บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 คุณหนูใหญ่เปลี่ยนไป

ตอนที่ 5 คุณหนูใหญ่เปลี่ยนไป

มู่จิ้นหยวนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงไกลๆ ขมวดคิ้วมุ่นในตอนแรก มือของเขาไพล่หลังและกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาเตรียมพร้อมที่จะเดินเข้าไปตำหนิบุตรสาวคนโตหากนางเริ่มแผดเสียงอาละวาดหรือลงไม้ลงมือกับสาวใช้เหมือนอย่างที่เคยทำ ทว่าภาพที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยโทสะและเหนื่อยหน่ายกลับสั่นไหวด้วยความประหลาดใจ

“ดูท่า...การส่งนางไปอยู่ที่วัดเขาชิงซานครั้งนี้ จะขัดเกลานิสัยที่แข็งกระด้างของนางได้จริง ๆ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก “หากเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้อาฝูคงหัวร้างข้างแตกไปแล้ว แต่วันนี้นางกลับนิ่งสงบและรู้จักเมตตาบ่าวไพ่ รั่วซีเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ”

หลิวซื่อที่ยืนอยู่ข้างกาย ถึงกับนิ่งค้างไปนาน ดวงตาที่เคยฉายแววอ่อนโยนจอมปลอมบัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่ไม่อาจเก็บงำได้มิด ใบหน้าที่พอกแป้งไว้อย่างดีดูจะซีดลงไปถนัดตา นางวางแผนมาอย่างดิบดี ให้อาฝูไปกระตุ้นโทสะของรั่วซีเพื่อให้ภาพลักษณ์นังปีศาจตราตรึงใจมู่จิ้นหยวนอีกครั้งก่อนงานเทศกาลล่าสัตว์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตาลปัตร

“นั่นสิเจ้าคะท่านพี่...” หลิวซื่อรีบปั้นสีหน้ายิ้มแย้มพลางเกาะแขนสามีเบา ๆ แม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งไฟสุม “ข้าเองก็แปลกใจนักเห็นรั่วซีรู้จักระงับอารมณ์เช่นนี้ ต่อไปนี้จวนของเราคงจะสงบสุขเสียทีนะเจ้าคะ”

“อืม... เจ้าเองก็น่าจะเบาแรงลงได้บ้าง” มู่จิ้นหยวนพยักหน้า ก่อนจะก้าวเดินต่อไปยังห้องหนังสือ ทิ้งให้หลิวซื่อยืนอยู่กับมู่หลันฮัวที่มองตามแผ่นหลังของพี่สาวไปด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

บรรยากาศอบอุ่นจอมปลอมเมื่อครู่ก็สลายไปในทันที ใบหน้าของหลันฮัวฉายแววกังวลและสับสนอย่างเห็นได้ชัด นางรีบหันไปหามารดาที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปแล้วตอนนี้

“ท่านแม่! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมนางแพศยานั่นถึงไม่โวยวาย?” หลันฮัวกระซิบเสียงขุ่น จิกเล็บลงบนฝ่ามือด้วยความขัดใจ “ปกติแค่ชายกระโปรงเปื้อนฝุ่นนิดหน่อย นางก็แทบจะถลกหนังบ่าวไพร่แล้ว แต่นี่อาฝูราดน้ำใส่นางจนเปียกโชก นางกลับยิ้มพูดจาอ่อนหวานใส่อาฝูหรือว่าผีวัดเขาชิงซานจะเข้าสิงนางไปแล้วเจ้าคะ?!...”

หลิวซื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาที่ผ่านโลกมามากกว่าหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “ใจเย็นก่อนหลันฮัวอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเจ้าลืมไปแล้วหรือว่านางไปอยู่ที่เขาชิงซานมาหนึ่งเดือนเต็ม เมื่อร่างกายนางไม่มีตัวยาคอยกระตุ้นประสาท อารมณ์ที่เคยพลุ่งพล่านจึงดูสงบลงเป็นธรรมดา”

“แล้วเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?” หลันฮัวเริ่มอยู่ไม่สุข “หากนางกลับมาเป็นผู้เป็นคนเช่นนี้ ท่านพ่อต้องหันกลับไปเอ็นดูมันแน่ๆ”

หลิวซื่อแสยะยิ้มเยือกเย็น “เจ้าอย่าได้กังวลไป ในเมื่อมันกลับมาอยู่ในเงื้อมมือของพวกเราแล้ว แม่จะให้มันได้บำรุงร่างกายอย่างเต็มที่ก่อนวันงานเทศกาลล่าสัตว์ เพียงแค่สามวันมันก็จะกลับมาเป็นนังสารเลวคลั่งรักที่คุมอารมณ์ไม่อยู่เหมือนเดิม!”

“จริงด้วยเจ้าค่ะท่านแม่...ข้าลืมไปเสียสนิทว่ามันห่างหายจากน้ำแกงบำรุงไปนานเพียงใด” ริมฝีปากบางป้ายสีชาดสวยงามขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะสะใจ เมื่อนึกถึงวีรกรรมของพี่สาวในอดีต

ที่ผ่านมา มู่รั่วซีเปรียบเสมือนตัวตลกในวงสังคมชนชั้นสูง ไม่มีคุณหนูตระกูลใดกล้าคบหาเป็นสหายสนิท เพราะนิสัยที่ทั้งเย่อหยิ่ง จองหอง และไร้กาลเทศะของนางเอง ทุกครั้งที่มู่รั่วซีไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาหรืองานชมบุปผา นางมักจะสร้างเรื่องขายหน้าให้ตระกูลมู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่คุณหนูตระกูลอื่นด้วยอำนาจของท่านตาของนาง หรือการตะโกนด่าทอบ่าวไพร่กลางงานเลี้ยงเพียงเพราะน้ำชากาของนางเย็นชืดไปนิด นั่นทำให้มู่รั่วซีมีเพียงน้องสาวคนเดียวที่เป็นสหาย

หลันฮัวนึกถึงภาพความอับอายเหล่านั้นด้วยความอิ่มเอมใจ ยิ่งมู่รั่วซีทำตัวเหลวไหลเท่าใด รัศมีของความเพียบพร้อมในตัวนางก็ยิ่งเจิดจรัสขึ้นเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงเรือนเหมยฮวา เรือนที่เคยดูโอ่อ่าบัดนี้กลับดูทรุดโทรมลงเล็กน้อย ฝุ่นจับตามโต๊ะเครื่องแป้งและแจกันดอกไม้ บ่งบอกว่าในช่วงที่นางไม่อยู่ไม่มีใครใส่ใจดูแลเรือนแห่งนี้เลย

รั่วซีนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นางมองไปที่กาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ฉุ่ยเอ๋อร์เอาน้ำชาในกานี้ไปทิ้งให้หมด นับจากวันนี้ไป อาหารและน้ำทุกหยดที่จะเข้าปากข้า เจ้าต้องเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ห้ามรับจากครัวกลางเด็ดขาด หากจำเป็นต้องรับมา ให้เจ้านำไปเททิ้งที่โคนต้นไม้หลังเรือนเสีย อย่าให้ใครจับพิรุธได้”

“เจ้าค่ะคุณหนู! บ่าวจะระวังสุดชีวิต!”

รั่วซียิ้มที่มุมปากเมื่อนึกถึงถุงเครื่องหอมที่หลันฮัวเพิ่งได้ไป ในนั้นไม่ใช่แค่เครื่องหอมธรรมดา แต่มันคือผงกระตุ้นกำหนัดอย่างอ่อน ๆ ที่ผสมกับดอกราตรีซ่อนกลิ่นซึ่งหากสูดดมเข้าไปนานๆ จะทำให้ประสาทหลอนและควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้

“พวกเจ้าอยากเห็นข้าเป็นคนบ้าใช่ไหม?...ได้...ข้าจะเล่นบทคนบ้าให้พวกเจ้าดูจนอกแตกตาย”

เช้าวันต่อมา บรรยากาศในจวนมู่โหวดูแปลกตาไปจนบ่าวไพร่ต่างพากันประหลาดใจ มู่รั่วซีไม่ได้ออกไปอาละวาดที่ไหน นางเก็บตัวอยู่ในเรือนเหมยฮวา คัดอักษรและปักผ้าอย่างสงบเสงี่ยม และนางยังไปร่วมโต๊ะอาหารที่เรือนหลักทุกมื้อ

ที่โต๊ะอาหารเช้า มู่รั่วซีนั่งตัวตรง กิริยาการหยิบตะเกียบและการจิบชานั้นไร้ที่ติจนมู่จิ้นหยวนถึงกับลอบมองด้วยความพอใจอยู่หลายครั้ง

“พี่หญิง ท่านทานเป็ดตุ๋นนี้หน่อยสิเจ้าคะ ท่านแม่ตั้งใจให้พ่อครัวทำเพื่อบำรุงท่านโดยเฉพาะเลยนะ” มู่หลันฮัวคีบเนื้อเป็ดใส่ชามของรั่วซีพร้อมรอยยิ้ม

“ขอบใจเจ้ามากนะหลันฮัว” รั่วซียิ้มตอบ ดวงตาเป็นประกายอ่อนโยน “ตั้งแต่กลับมา ข้ารู้สึกว่าท่านแม่กับเจ้าช่างดีต่อข้านัก ทำให้ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ที่เมื่อก่อนเคยเอาแต่ใจ”

หลิวซื่อเห็นโอกาสจึงรีบสำทับ “รั่วซีพูดอะไรเช่นนั้น เจ้าเป็นลูกสาวคนโตของจวนนี้ แม่ย่อมต้องดูแลเจ้าให้ดีที่สุด อ้อ...ตั้งแต่วันนี้ไป แม่จะให้สาวใช้นำน้ำแกงรังนกผสมสมุนไพรไปให้เจ้าดื่มที่เรือนทุกคืนก่อนนอนนะ เจ้าจะได้หลับสบายช่วงนี้เจ้าตัวซูบผอมไปหน่อย”

“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ” รั่วซียิ้มหวานก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนแววตาวาวโรจน์ไม่ให้ศัตรูเห็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel