บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 หอบมิติข้ามเวลามาอยู่ในนิยายเล่มโปรด - 2

ชีวิตของหลินไต้อิ่งผู้นี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก มารดาผู้เป็นฮูหยินเอกด่วนจากไปตั้งแต่เนิ่นๆ บิดาผู้มีตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายขวาก็เป็นคนเห็นแก่ตัว ละโมบในอำนาจ เมื่อแต่งแม่เลี้ยงคนใหม่เข้ามา บิดาก็แทบจะลืมเลือนไปว่ายังมีบุตรีคนโตผู้นี้อยู่ คำโบราณที่ว่ามีแม่เลี้ยงก็เหมือนมีพ่อเลี้ยง ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย หลินไต้อิ่งถูกทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนท้ายจวน ถูกกดขี่ข่มเหงจนกลายเป็นคนขี้ขลาด อ่อนแอ หัวอ่อน และยอมคนไปเสียทุกเรื่อง

เหตุผลเดียวที่นางได้แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินน้อยของซ่งอี้หนานแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกร ก็เพราะสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่รุ่นปู่ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ตระกูลหลินไม่อยากส่งบุตรีที่เกิดจากฮูหยินคนใหม่ไปตกระกำลำบาก จึงผลักไสหลินไต้อิ่งผู้ไร้ค่ามาแต่งงานแทน

ทว่าวาสนานี้กลับกลายเป็นบ่วงกรรม...

ร่างนี้เพิ่งจะกราบไหว้ฟ้าดิน แต่งเข้าจวนแม่ทัพตระกูลซ่งได้เพียงสามวันเท่านั้น!

ตลอดสามวันที่ผ่านมา หลินไต้อิ่งแทบไม่ได้เห็นหน้าค่าตาสามีของตนเองเลยแม้แต่เงา ในคืนเข้าหอ ซ่งอี้หนานยังไม่ทันได้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวด้วยซ้ำ ก็มีราชโองการด่วนจากในวังหลวงเรียกตัวเขาเข้าเฝ้ากลางดึก และนับแต่นั้นเขาก็ไม่เคยได้ก้าวเท้ากลับออกมาจากพระราชวังอีกเลย

บัดนี้จวนแม่ทัพซ่งกำลังตกอยู่ในความโกลาหลระส่ำระสาย ทุกคนต่างหวาดผวาและกระวนกระวายใจจนแทบคลั่ง เพราะมีข่าวลือหนาหูหลุดรอดออกมาว่า แม่ทัพหนุ่มถูกจับกุมตัวขังไว้ในคุกหลวงด้วยข้อหากบฏ!

หลินไต้อิ่งหลับตาลง แค่นยิ้มเย็นเยียบอยู่ในใจ

‘ข้อหากบฏงั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี!’

ในฐานะคนที่อ่านนิยายเรื่องนี้มาจนจบ เธอรู้ดียิ่งกว่าใครในใต้หล้าว่าเรื่องราวเบื้องหลังเป็นเช่นไร ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็นทรราชผู้ขี้ระแวง พระองค์ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ได้ด้วยการแย่งชิง และหวาดกลัวว่าขุนนางเก่าแก่ที่ภักดีต่อฮ่องเต้องค์ก่อนจะลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน ตระกูลซ่งมีอำนาจทางทหารล้นมือ ซ่งอี้หนานสร้างผลงานศึกจนเป็นที่รักใคร่ของราษฎร นั่นคือความผิดมหันต์ ที่ทำให้ฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสี ยัดเยียดข้อหาก่อกบฏเพื่อกวาดล้างขุนนางตงฉินทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ แล้วนำคนของตนเองเข้าไปเสียบแทนตำแหน่ง

และบทลงโทษที่ตระกูลซ่งจะได้รับในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้านี้ ก็คือการริบทรัพย์และเนรเทศทั้งตระกูลไปยังแดนใต้!

แดนใต้อันแห้งแล้ง ติดขอบทะเลมรณะ ดินแดนรกร้างไร้ผู้คนที่มีไว้สำหรับคุมขังนักโทษประหารที่ได้รับการละเว้นโทษตายเท่านั้น

ในเนื้อเรื่องเดิม หลินไต้อิ่งผู้อ่อนแอตกใจกลัวจนเสียสติเมื่อรู้ข่าว นางเอาแต่ร่ำไห้คร่ำครวญ และเมื่อถูกต้อนเข้าสู่เส้นทางเนรเทศ ร่างกายที่บอบบางราวกับแก้วเคลือบก็ทนต่อความยากลำบากไม่ไหว นางล้มป่วยและสิ้นใจตายไปอย่างเงียบงันตั้งแต่ยังเดินทางไม่ถึงครึ่งทาง เป็นเพียงธุลีดินที่ถูกสายลมพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากนางตาย ซ่งอี้หนานก็ได้พบกับจูเยว่ บุตรีของเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่ถูกเนรเทศมาในขบวนเดียวกัน จูเยว่คือสตรีที่อ่อนหวาน ฉลาดหลักแหลม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดั่งดอกบัวขาว ทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง และพากันกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาในตอนท้าย

‘สรุปก็คือ... ร่างนี้ถูกส่งมาเป็นเบี้ยใบ้ที่ต้องตายเพื่อปูทางรักให้พระนางงั้นสิ?’

แววตาของหญิงสาวบนเตียงพลันวาวโรจน์ ประกายตาที่เคยหม่นแสงของหลินไต้อิ่งคนเดิมดับสูญไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของนักฆ่าหมายเลข 7

นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง สัมผัสถึงความนุ่มเนียนของผิวพรรณและความอบอุ่นของกระแสเลือดที่ไหลเวียน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากบาง

‘ช่างหัวบทนิยายมันปะไร! ในเมื่อสวรรค์มอบชีวิตใหม่นี้ให้ข้า... หลินไต้อิ่งคนใหม่ผู้นี้จะขอลิขิตชะตาชีวิตของตนเอง!’

นางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่หนีเอาตัวรอด การหลบหนีในยุคโบราณที่มีระบบทะเบียนราษฎร์เข้มงวดจะทำให้นางกลายเป็นคนเถื่อน ไร้ที่ยืนในสังคม อีกทั้งนางไม่มีความผูกพันใดๆ กับเมืองหลวงอันโสมมแห่งนี้ ครอบครัวเดิมของร่างนี้ก็ตัดขาดกับนางทันทีที่รู้ว่าตระกูลซ่งกำลังจะล่มจม พวกเขาปิดประตูจวนแน่นหนา ทำตัวราวกับไม่เคยมีบุตรีคนโตผู้นี้มาก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel