บท
ตั้งค่า

บทนำ หมายเลข 7 - 2

ในวันที่ไร้ภารกิจ หมายเลข 7 มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่จมอยู่กับเคาน์เตอร์ครัว การทำอาหารคือสิ่งเดียวบนโลกใบนี้ที่เธอไม่เคยถูกองค์กรออกคำสั่ง ไม่เคยถูกบังคับด้วยตารางเวลา และไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ มาตีกรอบ เธอสามารถเลือกวัตถุดิบได้ด้วยตัวเอง ควบคุมความแรงของเปลวไฟบนเตาแก๊สด้วยมือของตัวเอง และตัดสินใจปรุงรสชาติให้หวาน เค็ม เผ็ด หรือกลมกล่อมได้ตามใจปรารถนา

มันช่างแตกต่างจากงานในเงามืดที่ทุกเสี้ยววินาทีต้องแม่นยำ เย็นชา และไร้ซึ่งพื้นที่สำหรับความรู้สึกลังเล

กลิ่นหอมกรุ่นของสตูเนื้อที่กำลังเคี่ยวจนเดือดปุดๆ ในหม้อสแตนเลสลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน กลิ่นไออุ่นนั้นช่วยขับไล่บรรยากาศอันเยือกเย็นและเดียวดาย ช่วยกลบฝังความทรงจำเปื้อนเลือดที่เธอไม่สามารถเล่าให้ใครฟัง และที่สำคัญ มันทำให้เธอดูคล้ายกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งในสังคมเมือง

ในสายตาของป้าข้างบ้านหรือพ่อค้าในตลาดสดแถวนั้น ทุกคนมองว่าเธอเป็นเพียงหญิงสาวผู้เงียบขรึม พูดน้อย รักสงบ อาศัยอยู่คนเดียว และมีเสน่ห์ปลายจวักเป็นเลิศในการทำอาหาร ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้ผ้ากันเปื้อนลายเรียบๆ และท่าทางสงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น สองมือคู่นี้เคยบิดคอศัตรูและปลิดชีพเป้าหมายระดับวีไอพีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

หมายเลข 7 ตักสตูเนื้อใส่จานกระเบื้องอย่างประณีต เธอไม่รู้หรอกว่าการพักร้อนอันไร้กำหนดนี้จะยาวนานแค่ไหน เธอจะสามารถตัดขาดจากอดีตและใช้ชีวิตเงียบๆ แบบนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แต่ในเวลานี้ ขณะที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวโปรด ลิ้มรสชาติอาหารอุ่นๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ เธอก็อนุญาตให้ตัวเองได้สัมผัสถึงความสุขแบบคนธรรมดา แม้มันอาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาชั่วคราวก็ตาม

เมื่อจัดการอาหารมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อย เธอเก็บจานชามไปล้างที่ซิงค์อย่างเชื่องช้า เสียงสายน้ำไหลกระทบผิวกระเบื้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือของเธอยังคงมั่นคง นิ่ง และแม่นยำเหมือนเคย ทว่าในใจกลับไม่มีความเร่งร้อนรนราน ทุกสิ่งดำเนินไปตามจังหวะเวลาที่เธอเลือกเอง

หลังจากเช็ดมือจนแห้ง หมายเลข 7 ก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาผ้าตัวเล็กริมหน้าต่าง ปลายนิ้วเอื้อมไปหยิบหนังสือนิยายเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟขึ้นมา มันคือนิยายแนวย้อนยุคชิงไหวชิงพริบเล่มเดิมที่เธอพลิกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขอบกระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ย แม้จะจำเนื้อหาและฉากจบของทุกตัวละครได้ขึ้นใจ เธอก็ยังคงหยิบมันขึ้นมาอ่านใหม่อยู่เสมอ

หน้ากระดาษเหล่านั้นคือโลกใบเดียวที่เธอสามารถพาจิตวิญญาณของตัวเองหลบหนีเข้าไปพักพิงได้โดยไม่ต้องสวมหน้ากากปลอมตัว

ชีวิตนักฆ่าไม่เคยอนุญาตให้เธอมีความรัก ไม่เคยให้สิทธิ์ในการมีครอบครัว และไม่เคยยอมให้เธอผูกพันกับสิ่งใด ทุกสายสัมพันธ์คือจุดอ่อน ทุกความรักคือโซ่ตรวนที่พร้อมจะลากตัวเธอลงสู่ความตาย องค์กรสอนให้เธออยู่คนเดียวและเรียนรู้ที่จะไม่ต้องการอะไรจากใคร แต่ในโลกของนิยาย ตัวละครเหล่านั้นสามารถรักได้อย่างเปิดเผย สามารถร่ำไห้เมื่อสูญเสียได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ และสามารถมีบ้านที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างที่เธอไม่มีวันได้ครอบครอง

สายตาเรียวคมกวาดมองตัวอักษรไปทีละบรรทัดอย่างช้าๆ บางประโยคทำให้เธอหยุดคิด บางฉากทำให้เธอเผลอจินตนาการว่าหากตนเองได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นนั้นบ้างก็คงดี แต่เพียงชั่วพริบตา ความคิดนั้นก็มอดดับลง เธอรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าโลกแห่งความจริงกับโลกในหนังสือนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

แสงอาทิตย์ยามอัสดงค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบนอก เสียงสรรพสิ่งเงียบสงัดลงจนแทบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ นี่คือชีวิตแสนสงบที่เธอเฝ้าฝันถึง เรียบง่าย ปลอดภัย และไร้ซึ่งเรื่องวุ่นวาย

ก๊อก... ก๊อก ก๊อก... ก๊อก ก๊อก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel