บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง

ตอนที่ 6 ยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง

ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาปกคลุมจวนมู่โหว แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ไปตามหลังคากระเบื้องดินเผา แต่บรรยากาศในเรือนเหมยฮวากลับดูเงียบสงัดจนผิดปกติ มู่รั่วซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้ฉุ่ยเอ๋อร์สางผมยาวสลวยให้อย่างแผ่วเบา ในกระจกทองเหลืองสะท้อนใบหน้าที่งดงามทว่าเย็นชาดุจหิมะพันปี

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉุ่ยเอ๋อร์ชะงักมือ พลางมองหน้าเจ้านายด้วยความรู้ใจ รั่วซีพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้นางเปิดประตู

ร่างของอาฝูเดินก้มหน้าเข้ามาในห้อง ท่าทางของนางเปลี่ยนไปจากเมื่อวันก่อนอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอีกแล้วความซุ่มซ่ามหรือท่าทีลุกลี้ลุกลน นางเดินอย่างมั่นคง ประคองถาดไม้ที่มีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวมุกวางอยู่ กลิ่นหอมกรุ่นของรังนกคละคลุ้งปนเปไปกับกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่รั่วซีแสนคุ้นเคย

“คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ ฮูหยินสั่งให้บ่าวนำน้ำแกงรังนกบำรุงกายมาส่งเจ้าค่ะ” อาฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางวางถ้วยลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ไม่ให้น้ำกระฉอกแม้แต่หยดเดียว

“ฮูหยินกำชับมาว่า ให้คุณหนูดื่มตอนยังอุ่นๆ ถึงจะได้ผลดีที่สุดเจ้าค่ะ”

รั่วซีมองถ้วยน้ำแกงนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า “วางไว้ก่อนเถิด ข้าเพิ่งไปจะดื่มชาไปเมื่อครู่นี้เอง”

อาฝูไม่ได้ถอยออกไปทันที นางยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาเหลือบมองรั่วซีอย่างสำรวจ “คุณหนูควรดื่มเลยนะเจ้าคะ บ่าวจะได้นำถ้วยกลับไปล้าง”

“เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ?” รั่วซีเปรยขึ้นเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนอาฝูสะดุ้ง

“มะ...มิกล้าเจ้าค่ะบ่าวเพียงแต่ห่วงใยสุขภาพคุณหนูใหญ่เท่านั้น” อาฝูรีบก้มหน้าลงต่ำทันที

“ในเมื่อเจ้าหวังดี เช่นนั้นข้าก็จะดื่ม” รั่วซียื่นมือเรียวสวยไปหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาคนน้ำแกงในถ้วยช้าๆ เสียงช้อนกระทบขอบถ้วยสร้างความกดดันให้อาฝูเพิ่มมากขึ้น

ในชาติก่อน ทุกครั้งที่นางดื่มน้ำแกงนี้ นางจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม จิตใจฟุ้งซ่าน หัวใจเต้นแรง และมีความกล้าในทางที่ผิด ใครยั่วยุเพียงนิดนางก็จะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงโดยควบคุมไม่ได้ และเมื่อตื่นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น ความทรงจำเกี่ยวกับการอาละวาดจะรางเลือนไปเหมือนความฝัน ทำให้นางไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมตัวเองถึงกลายเป็นสตรีอารมณ์รุนแรงเช่นนั้น

มู่รั่วซียกถ้วยรังนกขึ้นจรดริมฝีปาก นางหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อบดบังแววตาแห่งความสมเพชที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งป่ากลบกลิ่นหืนขื่นของสมุนไพรพิษที่แฝงมาได้อย่างมิดชิด นางแสร้งทำเป็นจิบคำเล็กๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่ม อาฝูที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่ลอบสังเกต ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างย่ามใจ

รั่วซีวางถ้วยลงบนถาดด้วยท่าทางอ่อนแรงเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อจากการที่นางแอบกลั้นหายใจ ทำให้ดูเหมือนเลือดลมสูบฉีด “ข้าอิ่มแล้ว ที่เหลือเจ้าเอาไปจัดการเถอะ ข้าอยากพักผ่อนแล้ว”

“เจ้าค่ะคุณหนู” อาฝูรีบกุลีกุจอเข้ามาเก็บถาดด้วยความดีใจที่ภารกิจลุล่วง นางโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนจะถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

ปัง!

ทันทีที่เสียงประตูงับปิดลง รั่วซีที่ดูอ่อนระทวยเมื่อครู่กลับยืดตัวตรง นางรีบคว้าอ่างน้ำล้างหน้าที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวแล้วสำลอกเอาน้ำแกงที่อมไว้ในกระพุ้งแก้มออกมา ท่าทางพะอืดพะอมนั้นทำเอาฉุ่ยเอ๋อร์ที่ยืนดูอยู่ถึงกับน้ำตาคลอ

“คุณหนู! ท่านไหวหรือไม่เจ้าคะ?” ฉุ่ยเอ๋อร์รีบส่งน้ำชาให้นางกลั้วปาก

“ข้าไม่เป็นไร...” รั่วซีบ้วนน้ำชาทิ้งลงในอ่าง แววตานางกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม “น้ำแกงนี่ฤทธิ์แรงนัก เพียงแค่แตะลิ้นก็รู้สึกเหมือนใจสั่นรัว พวกนางกะจะให้ข้าเสียสติกลางงานเทศกาลล่าสัตว์ต่อหน้าฮ่องเต้จริงๆ”

ฉุ่ยเอ๋อร์รีบยกอ่างน้ำไปเททิ้ง ทว่าในจังหวะที่ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง เงาสายหนึ่งกลับพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหว รั่วซีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุกคามที่แปลกปลอม

“ใคร!” นางตวาดเสียงเรียบ มือคว้าปิ่นปักผมบนโต๊ะเครื่องแป้งมาถือไว้แน่น

ทันใดนั้น บุรุษที่สวมชุดรัดกุมสีดำ ใบหน้าครึ่งล่างถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีเดียวกันกับชุดก็ปรากฏ ดวงตาที่สงบนิ่งและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักจ้องมองรั่วซีด้วยความเคารพ ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้านาง

“หน่วยองครักษ์เงาตระกูลหลิน ข้าน้อยหยวนเถาคารวะคุณหนูใหญ่” เขาชูป้ายหยกประจำตัวของแม่ทัพหลินฟ่งหยางขึ้นเหนือศีรษะ รั่วซีลดปิ่นในมือลง หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลผ่าน

“ท่านตา... ส่งพวกเจ้ามาจริงๆ ด้วย แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่นานเท่าใดแล้ว?”

“ข้าน้อยมาถึงตั้งแต่ยามต้น และเห็นทุกอย่าง...” หยวนเถาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายร่องรอยของความโกรธแค้นแทนรั่วซี “หากคุณหนูสั่งคำเดียว ข้าน้อยจะปลิดชีพสตรีชั้นต่ำที่กล้าวางยาท่านเมื่อครู่นี้ทันที”

“ยังก่อน…ฆ่าตอนนี้ก็แค่กำจัดมดตัวหนึ่ง ข้าต้องการให้พวกมันพินาศทั้งรัง”

“ท่านแม่ทัพทราบเรื่องจากจดหมายแล้ว บัดนี้กำลังเตรียมการบางอย่างในกองทัพ และสั่งให้ข้าน้อยมารายงานคุณหนูว่า... ไม่ว่าคุณหนูจะทำการสิ่งใด ท่านแม่ทัพจะยืนอยู่ข้างหลังคุณหนูเสมอ”

หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตาของมู่รั่วซีโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป นางจำได้ดีในชาติที่แล้ว นางบุกไปถึงชายแดน คุกเข่าอ้อนวอนท่านตาให้ใช้บารมีและกำลังทหารสนับสนุนเยี่ยนเฉิงกงขึ้นสู่ตำแหน่งรัชทายาท ท่านตาที่รักนางดั่งแก้วตาดวงใจ แม้จะรู้ดีว่าการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองราชสำนักคือการก้าวขาเข้าสู่แดนประหาร แต่เพื่อความสุขของหลานสาวเพียงคนเดียว ท่านกลับยอมทำตามที่นางขอทุกอย่าง

รั่วซีปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แววตาที่หม่นหมองเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวในพริบตา นางมองไปยังองครักษ์เงาที่ยังคงคุกเข่าอยู่อย่างมั่นคง

“ท่านตาส่งเจ้ามาเพียงคนเดียวหรือ? การลอบเร้นเข้าจวนโหวไม่ใช่เรื่องง่าย หากเจ้าถูกคนของท่านพ่อจับได้ เรื่องนี้จะกลายเป็นหัวข้อให้พวกหลิวซื่อนำไปเป่าหูท่านพ่อว่าตระกูลหลินพยายามแทรกแซงอำนาจภายในจวนมู่”

หยวนเถาเงยหน้าขึ้น ก่อนจะรีบก้มหน้าลงตอบอย่างนอบน้อม “คุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ ท่านแม่ทัพทราบดีถึงความอ่อนไหวของเรื่องนี้ พวกเราจะระวังอย่างที่สุด พวกเรามีทั้งหมดสิบคนขอรับ บัดนี้อีกเก้าคนได้กระจายกำลังกันซ่อนอยู่รอบจวนมู่โหว ทั้งบนหลังคาและปะปนอยู่กับโลกภายนอกเพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหว พวกเราถูกฝึกมาอย่างดีหากเราไม่อยากให้ใครเห็น ต่อให้เดินผ่านหน้าคนเฝ้ายามพวกนั้น พวกเขาก็จะรู้สึกเพียงลมพัดผ่านเท่านั้นขอรับ”

รั่วซีพยักหน้าช้าๆ “ดี...ท่านพ่อของข้าเป็นคนระแวงและรักเกียรติยิ่งกว่าชีวิต หากเขารู้แผนการที่ข้าวางไว้จะพังทลายทันที”

นางเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ต่อไปห้ามพวกเจ้าปรากฏตัวอีกเป็นอันขาด หากข้าไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นเลือดตกยางออกหรือชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเจ้าก็ห้ามออกมาขัดขวางการกระทำของใครทั้งสิ้น”

ครานี้หยวนเถาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาฉายแววไม่ยินยอม “แต่คุณหนู หน้าที่ของพวกเราคืออารักขาท่าน หากเห็นท่านถูกรังแกแล้วข้าน้อยนิ่งเฉย ข้าน้อยจะกลับไปสู้หน้าท่านแม่ทัพได้อย่างไร?!”

“ความเจ็บปวดทางกายคือการลงทุนอย่างหนึ่ง หากข้าไม่อดทน ข้าจะกระชากหน้ากากนังแพศยาสองแม่ลูกนั้นออกมาได้อย่างไร? ข้าต้องการให้พวกมันลงมือเพื่อให้พวกมันย่ามใจ”

นางย่อตัวลงมาในระดับเดียวกับเขา แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น ทำเอาองครักษ์หนุ่มต้องก้มหน้าหลบ

“แต่ถ้า...หากข้าถูกลอบทำร้ายด้วยอาวุธหรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจถึงแก่ชีวิตจริงๆ ถึงตอนนั้นข้าอนุญาตให้พวกเจ้าลงมือได้ แต่จงทำอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอยที่สุด เข้าใจหรือไม่?”

“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่งขอรับ” หยวนเถารับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปในเงามืดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel