หวนคืนครานี้ ข้ามิขอเป็นเบี้ยล่าง

47.0K · ยังไม่จบ
ดอกไม้หนาม
21
บท
311
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชาติก่อนมู่รั่วซีต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถกลางกองเพลิงพร้อมเกียรติยศที่ถูกย่ำยีแต่สวรรค์ยังเห็นใจหรือนรกอาจจะยังไม่อยากต้อนรับนาง นางจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในวัย 16 ปี ช่วงเวลาก่อนที่หายนะจะเริ่มต้นขึ้น

นิยายย้อนยุคนิยายรักนิยายจีนโบราณท่านอ๋องจีนโบราณดราม่าโรแมนติกหลอกลวงหักหลัง

ตอนที่ 1จุดจบของสตรีโง่เขลา

ตอนที่ 1จุดจบของสตรีโง่เขลา

ท่ามกลางความมืดมิดที่เหน็บหนาวจนเข้าถึงกระดูก ​ร่างที่เปลือยเปล่าของมู่รั่วซีนอนพังพาบอยู่บนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วรุนแรงเสียจนความหนาวเหน็บของหิมะที่โปรยปรายกลายเป็นเพียงความรู้สึกแผ่วเบา

ผิวที่เคยขาวเนียน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยราคีคาวจากน้ำมือของบุรุษวัยฉกรรณ์นับสิบที่รุมย่ำยีไม่เหลือชิ้นดี กลิ่นคาวกามคละคลุ้งปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของอารามร้างหลังเก่า ที่ครั้งหนึ่งนางเคยถูกส่งให้มาอยู่ที่นี่เพื่อสำนึกกับความผิดที่นางไม่ได้ทำ

ภาพความทรงจำสุดท้ายของนางคือนางกำลังนั่งดื่มชากับน้องสาวอยู่ในจวนของสามี...ก่อนจะตื่นขึ้นมาพบกับนรกบนดิน

เสียงหัวเราะเยาะหยันของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงภูตผีที่ตามหลอกหลอน

“พี่หญิง... ท่านดูสภาพตัวเองในตอนนี้สิ ช่างน่าเวทนานัก ข้าเห็นแล้วยังอดใจหายแทนไม่ได้จริงๆ”

น้ำเสียงอ่อนหวานรื่นหูที่นางเคยรักและเอ็นดูดังขึ้นที่หน้าประตูอาราม มู่หลันฮัว น้องสาวต่างมารดาผู้มีใบหน้างดงามหมดจดเดินกรีดกรายเข้ามาใกล้ ชายกระโปรงสีชมพูกลีบบัวของนางสะอาดสะอ้านตัดกับความโสโครกที่มู่รั่วซีกำลังเผชิญ ปลายเท้าของนางยื่นออกมาเขี่ยมือที่สั่นเทาของพี่สาวออกอย่างรังเกียจ ราวกับกำลังเขี่ยเศษขยะที่ขวางทางเดิน

“ทำ...ไม...ทั้งที่ข้าดีกับเจ้ามาตลอด...ยอมแม้กระทั่งให้เจ้าใช้สามีร่วมกัน...” รั่วซีเค้นเสียงลอดไรฟัน ลำคอของนางแห้งผากและระคายเคืองจนแสบร้อน “เหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้!...”

มู่หลันฮัวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่เย็นเยียบไปถึงกระดูก นางโน้มตัวลงมาใกล้จนรั่วซีเห็นเงาตัวเองในดวงตาที่มืดมิดคู่นั้น

“ผิดที่ท่านเกิดมาเป็นบุตรสาวภรรยาเอกอย่างไรเล่าพี่หญิง ผิดที่ท่านเกิดมาพร้อมวาสนาที่ข้าไม่มี ผิดที่ท่านได้ครอบครองสัญญาหมั้นหมายกับบุรุษที่ข้าหมายปองมาตลอด” หลันฮัวจิกผมของรั่วซีให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา “ท่านไม่รู้หรอกว่าทุกครั้งที่ข้าปั้นหน้ายิ้มให้ท่าน ในใจข้าอยากจะกรีดใบหน้างามๆ ของท่านให้เสียโฉมเพียงใด! ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะกตัญญูต่อคนที่แย่งชิงตำแหน่งพระชายาเอกที่ควรจะเป็นของข้าไป?...”

เพียะ!

มือเรียวสวยของหลันฮัวตบเข้าที่แก้วซีกซ้ายของรั่วซีอย่างแรงจนหน้าสะบัด

“วันนี้...ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้สูงส่งจะมอดไหม้ไปพร้อมกับอารามแห่งนี้ ทุกคนจะจดจำท่านในฐานะสตรีแพศยาที่หนีตามชายชั่วมาเสพสมจนถูกรุมโทรมตาย ส่วนข้า...ข้าจะกลายเป็นพระชายาเพียงหนึ่งเดียวของพี่เฉิงกง และเป็นหงส์เหนือมังกรที่ทุกคนต้องก้มศีรษะให้!”

ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสีม่วงเข้มดูภูมิฐานก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังเสาอาราม เยี่ยนเฉิงกง องค์ชายรองผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียน บุรุษที่รั่วซีรักสุดหัวใจ บุรุษที่นางยอมใช้บารมีของตระกูลแม่ทัพของท่านตาเป็นบันไดให้เขาขึ้นสู่จุดสูงสุด

เขามองดูร่างที่ยับเยินของนางด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีความรัก ความสงสาร หรือแม้แต่ความผูกพันที่เคยพร่ำว่ารักบอกนางแม้แต่น้อย

“ท่านพี่...ช่วยข้า...” รั่วซีครางออกมาด้วยความหวังเฮือกสุดท้าย นางมองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริก หวังจะเห็นความสงสารหรือความโกรธแค้นแทนนางสักนิด ทว่าสิ่งที่ได้เห็นกลับมีเพียงสายตาเย็นชา เขามองนางเหมือนมองซากศพที่ไร้ค่า

“เฉิงกง...ท่าน...ท่านรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยหรือ?”

เยี่ยนเฉิงกงหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมองนางด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

“รั่วซี ในเมื่อเจ้าหมดประโยชน์แล้ว ก็จงตายไปพร้อมกับมลทินนี้เถิด” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนน่าใจหาย “ส่วนตระกูลท่านตาของเจ้า...อีกไม่นานข้าก็จะถอนรากถอนโคนพวกมันตามเจ้าไป”

โลกทั้งใบของมู่รั่วซีพังทลายลงในพริบตา ความจริงที่ได้รับรู้เจ็บปวดรุนแรงยิ่งกว่าบาดแผลบนกาย นางถูกหลอก... ถูกใช้เป็นเครื่องมือมาโดยตลอด และตอนนี้เขากำลังจะกำจัดนางทิ้งเหมือนเศษสวะ

“พวกเจ้า...ใจคออำมหิต...ทำกับข้าแบบนี้ได้ยังไง!” รั่วซีเค้นเสียงออกมาพร้อมกับกระอักเลือดสีเข้มคำโต ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้แดงก่ำด้วยเส้นเลือดที่แตกฝอย

หลันฮัวหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาแล้วโยนลงบนพื้นไม้ เปลวไฟเริ่มลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นควันไฟเริ่มบดบังวิสัยทัศน์ เยี่ยนเฉิงกงโอบเอวมู่หลันฮัวไว้แล้วพากันเดินออกไปจากอารามโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ความร้อนจากเปลวเพลิงเริ่มแผดเผาผิวหนัง แต่ความแค้นในอกกลับรุ่มร้อนยิ่งกว่า รั่วซีพยายามตะเกียกตะกายแต่ไร้เรี่ยวแรง เลือดไหลออกจากปากของนางจนได้กลิ่นคาวคลุ้ง นางมองไปยังเพลิงที่กำลังจะพรากชีวิต พร้อมกับความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามา...ทั้งรอยยิ้มจอมปลอมของน้องสาว และคำหวานอาบยาพิษของชายคนรัก

“หากสวรรค์มีตา หากนรกมีจริง...” นางกรีดร้องออกมาด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ดวงตาที่พร่าเลือนจ้องมองไปยังหลังคาของอาราม

“ข้าขอแลกวิญญาณนี้เพื่อให้ได้กลับมา...ไม่ว่าต้องเป็นปีศาจหรืออสูรร้าย ข้าขอโอกาสอีกครั้งเพื่อกลับมาทวงคืนความยุติธรรม! กลับมาเหยียบย่ำพวกมันให้จมดิน! ความเจ็บปวดที่ข้าได้รับในวันนี้ ข้าจะคืนให้พวกเจ้าเป็นพันเท่าหมื่นเท่า!”

เปลวไฟสีส้มฉานลุกท่วมเพดานอาราม ขื่อไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาทับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนาง ความร้อนแรงแผดเผาผิวหนังจนพองไหม้ แต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับความแค้นที่สลักลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ก่อนที่สติของนางจะดับวูบลง…

.