บท
ตั้งค่า

3

ป่าหลังหมู่บ้านซิ่งฮวานั้นอุดมสมบูรณ์กว่าที่หลินเสี่ยวเยว่คิดไว้มาก ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมจนแสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร กลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้ทับถมกันลอยเตะจมูก

แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอและเพิ่งฟื้นไข้ แต่สัญชาตญาณของเชฟระดับมิชลินทำให้เธอมองเห็นวัตถุดิบชั้นยอดซ่อนอยู่ทุกที่

"นั่นมันเห็ดหูหนู"

เสี่ยวเยว่ตาเป็นประกายเมื่อเห็นกลุ่มเห็ดสีดำเกาะอยู่ตามขอนไม้ผุ เธอรีบวางตะกร้าแล้วใช้มีดดายหญ้าแซะพวกมันออกมาอย่างระมัดระวัง ไม่ไกลกันนักเธอยังเจอผักจี้ไช่กอใหญ่ที่กำลังอวบอิ่มน่ากิน

ในยุคปัจจุบันผักป่าพวกนี้ราคาแพงหูฉี่และหากินยาก แต่ที่นี่ยังไม่มีใครรู้ค่าของมัน ชาวบ้านมองว่าเป็นแค่วัชพืช แต่สำหรับเสี่ยวเยว่ นี่คือขุมทรัพย์

เธอเก็บผักและเห็ดใส่ตะกร้าจนเกือบเต็ม แต่อาหารเจพวกนี้ยังไม่เพียงพอที่จะบำรุงร่างกายพ่อกับน้องชายที่ขาดสารอาหารมานาน เธอต้องการเนื้อสัตว์

เสียงน้ำไหลรินดังแว่วมาเข้าหู

เสี่ยวเยว่เดินตามเสียงนั้นไปจนพบลำธารสายเล็กๆ น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นก้อนกรวดเบื้องล่าง และสิ่งที่ทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาได้ก็คือ ฝูงปลาตัวอวบอ้วนที่ว่ายทวนน้ำอยู่

"เสร็จฉันล่ะ"

เธอไม่รอช้า ถอดรองเท้าผ้าใบขาดๆ วางไว้บนโขดหิน แล้วพับขากางเกงขึ้น ลุยลงไปในน้ำที่เย็นเฉียบ ความเย็นทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ความหิวมีมากกว่า

เสี่ยวเยว่ใช้มีดเหลาปลายกิ่งไม้จนแหลมเปี๊ยบ เธอยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้น สายตาจับจ้องไปที่ปลาตัวใหญ่ที่กำลังว่ายเข้ามาใกล้ อาศัยจังหวะเพียงเสี้ยววินาที

ฉึก

เสียงไม้แหวกผิวน้ำดังขึ้นพร้อมกับแรงดิ้นที่ปลายไม้ หลินเสี่ยวเยว่ยกไม้ขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ปลาช่อนตัวใหญ่ดิ้นพราดๆ อยู่ที่ปลายไม้

"ฝีมือไม่เลวนี่"

เสียงทุ้มลึกของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเสี่ยวเยว่ตกใจจนเกือบทำปลาหลุดมือ เธอรีบหันขวับไปมองด้วยความระแวดระวัง

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารยืนอยู่ริมตลิ่ง ร่างสูงโปร่งบดบังแสงอาทิตย์จนเกิดเงาทาบทับลงมา ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม คิ้วดกดำพาดเฉียงเหนือเข้ม ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจ

คนคนนี้คือคนที่เธอกับแม่เห็นยืนอยู่ข้างรถจี๊ปเมื่อครู่

"คุณเป็นใคร" เสี่ยวเยว่ถามเสียงห้วน กระชับมีดในมือแน่นตามสัญชาตญาณป้องกันตัว

จินหรงยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ "ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ผมผ่านมาหาน้ำดื่ม แล้วบังเอิญเห็นคุณจับปลาพอดี ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะมีทักษะดีขนาดนี้"

เขามองดูเด็กสาวตรงหน้า ผิวของเธอขาวซีดเหมือนคนป่วย รูปร่างผอมบางจนน่ากลัวว่าจะปลิวไปตามลม แต่แววตาของเธอกลับเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่ง การแทงปลาเมื่อกี้รวดเร็วและแม่นยำจนทหารอย่างเขายังนึกชื่นชม

"ฉันแค่หาอาหารเลี้ยงครอบครัว" เสี่ยวเยว่ตอบเสียงเรียบ พลางเดินขึ้นจากน้ำ

"คุณหิวน้ำเหรอ เชิญตามสบายเถอะ ลำธารนี้เป็นของธรรมชาติ ไม่ใช่ของบ้านฉัน"

เธอปลดปลาออกจากไม้ใส่ตะกร้า แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บของเตรียมจะกลับ ไม่คิดจะสานต่อบทสนทนากับคนแปลกหน้า

จินหรงมองท่าทีเย็นชานั้นด้วยความสนใจ ปกติสาวๆ ในหมู่บ้านพอเห็นเครื่องแบบทหารของเขาก็มักจะเขินอายหรือไม่ก็พยายามเข้ามาพูดคุย แต่เด็กสาวคนนี้กลับมองเขาเหมือนเป็นธาตุอากาศ

"ตะกร้านั่นดูหนักนะ ให้ผมช่วยถือไปส่งที่ถนนไหม" เขาเสนอตัวเมื่อเห็นเธอเซเล็กน้อยตอนยกตะกร้าขึ้นสะพายหลัง

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือเองได้" เสี่ยวเยว่ปฏิเสธทันที "ขอบคุณสำหรับน้ำใจ แต่ฉันไม่รบกวนดีกว่า"

ทว่าจังหวะที่เธอก้าวขาขึ้นจากโขดหิน อาการหน้ามืดจากการที่ร่างกายยังไม่ฟื้นไข้ดีบวกกับการออกแรงมากเกินไปก็จู่โจม โลกหมุนคว้าง ร่างบางโงนเงนทำท่าจะล้มหงายหลังลงไปในน้ำ

"ระวัง"

จินหรงพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ได้ทันท่วงที แล้วดึงร่างบางเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศจากตัวเขาทำให้เสี่ยวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง

"บอกแล้วว่ามันหนัก" เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะ "หน้าซีดขนาดนี้ ยังจะทำเก่งอีก"

เสี่ยวเยว่รีบผละตัวออกมา ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความเขินอายแต่เพราะความเจ็บใจที่ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป

"ขอบคุณที่ช่วยค่ะ" เธอกล่าวเสียงเบา "แต่ฉันไหวจริงๆ"

จินหรงไม่ฟังคำปฏิเสธ เขาแย่งตะกร้าไม้ไผ่จากมือเธอไปถือไว้เองอย่างถือวิสาสะ

"รถผมจอดอยู่ทางลงเขาพอดี เดินไปด้วยกันนี่แหละ เป็นผู้หญิงมาเดินป่าคนเดียวมันอันตราย แถมยังป่วยอยู่ด้วย ถ้าเป็นลมกลางทางใครจะมาช่วย"

น้ำเสียงของเขาเจือแววดุเล็กน้อยเหมือนครูฝ่ายปกครอง แต่เสี่ยวเยว่สัมผัสได้ถึงความหวังดี เธอจึงไม่ได้แย่งตะกร้ากลับคืนมา

"ฉันชื่อหลินเสี่ยวเยว่" เธอบอกขณะเดินตามหลังเขา

ชายหนุ่มหันมายิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าเคร่งขรึมดูอ่อนโยนขึ้นทันตา

"ผม จินหรง ยินดีที่ได้รู้จัก สหายหลินเสี่ยวเยว่"

ตลอดทางเดินลงเขา เสี่ยวเยว่ลอบมองแผ่นหลังกว้างที่แบกตะกร้าของเธออย่างสบายๆ โดยไม่รู้เลยว่า การพบกันครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล

เมื่อเดินมาถึงถนนใหญ่ ลูกน้องของจินหรงซ่อมรถเสร็จพอดี

"ผู้กองครับ รถพร้อมแล้วครับ" พลทหารรายงาน แล้วทำตาโตเมื่อเห็นเจ้านายแบกตะกร้าผักกับปลาเดินมากับสาวชาวนา

จินหรงส่งตะกร้าคืนให้เสี่ยวเยว่ "รีบกลับบ้านเถอะ พ่อแม่คงเป็นห่วงแล้ว แล้วก็ กินเยอะๆ หน่อยนะ จะได้มีแรงแทงปลา"

เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าก่อนจะกระโดดขึ้นรถจี๊ปไป

เสี่ยวเยว่มองตามรถทหารที่แล่นออกไปจนลับสายตา ก่อนจะก้มลงมองปลาในตะกร้า รอยยิ้มมุ่งมั่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ได้ปลาแล้ว ได้ผักแล้ว มื้อเย็นนี้แหละ เธอจะแสดงฝีมือทำอาหารให้ครอบครัวตะลึง และนี่จะเป็นก้าวแรกในการปฏิวัติปากท้องของบ้านรอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel