บท
ตั้งค่า

เหตุใดพ่อจึงเรียกเจ้ามา

ในเรือนใหญ่ของจวนตระกูลหนิง กลิ่นหอมจางของเครื่องหอมจากเตาอบกำยานลอยอบอวลเป็นกลิ่นที่คุณหนูของจวนตั้งใจร่ำเรียนวิชาเครื่องหอมและทำขึ้นให้ที่บ้านใช้อย่างตั้งใจ

เสียงนกร้องแว่วเบา ๆ จากสวนด้านนอกสร้างบรรยากาศสงบ ทว่าภายในห้องโถงใหญ่เวลานี้บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น

หนิงอันนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักงดงาม ใบหน้างดงามสงบนิ่ง ขณะที่เงยหน้าขึ้นมองบิดาและมารดาของนางที่นั่งอยู่ตรงหน้า

หนิงเจี้ยน ประมุขตระกูลหนิงผู้เป็นเป็นบิดาที่มีร่างสูงใหญ่ ผมแซมเทาเล็กน้อยจากวัยอายุที่เพิ่มขึ้นยังชราภาพขึ้นอย่างไรก็ยังคงเคร้าโครงดูองอาจและน่าเกรงขามเช่นเคย มือใหญ่ของเขาวางลงบนโต๊ะ ขณะที่มองบุตรสาวของตนด้วยสายตาจริงจัง

ส่วนที่ข้างกันของประมุขชราคือสตรีนามว่าหนิงอ้าย ฮูหยินตระกูลหนิงผู้เป็นมารดา แม้จะอยู่ในวัยกลางคนแล้วแต่ยังคงงดงามและสง่างามตามแบบสตรีมีอันจะกิน นางนั่งข้างสามี ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนแต่เวลานี้แฝงด้วยความกังวลเล็กน้อย

"อันเอ๋อร์" บิดานางเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เสียงของเขาทุ้มลึกและหนักแน่น "เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดพ่อจึงเรียกเจ้ามาพบในวันนี้"

หนิงอันกะพริบตา ก่อนจะตอบอย่างสงบนิ่ง "บิดามีเรื่องสำคัญจะบอกข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ"

หนิงเจี้ยนพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจ "เรื่องการหมั้นหมายของเจ้า"

คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของหนิงอันสั่นไหวไปชั่วครู่

"การหมั้นหมายหรือเจ้าคะ"

"ใช่ พวกเราได้ตอบตกลงหมั้นหมายเจ้าให้กับบุตรชายของสกุลใหญ่หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว"

หนิงอันนิ่งงันไปชั่วครู่

…ตกลงกันไปแล้ว

นางมิเคยคาดคิดมาก่อนว่าบิดาจะตัดสินใจเรื่องนี้โดยไม่บอกกล่าวกันก่อน

ทว่าคิดไปคิดมานางก็เข้าใจเหตุผลของพวกเขาอยู่เล็กน้อย...

หากบิดาและมารดาบอกนางก่อน นางอาจจะอ้อนวอนขอผัดผ่อนเวลาไปอีกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา และสุดท้ายบิดามารดาก็อาจใจอ่อนทำตามใจบุตรีคนนี้อีกเป็นแน่

"ท่านพ่อ ท่านแม่..." หนิงอันเอ่ยเสียงเบา "เหตุใดถึงเร่งร้อนนักเจ้าคะ"

หนิงเจี้ยนถอนหายใจ "เจ้าก็รู้ดีว่าตอนนี้เจ้าอายุยี่สิบปีแล้ว"

หนิงอ้ายจับมือนางไว้ "อันเอ๋อร์ เจ้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกเรา แม่มิอยากเร่งรัดเจ้าเลยสักนิด แต่เจ้าก็ผลัดมาหลายปีแล้ว หากปล่อยให้นานไปมากกว่านี้ เกรงว่าผู้คนจะนินทาเจ้าว่าเป็นสตรีไม่มีบุรุษอยากตบแต่งด้วยเป็นแน่ และที่สำคัญ…พ่อกับแม่เห็นว่าคู่หมั้นของเจ้าผู้นี้เป็นบุรุษที่เพียบพร้อม เป็นภูเขาแข็งแกร่งให้เจ้าพึ่งพิงได้อย่างแน่นอน"

พึ่งพิง…?

หนิงอันยิ้มบาง นางรู้ดีว่ามารดากังวลเรื่องการแต่งงานของนางเพียงใด เพราะในสายตาของพวกเขา นางยังคงเป็น คุณหนูผู้บอบบาง ที่ต้องได้รับการดูแลจากบุรุษสักคนเหมือนคนอื่น

แต่ในความเป็นจริง...นางมิใช่คุณหนูอ่อนแอที่ต้องการสามีมาดูแลสักหน่อย

นางคือสตรีสองชาติ

ก่อนที่หนิงอันจะมาเกิดมาในร่างคุณหนูนี้ นางเคยเป็นสตรีที่มีชีวิตแตกต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้โดยสิ้นเชิง

หนิงอันในอดีตชาติ มิใช่คุณหนูตระกูลพ่อค้าผู้ร่ำรวย หากแต่เป็นรองแม่ทัพหญิงแห่งค่ายทหารดินแดนเหนือ

ขาติก่อนนั้นนางเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตในสงคราม

หญิงสาวยังจำได้ดี…ตอนที่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กที่อาศัยอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านชายแดน บ้านเกิดของนางถูกเผาทำลาย บิดามารดาถูกสังหารต่อหน้าต่อตา นางเร่ร่อนอยู่ในซากปรักหักพังอย่างเดียวดายหลายวัน จนกระทั่ง...

วันนั้นเองที่แม่ทัพใหญ่โจวเฉิงเคอ ช่วยชีวิตนางไว้

‘เด็กคนนี้...ต่อไปจะเป็นนักรบหญิงของข้า’

นับแต่นั้นมาหนิงอันเติบโตมาในค่ายทหาร ได้ฝึกทักษะการต่อสู้ เรียนรู้ตำราพิชัยสงคราม เรียกการเขียนอ่าน ได้รับโอกาสที่เด็กหญิงธรรมดาไม่อาจมีได้หากไม่มีบิดาบุญธรรมผู้นี้

หลายปีผ่านไปจากเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งพัฒนากลายเป็นทหารฝีมือดี ต่อมานางได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพหญิงคนแรกของค่ายในวัยสามสิบหนาวเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพโจวเฉิงเคอ

ชีวิตของนางมีเพียงสงครามและการศึกครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่สุดท้าย...

ในสมรภูมิสุดท้ายของชีวิต นางนำทหารบุกค่ายศัตรูและจบชีวิตลงในกองเพลิง

เมื่อสติของนางดับวูบลงท่ามกลางความร้อนมอดไหม้ นางคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วแต่แทนที่นางจะข้ามสะพานแม่น้ำดื่มน้ำแกงยายเมิ่งลืมอดีต นางกลับลืมตาขึ้นมาใหม่ในร่างของ คุณหนูหนิงอันแห่งตระกูลหนิง ณ แคว้นเว่ยเช่นเดิมทว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิมตลอดกาล

ในวันแรกที่ลืมตาเกิดใหม่ในร่างผู้อื่น นางยังคงจำทุกสิ่งทุกอย่างได้ครบถ้วน

‘นี่คือโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่?’ นางเคยตั้งคำถามกับตนเอง

แต่นับจากวันที่อยู่ในร่างนี้มาได้ห้าปี นางก็พบคำตอบ

เป็นโชคดี...

เพราะชาติใหม่นี้ นางได้รับสิ่งที่ไม่เคยมีในชาติที่แล้ว…นั่นก็คือครอบครัวที่อบอุ่น

หนิงอันคนใหม่นี้มีบิดาที่เข้มแข็ง มีมารดาที่มักมอบความอบอุ่น ทั้งสองรักนางสุดหัวใจและมอบชีวิตที่นางไม่เคยมีมาก่อน

ดังนั้น...นางจึงมิอาจทำให้พวกเขาผิดหวังได้

หนิงอันเงยหน้ามองบิดามารดา ดวงตาของทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความหวัง

หากการแต่งงานนี้ทำให้พวกเขาสบายใจ เช่นนั้นนางจะปฏิเสธได้อย่างไรกันเล่า

หนิงอันยิ้มบางก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

"ตกลงเจ้าค่ะ"

หนิงอ้ายเบิกตากว้าง "เจ้าว่าอย่างไรนะ อันเอ๋อร์!?"

"ข้าตกลง" นางกล่าวย้ำอีกครั้ง "ข้าจะหมั้นกับบุรุษที่ท่านพ่อท่านแม่คิดว่าดีต่อตัวลูกเจ้าค่ะ"

"อันเอ๋อร์…" น้ำตาของหนิงอ้ายคลอหน่วยขึ้นมา "เจ้าช่างเป็นลูกที่ดีของพวกเรายิ่ง…"

หนิงเจี้ยนพยักหน้าสีหน้าคลายความกังวลลง ดวงตาของเขาฉายแววภูมิใจ "พ่อดีใจที่เจ้าเข้าใจสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการยิ่งนัก พ่ออยากให้เจ้าเติบโตอย่างดงามต่อไป"

"เจ้าค่ะ"

นางเข้าใจดี...

เข้าใจว่าทั้งสองรักและหวังดีกับนางมากเพียงใด

และเข้าใจว่า…นี่คือเส้นทางของคุณหนูตระกูลหนิงที่นางควรปฏิบัติตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel