บทที่ 1 หมายเลข 5 - 1
ก๊อก... ก๊อก ก๊อก... ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะสามครั้ง เว้นช่วง แล้วตามด้วยอีกสองครั้ง
ร่างกายของหมายเลข 7 ตอบสนองเร็วกว่าความคิด สัญชาตญาณระวังภัยตื่นตัวในเสี้ยวพริบตา เธอปิดหนังสือนิยายลงบนโต๊ะอย่างไร้เสียง ปลายเท้าก้าวลงจากโซฟาอย่างแผ่วเบาดุจแมวป่า มุ่งตรงไปยังประตูหน้าบ้าน สองหูผึ่งเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าและจังหวะการหายใจของคนภายนอก
เธอแนบสายตากับช่องตาแมว เมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน ลมหายใจที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง ความระแวงในแววตาสลายไป ก่อนที่มือเรียวจะปลดล็อกกลอนนิรภัยแล้วเปิดประตูออก
เบื้องหน้าคือหญิงสาวร่างโปร่งในเสื้อแจ็กเก็ตบอมเบอร์สีเข้ม เรือนผมถูกมัดรวบเป็นหางม้าอย่างหลวมๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มยียวนที่ดูผ่อนคลาย ขัดแย้งกับโลกเบื้องหลังอันดำมืดที่พวกเธอเคยสังกัดร่วมกันมาอย่างสิ้นเชิง
"ยังไม่ตายสินะ ฉันก็นึกว่าเธอจะหายสาบสูญไปเงียบๆ เหมือนคนอื่นซะแล้ว"
ผู้มาเยือนเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงคุ้นหู
หมายเลข 7 ยืนมองอีกฝ่ายนิ่งนานกว่าปกติ แววตาที่เคยเย็นชากลับเจือประกายอบอุ่นบางเบา ก่อนที่เธอจะเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้เข้ามา แม้จะไม่ได้เอ่ยปากต้อนรับ แต่การยอมเปิดทางให้นี้ ก็นับเป็นอภิสิทธิ์ที่มนุษย์บนโลกใบนี้มีไม่ถึงสองคนที่จะได้รับจากเธอ
"บ้านเล็กสมกับเป็นเธอจริงๆ" อีกฝ่ายก้าวเข้ามาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "เหมือนกล่องไม้ขีดไฟเลย"
"ฉันไม่ชอบบ้านใหญ่ มันควบคุมยาก" หมายเลข 7 ตอบสั้นๆ ขณะปิดประตูล็อกตามเดิม
"ยังคิดแบบนักฆ่าระแวงโลกเหมือนเดิมไม่มีผิด"
หมายเลข 7 ไม่ต่อปากต่อคำ เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อรินน้ำชาสมุนไพรที่เพิ่งต้มเสร็จใส่แก้วมัคสองใบ กลิ่นหอมสะอาดของคาโมมายล์และมินต์ลอยฟุ้ง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้อึดอัดเลยแม้แต่น้อย เมื่อไม่มีการเอ่ยถึงคำสั่งฆ่าหรือเป้าหมาย มีเพียงความเงียบสงบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องอธิบาย
"เธอยังอ่านนิยายพวกนี้อยู่อีกเหรอ" ผู้มาเยือนปรายตามองหนังสือบนโต๊ะกาแฟพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม
"อืม"
"เธอดูนิ่งขึ้นนะ ดูเหมือน... คนธรรมดามากขึ้นกว่าแต่ก่อน"
"ฉันแค่เหนื่อย อยากลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องตื่นมาฆ่าใครดูบ้าง"
หมายเลข 7 วางแก้วชาลงตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟสีส้มจากเสาไฟฟ้าข้างถนนสาดส่องเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่าน บ้านหลังเล็กที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับมีไออุ่นของสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่งนั่งร่วมโต๊ะ และในแวบหนึ่งนั้น หมายเลข 7 เผลอคิดไปว่า การมีใครสักคนที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นใครและยอมรับมันได้ อาจไม่ได้เลวร้ายหรืออันตรายอย่างที่เธอเคยหวาดกลัวมาตลอดชีวิต
เหตุผลที่เธอยอมลดกำแพงลงเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องไร้ที่มา...
หญิงสาวตรงหน้ามีโค้ดเนมว่าหมายเลข 5 ทั้งสองเติบโตมาในค่ายฝึกนรกขององค์กรตั้งแต่จำความได้ พวกเธอเคยนอนกอดกันเพื่อแบ่งปันไออุ่นในคืนพายุหิมะ เคยวิ่งหลบดงกระสุนและสะเก็ดระเบิดด้วยกัน เคยลากร่างที่โชกไปด้วยเลือดของอีกฝ่ายออกจากสมรภูมิโดยไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ และเคยใช้ร่างกายตัวเองบังวิถีกระสุนให้กันโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ในองค์กรมืดที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง การหักหลัง และการกำจัดทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ หมายเลข 5 คือบุคคลเพียงคนเดียวในชีวิตที่หมายเลข 7 ไม่เคยคิดระแวง ไม่เคยตั้งข้อสงสัย และเชื่อใจมากกว่าใครทั้งหมด
เสียงช้อนโลหะกระทบขอบแก้วชาดังกังวานเบาๆ หมายเลข 5 ยกแก้วขึ้นจิบพลางมองขวดโหลแก้วบรรจุสมุนไพรแห้งชนิดต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นไม้อย่างเป็นระเบียบ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ
"เธอยังทำพวกยาสมุนไพรพวกนี้อยู่สินะ"
"มันช่วยให้หลับสบายขึ้น แล้วก็มีประโยชน์เวลาต้องปฐมพยาบาลตัวเอง" หมายเลข 7 ตอบเรียบๆ
