ
“ชาติก่อนฉันคือหมากโง่งมที่ถูกเหยียบย่ำ ชาตินี้... ฉันคือราชินีที่จะบดขยี้พวกแกทุกคน!” ชีวิตก่อน 'เสิ่นรั่วหนิง' มอบทั้งหัวใจและความไว้วางใจให้คู่หมั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็นจากชายที่รัก และน้องสาวต่างแม่ที่แสนซื่อบริสุทธิ์ จนเธอต้องสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ แต่สวรรค์กลับประทานโอกาสครั้งที่สอง เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในยุค 90 ยุคทองแห่งการเริ่มต้นใหม่ ครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครหน้าไหนหลอกใช้ สัญญาหมั้นหมายขยะ เธอจะฉีกมันทิ้ง แผนการฮุบสมบัติ เธอจะตลบหลังให้พวกมันหมดตัว เธอจะใช้สติปัญญาและวิสัยทัศน์จากอนาคต สร้างอาณาจักรโลจิสติกส์ 'เสิ่นไค' ขึ้นมาด้วยสองมือ แต่บนเส้นทางแห่งอำนาจและการชำระแค้น เธอไม่ได้เดินเพียงลำพัง เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอต้องเข้ามาพัวพันกับ 'ลู่เยี่ยนโจว' อดีตจ้าวแห่งโลกใต้ดินผู้ทรงอิทธิพล ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเยียบเย็นแต่กลับมอบความอ่อนโยนให้เธอเพียงผู้เดียว...
ตอนที่ 1: ปฏิทินที่ถูกฉีกย้อนกลับ
ความร้อนระอุจากเปลวเพลิงที่แผดเผาร่างกายยังคงแจ่มชัด กลิ่นควันไฟฉุนกึกผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในลำคอทำให้เสิ่นรั่วหนิงสะดุ้งเฮือก เธอเบิกตากว้างพลางสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ
แต่สิ่งที่สูดเข้าไปกลับไม่ใช่ควันพิษ แต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกหอมหมื่นลี้ที่ลอยมาตามลม ผสมกับกลิ่นการบูรจางๆ จากตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่าแก่
เสิ่นรั่วหนิงกะพริบตาถี่ไล่หยาดน้ำตาที่เอ่อริน ภาพเพดานโกดังร้างที่กำลังถล่มลงมาถูกแทนที่ด้วยฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา โคมไฟระย้าคริสตัลสไตล์ยุโรปที่พ่อของเธอสั่งนำเข้าเมื่อหลายปีก่อนยังคงแขวนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง เครื่องปรับอากาศทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ตรงมุมห้องส่งเสียงครางหึ่งๆ ปล่อยไอเย็นฉ่ำปะทะผิวหน้า
เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม มือเรียวสั่นเทายกขึ้นลูบคลำใบหน้า แขน ขา และลำตัวของตนเอง ไม่มีรอยแผลเป็นจากการถูกไฟคลอก ไม่มีร่องรอยการถูกทรมาน ร่างกายของเธอสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน ผิวพรรณยังคงเต่งตึงและขาวซีดตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลผู้ดีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม
เสียงเข็มวินาทีจากนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนทองเหลืองดังติ๊กๆ ดึงสติของเธอให้หันไปมอง ข้างกันนั้นมีปฏิทินแบบฉีกรายวันวางอยู่ ตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่บนกระดาษที่เริ่มเหลืองกรอบระบุวันที่ชัดเจน
วันที่ 15 สิงหาคม ปี 1995
ดวงตาของเสิ่นรั่วหนิงเบิกกว้าง หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมาเต้นระรัวราวกับจังหวะกลองรบ ปี 1995 เธออายุเพิ่งยี่สิบต้นๆ เป็นช่วงเวลาที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องไกลตัว ผู้คนยังพกเพจเจอร์เหน็บเอว และโทรศัพท์มือถือกระติกน้ำยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง
เธอจำได้แม่นยำ วันนี้คือจุดเปลี่ยนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอและเขา
“น้าเล็ก”
เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากบาง ภาพของลู่เยี่ยนโจว น้าชายบุญธรรมที่อายุห่างจากเธอเพียงสิบปี ผู้ชายที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากกองไฟในชาติก่อน ผุดขึ้นมาในความทรงจำ แววตาสุดท้ายของเขาที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย แม้ในวินาทีที่ลมหายใจกำลังจะดับสูญ
วันนี้คือวันที่ลู่เยี่ยนโจวถูกขับออกจากตระกูลเสิ่น
เหตุการณ์ในอดีตชาติไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับม้วนเทปที่ถูกกดเล่นซ้ำ เมื่อสามวันก่อนมีข่าวลือหนาหูว่าเงินกงสีในส่วนของการจัดซื้อวัตถุดิบสร้างโรงงานแห่งใหม่หายไปจากบัญชีถึงห้าแสนหยวน จำนวนเงินก้อนนี้ในยุค 90 ถือเป็นเงินมหาศาลที่สามารถซื้อบ้านทำเลทองในเมืองหลวงได้หลายหลัง
ในตอนนั้นพ่อของเธอ เสิ่นหงหยวน โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งให้มีการตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียด และหลักฐานทุกอย่างที่สวี่หย่าฉิน แม่เลี้ยงของเธอจงใจสร้างขึ้น ก็ชี้เป้าไปที่ลู่เยี่ยนโจว ผู้รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรง
เสิ่นรั่วหนิงในชาติก่อนเป็นเพียงคุณหนูหัวอ่อนที่หลงรักกู้เหยียนเจ๋อ คู่หมั้นจอมปลอมจนโง่งม กู้เหยียนเจ๋อหลอกให้เธอเซ็นเอกสารค้ำประกันบางอย่างเพื่อกู้เงินบริษัทไปหมุนเวียนในธุรกิจส่วนตัว และสวี่หย่าฉินก็ล่วงรู้ความลับนี้ แม่เลี้ยงใจร้ายใช้เอกสารที่มีลายเซ็นของเธอไปข่มขู่ลู่เยี่ยนโจว หากเขาไม่ยอมรับผิดแทน สวี่หย่าฉินจะส่งหลักฐานให้พ่อ และเธอจะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงบริษัทตัวเอง
ลู่เยี่ยนโจว ชายผู้แสนเยือกเย็นและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับยอมแบกรับข้อหาตบตาและยักยอกเงินกงสี เพียงเพื่อแลกกับเอกสารแผ่นนั้นแผ่นเดียว เขาเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นไปตัวเปล่า ท่ามกลางเสียงก่นด่าของพ่อและสายตาเย้ยหยันของแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างแม่
หลังจากวันนั้น ชีวิตของเธอก็ตกนรกทั้งเป็น ถูกถอนหมั้น ถูกแย่งชิงทุกสิ่ง และถูกทรมานจนตาย
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป
เสิ่นรั่วหนิงสะบัดผ้าห่มทิ้ง สองเท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง เธอไม่ได้สนใจจะสวมรองเท้าสลิปเปอร์ด้วยซ้ำ หญิงสาววิ่งตรงไปที่โต๊ะหนังสือ ค้นหาลิ้นชักที่ล็อกกุญแจไว้ มือที่สั่นเทาพยายามไขกุญแจจนได้ยินเสียงปลดล็อก เธอคว้าสมุดบัญชีเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ด้านในสุดออกมา มันคือสมุดบันทึกรายรับรายจ่ายส่วนตัวที่เธอใช้จดบันทึกการโอนเงินให้กู้เหยียนเจ๋อ
ในชาติก่อน หลังจากที่ลู่เยี่ยนโจวถูกไล่ออกไปหลายปี เธอถึงเพิ่งตาสว่างและแอบสืบเรื่องนี้จนพบความจริงว่า เงินห้าแสนหยวนไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ถูกนำไปให้กู้เหยียนเจ๋อทั้งหมด กู้เหยียนเจ๋อเป็นเพียงหมากตัวเล็กๆ ที่สวี่หย่าฉินใช้หลอกล่อเธอ เงินก้อนใหญ่ถูกโยกย้ายผ่านบัญชีผี เข้าสู่บริษัทรับเหมาก่อสร้างเถื่อนของสวี่เจิ้นตง พี่ชายแท้ๆ ของแม่เลี้ยงต่างหาก
เธอโยนสมุดบัญชีลงถังขยะอย่างไม่ไยดี สิ่งนั้นไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากเป็นเครื่องมือกรรโชกของแม่เลี้ยง สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือหยุดการสารภาพผิดของลู่เยี่ยนโจว และเปิดโปงรอยรั่วของบัญชีบริษัทรับเหมานั่น
หญิงสาวหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอน โถงทางเดินกว้างปูด้วยไม้ปาร์เก้ขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟระย้า เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ สาวใช้สองคนที่กำลังถือถาดน้ำชาก้าวสวนมาต่างชะงักและมองคุณหนูใหญ่ที่วิ่งหน้าตั้งด้วยความตกใจ เสิ่นรั่วหนิงไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น เธอพุ่งตรงไปยังบันไดไม้สักโค้งเว้าที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่าง
เสียงตะคอกด้วยความเดือดดาลของเสิ่นหงหยวนดังแว่วมาจากห้องหนังสือใหญ่ชั้นล่างสุด แม้ประตูไม้บานหนาจะปิดสนิท แต่ความโกรธเกรี้ยวของผู้นำตระกูลก็ทะลุทะลวงออกมาจนคนใช้ในบ้านต่างพากันก้มหน้าเดินตัวลีบ
“แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง ฉันรับแกมาอุปการะ ให้การศึกษา ให้ที่ซุกหัวนอน ให้แกเข้ามาดูแลโปรเจกต์ใหญ่ของตระกูล แล้วดูสิ่งที่แกทำกับฉัน แกแว้งกัดตระกูลเสิ่น แกยักยอกเงินห้าแสนหยวนไปหน้าตาเฉย”
เสิ่นรั่วหนิงชะงักฝีเท้าที่หน้าประตูห้องหนังสือ หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักจากการวิ่ง มือเรียวยกขึ้นทาบกับบานประตูไม้เย็นเฉียบ พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เธอแนบหูฟังความเคลื่อนไหวภายใน
“คุณคะ ใจเย็นๆ ก่อนเถอะค่ะ ความดันคุณยิ่งไม่ค่อยดีอยู่” เสียงหวานนุ่มนวลของสวี่หย่าฉินดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างเปี่ยมล้น แต่เสิ่นรั่วหนิงรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากภรรยาแสนดีนั้นซ่อนรอยยิ้มเยาะเย้ยไว้แค่ไหน “เยี่ยนโจวอาจจะมีความจำเป็นจริงๆ เด็กหนุ่มกำลังโต อาจจะไปติดพันเพื่อนฝูงหรือลงทุนผิดพลาด เราค่อยๆ คุยกันดีไหมคะ”
“ความจำเป็นอะไรถึงต้องขโมยเงินกงสี ถ้ามันขาดเหลือทำไมไม่มาขอฉันตรงๆ การทำบัญชีผีตบตาฝ่ายตรวจสอบ มันคือเจตนาทุจริต” เสิ่นหงหยวนตบโต๊ะดังปัง “แกมีอะไรจะแก้ตัวไหม ลู่เยี่ยนโจว หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีนายหน้าเถื่อนมันมัดตัวแกแน่นขนาดนี้ แกยังจะเงียบอยู่อีกงั้นหรือ”
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
ลู่เยี่ยนโจวยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แผ่นหลังกว้างตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เป็นนิจบัดนี้ยิ่งดูเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินมองสบตากับเสิ่นหงหยวนโดยไม่หลบเลี่ยง ไม่มีแววของความหวาดกลัวหรือสำนึกผิด มีเพียงความว่างเปล่าที่ยากจะหยั่งถึง
ในกระเป๋าเสื้อกางเกงสแล็คของเขา มือหนากำรูปถ่ายใบหนึ่งไว้แน่น มันคือรูปถ่ายเอกสารค้ำประกันที่มีลายเซ็นของเสิ่นรั่วหนิง ซึ่งสวี่หย่าฉินส่งคนเอามาให้เขาดูเมื่อสิบนาทีก่อนพร้อมข้อความข่มขู่
ถ้าเขาปฏิเสธ เสิ่นรั่วหนิงจะต้องรับเคราะห์ เธอที่ใสซื่อและบอบบางขนาดนั้น หากถูกส่งเข้าคุกหรือถูกสังคมประณาม คงไม่อาจทนมีชีวิตอยู่ได้
ลู่เยี่ยนโจวหลุบตาลง ซ่อนความขมขื่นไว้ลึกสุดใจ เขาเกิดมาเป็นเด็กกำพร้า ได้รับความเมตตาจากลู่หว่านหยา แม่แท้ๆ ของเสิ่นรั่วหนิงรับมาเลี้ยงดูเป็นน้องชายบุญธรรม สำหรับเขาแล้ว ลู่หว่านหยาคือผู้มีพระคุณสูงสุด และเสิ่นรั่วหนิงคือสิ่งล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่เขาตั้งปณิธานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แม้สถานะ ‘น้าชาย’ จะเป็นกำแพงที่ขวางกั้นความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจมาเนิ่นนาน แต่เขาก็ยินดีที่จะอยู่ในมุมมืด คอยกวาดล้างขวากหนามให้เธอเดินได้อย่างสง่างาม
แม้ว่าวันนี้ เขาจะต้องกลายเป็นคนทรยศในสายตาของเธอก็ตาม
“ว่ายังไง แกเป็นคนทำเรื่องสกปรกพวกนี้ใช่ไหม” เสิ่นหงหยวนเค้นเสียงถามอีกครั้ง ความอดทนใกล้จะขาดผึง
สวี่หย่าฉินลอบยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเลือก จุดอ่อนเดียวของหมาป่าจอมหยิ่งยโสตัวนี้ก็คือคุณหนูใหญ่ผู้งมงายในความรักคนนั้น ขอแค่กำจัดลู่เยี่ยนโจวออกไปจากบริษัทได้ อำนาจบริหารทั้งหมดก็จะตกอยู่ในมือของเธอและสายเลือดแท้ๆ ของเธอ
ลู่เยี่ยนโจวสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเปิดเตรียมจะเอ่ยคำสารภาพที่ตัดสินชะตาชีวิตของตนเอง
“ผม...”
ปัง!
บานประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ทรงพลังเสียจนกรอบรูปภาพวาดพู่กันจีนบนผนังถึงกับสั่นไหว
คนทั้งสามในห้องหันขวับไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว
เสิ่นรั่วหนิงยืนหอบหายใจอยู่ตรงกรอบประตู เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการวิ่ง ใบหน้าสวยหวานที่เคยมีแต่ความอ่อนข้อและประหม่ายามเผชิญหน้ากับบิดา บัดนี้กลับเชิดขึ้นอย่างดุดัน ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความสับสนบัดนี้ทอประกายกล้าแข็งราวกับคมดาบที่เพิ่งถูกตีขึ้นจากเตาหลอม
ลู่เยี่ยนโจวชะงักงัน นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นหลานสาวในมุมที่แข็งกร้าวเช่นนี้มาก่อน ท่าทางของเธอราวกับราชินีที่พร้อมจะออกศึก ไม่ใช่คุณหนูในเรือนกระจกคนเดิม
“หนิงหนิง ลูกเข้ามาทำไม พ่อกำลังคุยธุระสำคัญ ผู้หญิงไม่ควรเข้ามายุ่ง” เสิ่นหงหยวนขมวดคิ้วมุ่น ไม่พอใจที่ลูกสาวเสียมารยาท
สวี่หย่าฉินรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจ แสร้งเดินเข้าไปหา “รั่วหนิงจ๊ะ น้ากำลังช่วยพ่อสะสางปัญหาของบริษัท หนูขึ้นไปพักผ่อนก่อนดีไหมจ๊ะ เรื่องพวกนี้มันปวดหัวเกินไปสำหรับเด็กผู้หญิงนะ”
เสิ่นรั่วหนิงปรายตามองแม่เลี้ยงด้วยสายตาเย็นชาจนสวี่หย่าฉินถึงกับชะงักเท้า เธอไม่ได้สนใจคำพูดปั้นแต่งเหล่านั้น หญิงสาวก้าวขาเดินอาดๆ เข้ามากลางห้องหนังสือ หยุดยืนเคียงข้างลู่เยี่ยนโจว ร่างกายของเธอเข้าใกล้เขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ประจำตัวที่คุ้นเคย กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุดในชีวิตสองภพชาติ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเสิ่นหงหยวนผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเปล่งเสียงที่ดังกังวานและหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคำ
“เงินไม่ได้หายไปไหน และน้าเล็กก็ไม่ใช่คนยักยอก”

