
หลินเสี่ยวเยว่ทะลุมิติมาในยุค 80 พาครอบครัวร่ำรวย
บทย่อ
"ออกมาได้แล้วเหรอ นึกว่าตายคาห้องไปแล้วเสียอีก" ย่าหลินตวาดเสียงแหลม "ไปตักน้ำ แล้วก็ไปซักผ้าเดี๋ยวนี้ หมูในเล้าก็ยังไม่ได้กินข้าว แกจะขี้เกียจไปถึงไหน" เหนียงซื่อผู้เป็นแม่รีบวิงวอนเสียงสั่น "คุณแม่คะ เสี่ยวเยว่เพิ่งจะฟื้นไข้ ให้นางพักอีกสักหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวงานพวกนั้นฉันทำเอง" "หุบปากไปเลยนะสะใภ้สารเลว" ย่าหลินหันมาแว้ดใส่ "หล่อนเองก็เหมือนกัน วันๆ เอาแต่โอ๋ลูกจนเสียคน งานการในไร่ไม่ไปทำ คิดจะเกาะลูกชายคนโตฉันกินหรือไง" ถ้าเป็นหลินเสี่ยวเยว่คนเดิมคงยืนก้มหน้าร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่สำหรับหลินเสี่ยวเยว่คนนี้ มันเป็นเพียงคำพูดไร้สาระของคนแก่เห็นแก่ตัว เธอเดินเข้าไปบังหน้าแม่ของเธอไว้ แล้วจ้องตาย่าหลินกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ย่าจะให้หนูทำงานก็ได้ แต่หนูขอข้าวกินก่อน" เสี่ยวเยว่พูดเสียงเรียบ "ตั้งแต่เมื่อวานเย็นจนถึงเช้านี้ ข้าวยังไม่ตกถึงท้องหนูสักเม็ด คนนะไม่ใช่ควาย จะให้ไถนาโดยไม่กินหญ้าได้ยังไง"
1
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วศีรษะ
หลินเสี่ยวเยว่พยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องที่ทำจากหญ้าแห้งและคานไม้ผุพัง แสงแดดยามเช้าลอดผ่านรอยแตกเข้ามาแยงตา กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นดินโคลนลอยคละคลุ้งไปทั่ว
นี่มันที่ไหนกัน
เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังตรวจสอบบัญชีร้านอาหารอยู่ดึกดื่น แล้วจู่ ๆ ก็หน้ามืดวูบไป พอตื่นมาอีกทีกลับมาอยู่ที่นี่
"เสี่ยวเยว่ ฟื้นแล้วหรือลูก" เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้นอย่างอ่อนโยน
หลินเสี่ยวเยว่หันไปมอง เห็นผู้หญิงหน้าตาซูบซีด สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด ผู้หญิงคนนั้นรีบวางถ้วยน้ำลงแล้วเข้ามาประคองเธอ
ความทรงจำแปลกปลอมไหลเข้ามาในหัวทันที
เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชื่อเดียวกัน หลินเสี่ยวเยว่ แห่งหมู่บ้านซิ่งฮวา ปี 1980 พ่อชื่อหลินเฟิง ขาเป๋ทำงานหนักไม่ได้ แม่ชื่อเหนียงซื่อ เป็นคนหัวอ่อน ยอมคน
และครอบครัวของเธอกำลังถูกเอาเปรียบอย่างหนัก
"แม่" เสี่ยวเยว่เรียกเสียงแหบแห้ง คอของเธอแห้งผาก
"ดื่มน้ำก่อนนะลูก" เหนียงซื่อเอาน้ำมาจ่อที่ปาก "เจ้าไข้ขึ้นสูงมาสองวันแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่"
เสี่ยวเยว่ดื่มน้ำจนหมดถ้วย สมองเริ่มประมวลผล ร่างเดิมป่วยเพราะตากฝนไปเก็บฟืนให้บ้านใหญ่ แต่พอกลับมาถึงบ้าน ย่าหลินกลับไม่ให้กินข้าวเย็น แถมยังด่าทอจนร่างเดิมตรอมใจ
เสียงโวยวายดังมาจากหน้าบ้านทำลายความเงียบ
"นังตัวดี ตื่นสายป่านนี้ยังไม่โผล่หัวออกมาทำงานอีก กะจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่"
เสียงแหลมสูงนี้คือ ย่าหลิน ย่าแท้ๆ ที่ลำเอียงรักแต่ลูกหลานบ้านลุงใหญ่
"แม่ เสียงย่าใช่ไหม" เสี่ยวเยว่ถาม
เหนียงซื่อหน้าซีดเผือด "ใช่ลูก เดี๋ยวแม่จะออกไปคุยกับย่าเอง เจ้านอนพักเถอะ"
"ไม่ต้องหรอกแม่ หนูดีขึ้นแล้ว" เสี่ยวเยว่กัดฟันลุกขึ้น แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลีย แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว
ในโลกก่อนเธอต้องปากกัดตีนถีบ สร้างตัวจนร่ำรวย เธอไม่เคยยอมแพ้ใคร หน้าไหนก็รังแกเธอไม่ได้
"พี่เสี่ยวเยว่ ตื่นแล้วเหรอ" เสียงหวานๆ ที่ดัดจริตดังขึ้นที่หน้าประตู
เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอเดินเข้ามา สวมเสื้อผ้าสีสดใสกว่า
ใบหน้าดูอิ่มเอิบกว่าเธอมาก นี่คือ หลินเมิ่ง ลูกสาวของลุงใหญ่หลินตั้วกับป้าสะใภ้ลู่ซื่อ
"พี่ตื่นก็ดีแล้ว ย่าให้มาตามไปซักผ้ากองโตหลังบ้านน่ะ ส่วนฉันต้องไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ เสียเวลาคุยกับพี่จริงๆ"
หลินเมิ่งพูดพร้อมทำหน้าเย้ยหยัน
เสี่ยวเยว่มองหลินเมิ่งด้วยสายตาเรียบนิ่ง เธอรู้ดีว่าหลินเมิ่งไม่ได้จะอ่านหนังสือหรอก แค่หาข้ออ้างอู้งานเท่านั้น
"หลินเมิ่ง ผ้ากองนั้นเป็นของบ้านเธอไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันต้องไปซัก" เสี่ยวเยว่ถามเสียงเรียบ
หลินเมิ่งชะงัก ไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องที่เคยหัวอ่อนจะกล้าเถียง
"ก็พี่เป็นพี่สาว ก็ต้องเสียสละให้น้องสิ อีกอย่างครอบครัวพี่ก็อาศัยใบบุญบ้านเราอยู่ อย่ามาทำตัวมีปัญหาหน่อยเลย"
"ใบบุญเหรอ" เสี่ยวเยว่แค่นเสียงหัวเราะ
"พ่อฉันทำงานหนักจนขาเป๋ เงินชดเชยที่ได้มา ย่าก็เอาไปให้พ่อเธอสร้างบ้านหลังใหม่ ส่วนพวกเราต้องมาซุกหัวนอนในเล้าไก่เก่านี่ ใครกันแน่ที่อาศัยใบบุญใคร"
"นี่แก แกกล้าว่าพ่อฉันเหรอ เดี๋ยวฉันจะฟ้องย่า" หลินเมิ่งหน้าแดงด้วยความโกรธ
"เชิญเลย ฉันก็จะออกไปคุยกับย่าเหมือนกัน ว่าวันนี้ฉันจะไม่ทำงานให้บ้านใหญ่อีกแล้ว ถ้าอยากได้คนใช้ ก็ไปจ้างเอาเอง"
เสี่ยวเยว่เดินผ่านหลินเมิ่งออกไปที่ลานบ้าน แสงแดดสาดส่องลงมากระทบใบหน้าซีดเซียวแต่แววตามุ่งมั่น
ชีวิตใหม่ในยุค 80 นี้ เธอสาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครมากดหัวครอบครัวเธอได้อีก เธอจะพาพ่อกับแม่รวยให้ดู และใครที่เคยทำร้ายพวกเธอจะต้องชดใช้
