บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5: คมดาบในเงามืดและราชโองการลับสู่ชายแดน - 2

สิ้นคำตรัส ชุยเอ๋อร์ก็สติแตก นางรู้ดีว่าหากดื่มซุปถ้วยนี้เข้าไป ยาพิษกลิ่นอายปรโลกจะทำให้หัวใจนางหยุดเต้นในไม่กี่จิบ แต่หากไม่ดื่ม ความลับก็จะแตกและนางจะต้องถูกทรมานจนตาย นางกำนัลสาวตัดสินใจเลือกทางรอดที่เลวร้ายที่สุด นางกะพริบตาถี่ๆ หวังจะกัดยาพิษที่ซ่อนอยู่ในซอกฟันเพื่อฆ่าตัวตายหนีความผิด

แต่ปฏิกิริยาของมัจจุราชแห่งลู่กรุ๊ปนั้นรวดเร็วยิ่งกว่า

ก่อนที่ฟันของชุยเอ๋อร์จะทันได้ขบลงไป ลู่จิ้งถิงพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือหนาบีบเข้าที่สันกรามของนางกำนัลสาวอย่างรุนแรงจนกรามค้าง เสียงกระดูกลั่นเบาๆ ดังสอดประสานกับเสียงกรีดร้องอู้อี้ในลำคอของนาง

“อิ้งเว่ย!”

ฮ่องเต้ตวาดลั่น เงาร่างชุดดำขององครักษ์ลับพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาภายในตำหนักในเสี้ยววินาที รวบตัวชุยเอ๋อร์กดลงกับพื้นอย่างแน่นหนา

“ล้วงยาพิษในปากมันออกมา อย่าให้มันตายง่ายๆ” ลู่จิ้งถิงสั่งการเสียงเหี้ยม ร่างกายสูงใหญ่แผ่รังสีจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขาลุกขึ้นยืน หันกลับมามองถ้วยซุปโสมบนโต๊ะด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

อวิ๋นซีนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสงบนิ่ง นางไม่ได้หวาดกลัวหรือตื่นตระหนก เพราะรู้ดีว่าสวามีของนางสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ แต่ในใจลึกๆ ก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนวิธีรับมือแล้ว แต่อำนาจมืดในวังหลังก็ยังคงพยายามจะพรากชีวิตนางไปอยู่ดี

องครักษ์เงาจัดการสกัดจุดและล้วงเอายาพิษชนิดแคปซูลขี้ผึ้งออกจากปากของนางกำนัลสาวได้สำเร็จ ชุยเอ๋อร์นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้น แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ใครส่งเจ้ามา” ฮ่องเต้ถามเสียงต่ำ เย็นเยียบจนทะลุถึงขั้วกระดูก

ชุยเอ๋อร์เม้มปากแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม “หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่รู้เพคะ มีคนขู่ว่าจะฆ่าครอบครัวหม่อมฉัน หากหม่อมฉันไม่ยอมใส่ยานี้ลงในซุปของฮองเฮา”

“คิดว่าเจิ้นจะเชื่อคำโกหกพรรค์นี้หรือ” ลู่จิ้งถิงเค่นหัวเราะ “อิ้งเว่ย ลากตัวนางไปที่คุกใต้ดินของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ใช้เครื่องทรมานทุกชนิดที่มี เค้นความจริงออกมาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง และสั่งทหารไปปิดล้อมห้องเครื่องทั้งหมด จับกุมนางกำนัลและขันทีทุกคนที่ทำงานในห้องเครื่องมาสอบสวนให้หมด ใครขัดขืน... ฆ่าทิ้งได้ทันที!”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงารับคำสั่ง ลากตัวนางกำนัลที่สลบเหมือดจากความหวาดกลัวออกไปทางประตูลับอย่างรวดเร็ว

เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลู่จิ้งถิงหันกลับมาหาอวิ๋นซี ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้านาง สองมือหนากอบกุมมือบางที่วางอยู่บนตักไว้แน่น แววตาที่เคยก้าวร้าวและดุดันเมื่อครู่ บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและรู้สึกผิด

“ผมขอโทษ อวิ๋นซี... ผมประมาทเกินไป ผมคิดว่าการจัดการเรื่องหน้าพระทัยจะทำให้พวกมันหวาดกลัว แต่พวกมันกลับกล้าลอบกัดคุณถึงในตำหนัก” น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า “ถ้าเมื่อกี้คุณไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ... ถ้าคุณดื่มมันเข้าไป...”

“จิ้งถิง มองฉันสิคะ” อวิ๋นซีประคองใบหน้าของเขาให้เงยขึ้น นิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ ที่สันกรามที่ตึงเครียดของเขา “ฉันไม่ได้ดื่มมัน และฉันก็ปลอดภัยดี ยาพิษแค่นี้ทำอะไรอดีตประธานเสิ่นกรุ๊ปไม่ได้หรอกค่ะ ในโลกธุรกิจ ฉันเจอคนลอบกัดมามากกว่านี้เยอะ”

นางคลี่ยิ้มบางเพื่อปลอบประโลมเขา “พวกมันกำลังร้อนรน การที่พวกมันเลือกใช้วิธีลอบสังหารแบบนี้ แปลว่าพวกมันหมดหนทางที่จะสู้กับเราด้วยกฎเกณฑ์แล้ว นี่คือสัญญาณของความพ่ายแพ้ค่ะ”

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว รวบตัวนางเข้ามากอดแน่น แนบใบหน้าลงกับหน้าท้องของนาง “ผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ผมจะเปลี่ยนองครักษ์ประจำตำหนักคุนหนิงทั้งหมดเป็นคนของหน่วยเงาที่ผมไว้ใจที่สุด และอาหารทุกมื้อของคุณ ผมจะเป็นคนตรวจสอบด้วยตัวเอง”

อวิ๋นซีลูบเรือนผมของสวามีด้วยความอ่อนโยน นางรับรู้ได้ถึงความคลั่งรักและการปกป้องที่ฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขา

“จิ้งถิงคะ ปัญหาในวังหลังฉันจัดการเองได้” นางกล่าวเสียงนุ่ม “แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือรากฐานอำนาจของพวกเรา ไทเฮากล้าลงมือรุนแรงขนาดนี้ เพราะพระนางยังมีตระกูลเดิมและขุนนางฝ่ายทหารคอยหนุนหลังอยู่ หากเราต้องการถอนรากถอนโคน เราต้องสร้างความมั่นคงให้ฝั่งของเราเสียก่อน”

ลู่จิ้งถิงผละใบหน้าออก เขาพยักหน้ารับ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น “เรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วง ผมมีเรื่องสำคัญที่ตั้งใจจะบอกคุณอยู่พอดี”

ฮ่องเต้หนุ่มลุกขึ้นยืน เดินไปที่ชั้นวางหนังสือด้านหลังโต๊ะทรงงาน เขาล้วงมือเข้าไปหลังกรอบภาพวาดทิวทัศน์ กดกลไกลับบางอย่างจนมีเสียงคลิกเบาๆ ช่องลับขนาดเล็กเปิดออก เขาหยิบม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองที่ถูกประทับตราลับสุดยอดออกมา

เขากลับมานั่งเคียงข้างนางบนตั่ง คลี่ม้วนผ้าไหมออก เผยให้เห็นแผนที่เส้นทางเดินทัพและการค้าที่ถูกวาดขึ้นใหม่อย่างละเอียดลออ มีสัญลักษณ์แปลกตาที่นางจำได้ดีว่าเป็นระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่

“นี่คืออะไรคะ” อวิ๋นซีขมวดคิ้วด้วยความสนใจ

“นี่คือ ‘กองคาราวานเงา’ ที่ผมแอบจัดตั้งขึ้นมาครับ” ลู่จิ้งถิงอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในอดีตชาติ สาเหตุที่ตระกูลเสิ่นของคุณพ่อถูกใส่ร้ายว่าก่อกบฏ เป็นเพราะเสบียงและอาวุธจากเมืองหลวงส่งไปไม่ถึงชายแดน ทำให้กองทัพของท่านต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยการเจรจากับเผ่าเร่ร่อน ซึ่งกลายเป็นข้ออ้างให้พวกกังฉินนำมาบิดเบือนและปรักปรำ”

อวิ๋นซีกำมือแน่น ความทรงจำเรื่องบิดาที่ต้องตายอย่างอยุติธรรมยังคงเป็นบาดแผลในใจนางเสมอ

“แต่ในชาตินี้ ผมจะไม่ยอมให้ท่านพ่อตาต้องตกอยู่ในสภาพนั้นอีก” ชายหนุ่มชี้ไปที่เส้นทางบนแผนที่ “ผมได้สั่งให้นำเงินและทรัพย์สินที่ยึดมาจากขุนนางกังฉิน ไปฟอกผ่านเครือข่ายพ่อค้าเร่ที่ผมไว้ใจ เพื่อซื้อเสบียง ข้าวสาร และเหล็กกล้าที่ดีที่สุด จัดส่งตรงไปยังค่ายทหารชายแดนเหนือของแม่ทัพเสิ่นโดยไม่ผ่านกระทรวงกลาโหมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว”

หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื้นตันใจ การสร้างเส้นทางลอจิสติกส์ลับข้ามแคว้นโดยไม่ให้ราชสำนักรู้ตัว เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งทุนทรัพย์มหาศาลและเครือข่ายที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

“ไม่เพียงเท่านั้น” ลู่จิ้งถิงหยิบซองจดหมายที่แนบมากับม้วนผ้าไหมส่งให้นาง “ผมยังได้เขียนราชโองการลับฉบับหนึ่ง มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้แม่ทัพเสิ่นสามารถสั่งการกองทัพมณฑลเหนือได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากเมืองหลวง และได้ส่งพิมพ์เขียวหน้าไม้กลกับรถกระทุ้งกำแพงที่ดัดแปลงจากวิศวกรรมยุคใหม่ไปให้ท่านด้วย ตอนนี้กองทัพของพ่อตาผม คือกองทัพที่แข็งแกร่งและมีเสบียงพร้อมที่สุดในแผ่นดิน ไม่มีใครกล้าใส่ร้ายท่านได้อีกแล้ว”

น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน อวิ๋นซีรับซองจดหมายนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา นางรู้ดีว่าในโลกยุคโบราณ การที่ฮ่องเต้มอบอำนาจทางทหารเบ็ดเสร็จให้ขุนนางชายแดน ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมหันต์ แต่ลู่จิ้งถิงกลับทำมันอย่างไม่ลังเล เพื่อปกป้องครอบครัวของนาง

“จิ้งถิง” เสียงของนางสั่นเครือ “คุณทำทั้งหมดนี้เพื่อฉัน...”

“เพื่อคุณ และเพื่ออาณาจักรของเรา” เขาเช็ดน้ำตาให้นางอย่างเบามือ “ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะเป็นคนลบรอยน้ำตาของคุณเอง ตราบใดที่ท่านพ่อตายังคุมชายแดนเหนือด้วยความแข็งแกร่ง ไทเฮาและขุนนางเก่าก็เป็นได้แค่เสือกระดาษ พวกมันไม่มีวันโค่นล้มบัลลังก์ของเราได้”

อวิ๋นซีโถมตัวเข้าสวมกอดสวามีอย่างสุดกำลัง ความอบอุ่นและความปลอดภัยที่เขาแผ่ซ่านออกมา หลอมละลายความหนาวเหน็บในใจจนหมดสิ้น พญาหงส์ผู้เคยยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว บัดนี้ได้รับรู้แล้วว่า การมีมังกรผู้แข็งแกร่งคอยประคับประคองและสนับสนุนอยู่เบื้องหลังนั้น งดงามและทรงพลังเพียงใด

ท่ามกลางคมดาบในเงามืดและการลอบสังหารที่หมายปองชีวิต ความรักและพันธสัญญาของคนทั้งสองกลับยิ่งส่องประกายสว่างไสวมากขึ้นเท่านั้น กระดานหมากในราชสำนักกำลังถูกพลิกโฉมหน้าไปตลอดกาล และผู้ชนะในเกมนี้ จะมีเพียงมังกรและพญาหงส์คู่นี้เท่านั้น!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel