หลินไต้อิ่งหอบมิติข้ามเวลามาถูกเนรเทศ

207.0K · จบแล้ว
หลิ่งฟาง/หยุ่นไฮ่ /ฉินมอร์
191
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากสุดยอดนักฆ่ารหัสหมายเลขเจ็ด สู่การลืมตาตื่นในร่างของ หลินไต้อิ่ง คุณหนูใหญ่ผู้ถูกทอดทิ้งแห่งจวนเสนาบดี ทว่าสวรรค์กลับส่งบททดสอบสุดบัดซบมาให้ แต่งงานวันแรกยังไม่ทันเข้าหอ ราชโองการฟ้าก็ผ่าลงกลางกระหม่อม ตระกูลซ่งถูกยัดข้อหากบฏ สามีแม่ทัพอย่างซ่งอี้หนาน ถูกทรมานจนปางตาย ทั้งตระกูลถูกเนรเทศสู่แดนใต้ ดินแดนมรณะที่ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับมา! หนทางนับพันลี้เต็มไปด้วยซากศพ ความอดอยาก และเหล่าญาติสวะสายรองที่จ้องจะแทงข้างหลัง ซ้ำยังมีดอกบัวขาวคอยสาดโคลนใส่ร้ายไม่เว้นแต่ละวัน คิดว่านางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่รอวันเน่าตายข้างทางงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! ด้วยมิติลี้ลับ ที่กักตุนคลังยุทธภัณฑ์และน้ำทิพย์โอสถสวรรค์ นางรักษาชีพจรฟื้นกำลังให้สามี ตบหน้าเหล่าตัวบัดซบด้วยพิษร้าย และพลิกเส้นทางเนรเทศอันแสนทรมานให้กลายเป็นการกรุยทางของพญาหงส์!

นิยายจีนโบราณนิยายรักโรแมนติกแม่ทัพผู้ชายอบอุ่นนางเอกเก่งข้ามมิติกลอุบายในวังจีนโบราณแฟนตาซี พึ่งพาตัวเอง

บทนำ หมายเลข 7 - 1

ค่ำคืนในมหานครอันกว้างใหญ่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกและไอฝนบางเบา แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาตามตึกระฟ้าส่องสะท้อนกับแอ่งน้ำบนพื้นคอนกรีตเป็นประกายหลากสี แต่ในตรอกแคบที่ไร้แสงดาวแห่งนี้ มีเพียงความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นอันเยียบเย็น

ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้สุ้มเสียง ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปในชั่วพริบตา บริเวณลำคอมีรอยเจาะขนาดเท่าปลายเข็มเพียงจุดเดียว ไม่มีเสียงปืนกึกก้อง ไม่มีประกายไฟ ไม่มีพยานผู้พบเห็น และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆ หลงเหลือไว้ในที่เกิดเหตุ ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลงภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ประดุจเปลวเทียนที่ถูกสายลมกรรโชกพัดดับวูบลงกลางความมืด

หญิงสาวในชุดแจ็กเก็ตสีดำสนิทก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ดึงเข็มพิษขนาดจิ๋วกลับเข้าสู่ปลอกกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมืออย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ้วเรียวยาวสวมถุงมือหนังบางเบากดปุ่มเปิดระบบสื่อสารที่เชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียมเข้ารหัสผ่านหูฟังบลูทูธขนาดเล็ก

"ภารกิจเสร็จสิ้น"

เสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น ไร้ซึ่งความตื่นเต้นหรือความเหนื่อยล้าใดๆ

หลังจากความเงียบงันชั่วอึดใจ เสียงตอบรับจากคู่สายปลายทางก็ดังแว่วเข้ามา น้ำเสียงนั้นสังเคราะห์ผ่านโปรแกรมดัดแปลงจนฟังดูแห้งแล้งและไร้อารมณ์เหมือนเครื่องจักร ไม่ต่างจากทุกครั้งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

‘ยืนยันสัญญาณชีพเป้าหมายหยุดทำงาน... ภารกิจสุดท้ายของเธอเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ อนุญาตให้พักร้อนได้โดยไม่มีกำหนด’

สัญญาณถูกตัดไปในทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงซ่าเบาๆ ในโสตประสาท

นักฆ่าโค้ดเนมหมายเลข 7 ไม่ได้แสดงความยินดีผ่านทางสีหน้า ไม่มีรอยยิ้ม และไม่มีถ้อยคำขอบคุณหลุดรอดออกมา เธอเพียงแค่ถอดหูฟังออกแล้วบดขยี้มันด้วยปลายรองเท้าคอมแบทจนแหลกละเอียดเป็นผง ก่อนจะเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ากระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ แล้วก้าวเดินออกจากตรอกมืด มุ่งหน้ากลืนหายไปกับฝูงชนในเมืองใหญ่ เธอทิ้งโลกเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ควันปืน และคำสั่งสังหารเอาไว้เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังเล็กตั้งอยู่ในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ เป็นสถานที่พำนักเพียงแห่งเดียวที่เธอเลือกใช้เงินเก็บก้อนใหญ่ซื้อไว้ มันตั้งอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายของใจกลางเมือง และไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราราคาแพงดั่งที่คนมีเงินส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน หากคนทั่วไปมาเห็นคงมองว่ามันคับแคบและเรียบง่ายจนเกินไปด้วยซ้ำ แต่สำหรับเธอแล้ว ที่นี่คือขนาดที่พอเหมาะพอดีที่สุด

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายมาตลอดอย่างเธอ ความกว้างขวางคือศัตรูตัวฉกาจ

การอยู่ตามลำพังในบ้านหลังใหญ่หรือเพนต์เฮาส์โอ่อ่าจะทำให้ทุกย่างก้าวและทุกเสียงสะท้อนรอบตัวกลายเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก ในโลกของนักฆ่า จุดอับสายตาและความหละหลวมแม้เพียงไม่กี่นิ้ว อาจหมายถึงคมกระสุนที่พุ่งทะลุขมับโดยไม่ทันได้ตั้งตัว บ้านขนาดไม่กี่สิบตารางเมตรที่สามารถกวาดสายตามองเห็นได้ทั่วทุกมุมในระยะก้าวเดินไม่กี่ก้าวจึงปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจได้มากกว่า

หน้าต่างทุกบานติดฟิล์มกรองแสงชนิดมองเห็นได้ด้านเดียวและอยู่ในระดับสายตา ประตูทางเข้าออกมีเพียงบานเดียวทำจากเหล็กกล้าเสริมโครงสร้างภายในอย่างแน่นหนา ผนังห้องไม่บางจนเสียงเล็ดลอด แต่ก็ไม่หนาจนบดบังสัญชาตญาณการรับฟังเสียงจากภายนอก ที่สำคัญคือไม่มีซอกมุมมืดใดที่ใครจะสามารถแอบซ่อนตัวรอดพ้นสายตาของเธอไปได้

ร่างเพรียวบางทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนรูปจัดเก็บสัมภาระอย่างเป็นระเบียบ ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงชิ้นที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ไม่มีของตกแต่งฟุ่มเฟือย ไม่มีรูปถ่าย และไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกถึงตัวตนในอดีต

บนเคาน์เตอร์ครัว มีดทำครัวหลากหลายขนาดถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ใบมีดทุกเล่มได้รับการลับคมจนขึ้นเงาวาววับ ส่องประกายคมกริบยามต้องแสงไฟนีออน เธอไม่ได้เตรียมมันไว้เพื่อการต่อสู้ แต่เป็นเพราะความคมคือสิ่งเดียวที่เธอคุ้นเคยและให้ความไว้วางใจมาตลอดทั้งชีวิต