บทที่ 1 หมายเลข 5 - 2
ทว่าสิ่งที่หมายเลข 7 ไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยก็คือ ภายใต้ท่าทางผ่อนคลายและรอยยิ้มอันเป็นมิตรนั้น คือการตัดสินใจอันโหดเหี้ยมที่ถูกตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี
นอกจากทักษะการลอบสังหารอันไร้ที่ติแล้ว หมายเลข 7 ยังมีความรู้ด้านพิษวิทยา เภสัชศาสตร์ และการแพทย์ภาคสนามในระดับยอดเยี่ยม เธอเชี่ยวชาญการสกัดยาสมุนไพรและมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นสารเคมีแปลกปลอมที่ไวยิ่งกว่าเครื่องตรวจจับ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกลอบวางยาพิษมาได้นับครั้งไม่ถ้วน
คนในองค์กรต่างตระหนักดีว่า การจะผสมยานอนหลับหรือยาพิษที่มีกลิ่น สี หรือรสชาติลงในอาหารและเครื่องดื่มของหมายเลข 7 นั้นเป็นเรื่องเพ้อเจ้อที่ไม่มีวันสำเร็จ เธอจะจับพิรุธได้ตั้งแต่จอกยังไม่ทันแตะริมฝีปาก หนทางเดียวที่จะสยบสัตว์ร้ายผู้นี้ได้ จึงมีเพียงยาสลบสูตรสังเคราะห์พิเศษชนิดไร้สี ไร้กลิ่น ไร้รส และต้องฉีดเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงเท่านั้น
ในจังหวะที่หมายเลข 7 หันหลังกลับไปเพื่อหยิบโหลน้ำผึ้งบนชั้นวาง...
ฉึก!
ความรู้สึกเจ็บแปลบคล้ายถูกมดกัดแล่นผ่านผิวหนังบริเวณต้นคอด้านหลัง ความเย็นวาบประหลาดกระจายตัวเข้าสู่เส้นประสาทและไขสันหลังในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักฆ่าสั่งการให้เธอหมุนตัวกลับพร้อมเงื้อหมัดขึ้นทันควัน ทว่า... ร่างกายกลับปฏิเสธคำสั่งของสมอง
กล้ามเนื้อทั่วร่างอ่อนยวบลงอย่างกะทันหัน แขนขาไร้เรี่ยวแรง แก้วน้ำผึ้งในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นกระเบื้องแตกกระจาย เสียงดังก้องไปทั่วห้อง ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ชีพจรเต้นช้าลงอย่างผิดปกติ ภาพตรงหน้าเริ่มหมุนคว้างและเบลอพร่า
"มะ... หมายเลข 5...?"
เสียงของหมายเลข 7 แผ่วเบาจนแทบไม่พ้นริมฝีปาก ร่างกายของเธอทรุดฮวบลง ทว่าก่อนที่ศีรษะจะกระแทกพื้น แขนของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกลับยื่นเข้ามารองรับร่างของเธอไว้ ดวงตาที่เริ่มหนักอึ้งช้อนมองใบหน้าของเพื่อนรักที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม... ใบหน้าของคนเพียงคนเดียวที่เธอให้ความไว้วางใจที่สุดในโลกใบนี้
"ขอโทษนะ 7... แต่นี่เป็นทางรอดเดียวของฉัน"
น้ำเสียงของหมายเลข 5 สั่นเครือเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองลงมากลับเย็นชาและแน่วแน่ ในมือของเธอมีหลอดฉีดยาขนาดเล็กที่ตัวยาเพิ่งถูกดันออกไปจนหมดเกลี้ยง
หมายเลข 7 พยายามขยับปลายนิ้ว พยายามจะเค้นพลังทั้งหมดเพื่อลุกขึ้นต่อสู้ แต่ระบบประสาททุกส่วนกลับชาด้านประหนึ่งถูกแช่แข็ง สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอย สมองรับรู้ทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สังขารกลับไม่ยอมตอบสนองอีกต่อไป
ในค่ำคืนนี้ เธอไม่ได้พ่ายแพ้เพราะฝีมือด้อยกว่าศัตรู เธอไม่ได้ปราชัยเพราะความประมาทเลินเล่อ... หากแต่เธอแพ้ให้กับ ความเชื่อใจที่เธอหยิบยื่นให้คนอื่น
ภาพสุดท้ายที่สะท้อนอยู่ในม่านตาที่กำลังจะปิดลง คือเพดานไม้ของบ้านหลังเล็กที่เธอรัก บ้านที่เธอคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในเวลานี้ มันกลับกลายเป็นกับดักที่ส่งเธอลงสู่นรก
เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่รอต้อนรับเธออยู่ไม่ใช่ความอบอุ่นของบ้านหลังเล็ก ไม่ใช่กลิ่นชาสมุนไพร และไม่ใช่แสงแดดยามเช้า
หากแต่เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ ผนังทุกด้านทาสีขาวโพลนจนแสบตา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ และกลิ่นโอโซนจากเครื่องจักรคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ร่างของเธอถูกตรึงแน่นอยู่บนเตียงโลหะเย็นเฉียบด้วยสายรัดไททาเนียมที่ข้อมือ ข้อเท้า ลำตัว และหน้าผาก
สายตาหลายคู่ที่สวมหน้ากากอนามัยและชุดกาวน์ห้องปฏิบัติการกำลังยืนล้อมรอบเตียง จ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชาดุจมองดูซากศพหรือหนูทดลองในกรงแก้ว
และทั้งหมดนี้ เริ่มต้นจากคนที่เธอเรียกว่าเพื่อน
องค์กรมืดไม่เคยต้องการมนุษย์ พวกเขาต้องการเพียง เครื่องจักรสังหารที่มีชีวิต ปราศจากความรู้สึกและพร้อมรับฟังคำสั่งอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับผู้บริหารระดับสูงแล้ว หัวใจคือความผิดพลาด ความผูกพันคือไวรัสอันตราย และความลังเลใจคือข้อบกพร่องทางระบบที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง
ในบรรดานักฆ่าทั้งหมดที่องค์กรเคยฝึกฝนขึ้นมา หมายเลข 7 คือผลงานที่สมบูรณ์แบบเกือบที่สุด เธอมีความเฉียบคม แม่นยำ ฉลาดหลักแหลม มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดเหนือมนุษย์ และทำภารกิจสำเร็จเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คำว่าเกือบนั่นเอง คือสิ่งที่ทำให้เบื้องบนไม่เคยไว้วางใจเธออย่างแท้จริง
