บท
ตั้งค่า

5

"ปล่อยนะ นี่มันของบ้านฉัน!"

ป้าสะใภ้ลู่ซื่อไม่สนใจคำทักท้วง นางพุ่งเข้าแย่งชามแกงปลาจากมือหลินเสี่ยวเยว่ราวกับโจรปล้นทรัพย์ น้ำแกงร้อนๆ กระฉอกหกใส่มือเสี่ยวเยว่จนแดงเถือก แต่เด็กสาวกัดฟันแน่นไม่ยอมปล่อย

"พ่อ แม่ ช่วยกันจับนังเด็กนี่เร็วเข้า มันจะฮุบของดีไว้กินคนเดียว" ลู่ซื่อตะโกนเรียกพวกพ้อง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าตึงตังก็ดังมา ย่าหลินเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาในครัวพร้อมไม้เรียวในมือ ตามด้วยหลินเมิ่งที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ด้านหลัง

"เกิดอะไรขึ้น ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ขายขี้หน้าชาวบ้านเขา" ย่าหลินตวาด

"แม่ดูนี่สิ" ลู่ซื่อรีบฟ้อง "บ้านรองแอบต้มแกงปลาหม้อเบ้อเริ่ม กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว แต่ไม่ยอมยกไปให้แม่กิน นังเสี่ยวเยว่มันอกตัญญู มันบอกว่าแม่ไม่มีสิทธิ์กิน"

ย่าหลินมองชามแกงปลาในมือหลานสาว เห็นเนื้อปลาขาวจั๊วะกับน้ำซุปเข้มข้น ความโลภก็แล่นขึ้นตา นางกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ก่อนจะชี้หน้าด่ากราด

"นังสารเลว ข้าเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ มีของดีแต่กลับซ่อนไว้กินกันเอง เอามานี่เดี๋ยวนี้!"

"นี่ปลาที่หนูจับมาเอง" เสี่ยวเยว่จ้องตากลับอย่างไม่ลดละ "พ่อกับแม่ทำงานหนักทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรดีๆ ย่ากับลุงใหญ่นั่งกินนอนกินสบาย จะมาแย่งของกินคนป่วยกับคนทำงานได้ยังไง"

"เถียงคำไม่ตกฟาก" ย่าหลินง้างไม้เรียวขึ้น "แล้วน้ำมันกับเครื่องปรุงพวกนี้แกล่ะ แกเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ถ้าไม่ใช่ขโมยเงินกงสีไป!"

นี่คือไม้ตายของย่าหลิน การกล่าวหาว่าเป็น 'ขโมย' ในยุคนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก

"หนูไม่ได้ขโมย!"

"โกหก บ้านรองไม่มีเงินสักหยวน ถ้าไม่ขโมยแล้วจะเอามาจากไหน วันนี้ข้าจะตีให้ตายคามือ โทษฐานเป็นขโมย"

ย่าหลินฟาดไม้เรียวลงมาเต็มแรง หลินเฟิงผู้เป็นพ่อรีบถลาเอาตัวเข้ามาบังลูกสาวไว้ ไม้เรียวฟาดลงบนหลังพ่อดังเพียะ หลินเฟิงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

"พ่อ!" เสี่ยวเยว่ร้องลั่น ความโกรธพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด

"ตีมันเลยย่า ตีให้หนักๆ สั่งสอนมัน" หลินเมิ่งยุยงอยู่ข้างหลัง

ขณะที่สถานการณ์กำลังโกลาหลและย่าหลินกำลังจะง้างไม้ฟาดซ้ำ ประตูหน้าบ้านก็มีคนเคาะเสียงดัง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"มีใครอยู่ไหมครับ!"

เสียงทุ้มทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้ทุกคนชะงัก ย่าหลินลดไม้ลง หันไปมองที่ประตู

ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าหล่อเหลาแต่เคร่งขรึมทำให้บรรยากาศกดดันขึ้นทันที

"ผู้กองจิน?" หลินเสี่ยวเยว่จำเขาได้แม่น

จินหรงกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นสภาพห้องครัวที่เละเทะ หลินเฟิงที่ตัวสั่นงันงก และหลินเสี่ยวเยว่ที่มีรอยน้ำแกงร้อนลวกที่มือและแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้น

"ขอโทษที่มารบกวนเวลาอาหารเย็น" จินหรงกล่าวเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบจ้องไปที่ย่าหลินจนหญิงชราเริ่มสั่น "ผมเก็บมีดดายหญ้าได้ที่ทางลงเขา จำได้ว่าเป็นของสหายหลินเสี่ยวเยว่ที่ทำตกไว้ตอนผมขับรถไปส่ง เลยเอามาคืนครับ"

เขาชูมีดเก่าๆ สนิมเขรอะขึ้นมา

ย่าหลินรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันทีเมื่อเห็นเครื่องแบบทหาร คนยุคนี้เกรงกลัวและเคารพทหารมาก

"อ้อเชิญค่ะเชิญสหายทหาร นังเด็กนี่มันซุ่มซ่ามจริงๆ รบกวนเวลาคุณแล้ว"

"ไม่รบกวนหรอกครับ" จินหรงเดินเข้ามาใกล้ "แต่เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ว่ามีการขโมยของ อะไรกันเหรอครับ"

ลู่ซื่อรีบแทรกขึ้น "ก็บ้านรองน่ะสิคะ แอบขโมยเงินไปซื้อน้ำมันมาทำปลากิน กันไม่ให้แม่สามีกิน ทหารอย่างคุณต้องจัดการคนขี้ขโมยนะคะ!"

จินหรงเลิกคิ้วมองไปที่เสี่ยวเยว่ "ขโมย? สหายหลินขโมยเหรอครับ?"

เสี่ยวเยว่ส่ายหน้า "ฉันไม่ได้ขโมย ปลาฉันจับมาจากลำธาร ส่วนน้ำมันนั่นเป็นกากน้ำมันหมูเก่าก้นขวดที่เหลือทิ้งแล้ว ฉันแค่เอามาเจียวใหม่"

จินหรงพยักหน้า ก่อนจะหันไปพูดยิ้มๆ กับย่าหลิน "คุณยายครับ วันนี้ผมเป็นพยานได้ ผมเห็นสหายหลินไปจับปลาที่ลำธารจริงๆ เธอยังแบ่งปลาให้ผมด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องน้ำมัน... ถ้าการใช้น้ำมันก้นขวดทำอาหารให้พ่อที่ทำงานหนักกินถือเป็นความผิด กองทัพเราคงต้องพิจารณาคำว่ากตัญญูใหม่แล้วล่ะมั้งครับ"

จินหรงเอ่ยเช่นนี้เหมือนตบหน้าย่าหลินฉาดใหญ่ เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เนื้อความกลับตำหนิอย่างรุนแรงว่าย่าหลินใจแคบและรังแกคนทำมาหากิน

"เอ่อ... คือ..." ย่าหลินหน้าซีด พูดไม่ออก

"อีกอย่าง" จินหรงเสริม "นโยบายรัฐตอนนี้ส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตนเอง สหายหลินขยันขันแข็ง หาอาหารเลี้ยงครอบครัว สมควรได้รับคำชมเชย ไม่ใช่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมยนะครับ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหัวหน้าหมู่บ้าน เกรงว่าจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของครอบครัวนะครับ"

ทำให้ย่าหลินและลู่ซื่อหุบปากสนิท หลินเมิ่งที่แอบมองจินหรงด้วยความหลงใหลในความหล่อเหลาก็ไม่กล้าพูดอะไร

"เข้าใจผิดกันน่ะพ่อหนุ่มทหาร" ย่าหลินรีบแก้ตัวเสียงอ่อย "คนกันเองทั้งนั้น แค่สั่งสอนกันนิดหน่อย เอาล่ะๆ แยกย้ายกันไปกินข้าวได้แล้ว"

ย่าหลินรีบดึงแขนลู่ซื่อและหลินเมิ่งออกจากครัวไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวความผิด

เมื่อคนพวกนั้นจากไป ความเงียบก็กลับคืนมา

เสี่ยวเยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปมองชายหนุ่มผู้มาโปรด "ขอบคุณนะคะผู้กองจิน ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงโดนตีตายแน่ๆ"

จินหรงยิ้มจางๆ ยื่นขวดยาเล็กๆ ให้ "ผมไม่ได้มาแค่คืนมีดหรอก เห็นคุณหน้าซีดๆ เลยเอายาบำรุงเลือดมาให้ด้วย แม่ผมฝากมาน่ะ"

ความจริงคือเขาไปขอมาจากหมอทหารโดยเฉพาะ

"รับไว้เถอะครับ ถือเป็นคำขอบคุณสำหรับ... เอ่อ สำหรับความขยันของคุณ" เขาพูดแก้เขิน

เสี่ยวเยว่รับขวดยามา สัมผัสอุ่นๆ จากมือเขาทำให้ใจเธอเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย

"ขอบคุณค่ะ ไว้ฉันจะทำของอร่อยๆ ไปตอบแทนนะคะ"

"ผมจะรอนะ"

จินหรงสบตาเธอนิ่งนานก่อนจะขอตัวกลับไป ทิ้งให้เสี่ยวเยว่ยืนมองขวดยาในมือด้วยความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเพ้อฝัน เหตุการณ์วันนี้สอนให้รู้ว่า

เธอต้องรีบหาเงินและรีบแยกบ้านให้เร็วที่สุด ก่อนที่คนพวกนั้นจะสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเธอจนหมดตัว

พรุ่งนี้เธอจะเข้าเมือง ไปเริ่มแผนการใหญ่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel