บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 หอบมิติข้ามเวลามาอยู่ในนิยายเล่มโปรด - 3

การถูกเนรเทศไปยังแดนใต้อาจฟังดูเลวร้ายสำหรับคุณหนูในห้องหอ แต่สำหรับนักฆ่าที่เคยผ่านการฝึกเอาชีวิตรอดในป่าดงดิบและแดนสงครามมาแล้ว ที่รกร้างเช่นนั้นกลับเป็นทำเลทองอันยอดเยี่ยม! มันห่างไกลจากสายตาของราชสำนัก ไร้กฎเกณฑ์ผูกมัด และเป็นสถานที่ที่นางสามารถสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมาได้อย่างอิสระ

ในขณะที่กำลังวางแผนอนาคตอยู่ในใจ เสียงฝีเท้าซอยถี่และเสียงสะอื้นไห้ก็ดังแว่วเข้ามาจากทางหน้าห้อง

บานประตูกระดาษถูกผลักเปิดออกอย่างร้อนรน ร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนก้าวสะดุดธรณีประตูเข้ามา ใบหน้ากลมแป้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาบวมเป่งราวกับผลท้อ

“คุณหนู... คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ! ฮือๆๆ...”

เด็กสาวคนนี้คือเสี่ยวเถา สาวใช้คนสนิทที่ติดตามหลินไต้อิ่งมาตั้งแต่จำความได้ นางเป็นคนซื่อสัตย์ ภักดี และรักใคร่คุณหนูของตนยิ่งกว่าชีวิต แม้ในยามที่หลินไต้อิ่งถูกคนในตระกูลหลินกลั่นแกล้ง เสี่ยวเถาก็ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องคุณหนูเสมอมา

เสี่ยวเถาโผเข้ามาคุกเข่าลงข้างเตียง สองมือกุมมือที่เย็นชืดของหลินไต้อิ่งไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก

“คุณหนูเจ้าคะ แย่แล้วเจ้าคะ บ่าวแอบไปฟังที่เรือนใหญ่มา มีข่าววงในแจ้งมาว่านายท่านแม่ทัพถูกตัดสินโทษกบฏแล้วเจ้าคะ! ราชสำนักกำลังจะส่งทหารหลวงมาปิดล้อมจวนเพื่อยึดทรัพย์และเนรเทศทุกคนไปแดนใต้! ตระกูลหลิน... ตระกูลหลินส่งจดหมายมาตัดขาดความสัมพันธ์กับคุณหนูแล้วเจ้าคะ พวกเขาบอกว่าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเด็ดขาด ฮือๆๆ พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะคุณหนู!”

หลินไต้อิ่งมองดูสาวใช้ตัวน้อยที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย

ในโลกเดิม นางถูกหมายเลข 5 ที่เติบโตมาด้วยกันหักหลังเพื่อเอาตัวรอด ทว่าในโลกใบใหม่นี้ กลับมีสาวใช้ตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งที่พร้อมจะกอดขานางร้องไห้และยอมร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยโดยไม่คิดหนี

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หลินไต้อิ่งต้องการให้นางต้องมาเผชิญ

ตามกฎหมายของราชสำนัก เมื่อตระกูลขุนนางถูกเนรเทศ บ่าวไพร่ในเรือนที่ไม่มีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดจะไม่ถูกเนรเทศไปด้วย แต่พวกเขาจะถูกทหารหลวงกวาดต้อนไปขายทอดตลาดในฐานะทาสหลวง สำหรับสตรีอายุน้อยหน้าตาหมดจดเช่นเสี่ยวเถา หากตกไปอยู่ในมือนายหน้าค้าทาส จุดจบย่อมหนีไม่พ้นการถูกส่งตัวไปยังหอนางโลมเกรดต่ำ หรือถูกซื้อตัวไปเป็นทาสรับใช้ที่ต้องรองรับอารมณ์บ้ากามของพวกเศรษฐีตัณหากลับ

เด็กสาวที่จิตใจดีงามและภักดีเช่นนี้ ไม่สมควรต้องมาแปดเปื้อนและรับกรรมเพราะตระกูลซ่ง

หลินไต้อิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเฉียบขาด นางดึงมือของตนเองกลับมาจากการเกาะกุมของเสี่ยวเถาอย่างไม่ไยดี

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว หนวกหูจริง”

น้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้เสี่ยวเถาถึงกับชะงักงัน เสียงสะอื้นหยุดกึก เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองคุณหนูของตนด้วยความงุนงงระคนหวาดหวั่น คุณหนูผู้แสนอ่อนหวานและขี้ขลาดของนาง เหตุใดจึงมีแววตาน่ากลัวประหนึ่งพญาอินทรีเช่นนี้?

หลินไต้อิ่งไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งคำถาม นางพยุงกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่ใบหน้ากลับตั้งตรง สง่างาม และแผ่รังสีอันตรายออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก

นางเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักลับชั้นล่างสุดออก หยิบเอาแผ่นกระดาษสีเหลืองเก่าๆ แผ่นหนึ่งออกมา พร้อมกับตลับเงินที่บรรจุเหรียญตำลึงทองและตั๋วเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเงินเก็บส่วนตัวที่ร่างเดิมแอบซุกซ่อนไว้

หลินไต้อิ่งวางแผ่นกระดาษและตลับเงินลงตรงหน้าเสี่ยวเถา

“นี่คือหนังสือสัญญาขายตัวของเจ้า และเงินอีกห้าสิบตำลึง”

เสี่ยวเถาเบิกตากว้าง มองดูกระดาษและเงินตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ร่างกายสั่นสะท้าน “คุณหนู... นี่มันหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? คุณหนูจะไล่บ่าวหรือเจ้าคะ?”

“ใช่ ข้ากำลังไล่เจ้า” หลินไต้อิ่งเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล “ตระกูลซ่งกำลังจะล่มจม ข้ากำลังจะกลายเป็นนักโทษเนรเทศ และข้าไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูเจ้าอีกต่อไป เจ้าจงฉีกหนังสือสัญญานี้ทิ้งเสีย แล้วเก็บเงินพวกนี้ออกไปทางประตูด้านหลังจวน เดินทางออกจากเมืองหลวงไปหาที่ตั้งรกรากในชนบท ใช้ชีวิตของเจ้าอย่างสงบสุข”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel