บท
ตั้งค่า

2

หลินเสี่ยวเยว่ก้าวเท้าออกจากห้องนอนมืดทึบสู่ลานบ้านดินแข็งๆ แสงแดดจ้าทำให้เธอต้องหรี่ตาปรับโฟกัส ภาพตรงหน้าคือหญิงชราผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นที่บิดเบี้ยวด้วยความโมโห นางยืนท้าวสะเอวชี้หน้าด่ากราดอยู่กลางลาน

"ออกมาได้แล้วเหรอ นึกว่าตายคาห้องไปแล้วเสียอีก" ย่าหลินตวาดเสียงแหลม "ไปตักน้ำ แล้วก็ไปซักผ้าเดี๋ยวนี้ หมูในเล้าก็ยังไม่ได้กินข้าว แกจะขี้เกียจไปถึงไหน"

เหนียงซื่อผู้เป็นแม่รีบวิงวอนเสียงสั่น "คุณแม่คะ เสี่ยวเยว่เพิ่งจะฟื้นไข้ ให้นางพักอีกสักหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวงานพวกนั้นฉันทำเอง"

"หุบปากไปเลยนะสะใภ้สารเลว" ย่าหลินหันมาแว้ดใส่

"หล่อนเองก็เหมือนกัน วันๆ เอาแต่โอ๋ลูกจนเสียคน งานการในไร่ไม่ไปทำ คิดจะเกาะลูกชายคนโตฉันกินหรือไง"

ถ้าเป็นหลินเสี่ยวเยว่คนเดิมคงยืนก้มหน้าร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่สำหรับหลินเสี่ยวเยว่คนนี้ มันเป็นเพียงคำพูดไร้สาระของคนแก่เห็นแก่ตัว

เธอเดินเข้าไปบังหน้าแม่ของเธอไว้ แล้วจ้องตาย่าหลินกลับอย่างไม่เกรงกลัว

"ย่าจะให้หนูทำงานก็ได้ แต่หนูขอข้าวกินก่อน" เสี่ยวเยว่พูดเสียงเรียบ

"ตั้งแต่เมื่อวานเย็นจนถึงเช้านี้ ข้าวยังไม่ตกถึงท้องหนูสักเม็ด คนนะไม่ใช่ควาย จะให้ไถนาโดยไม่กินหญ้าได้ยังไง"

ย่าหลินอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหลานสาวหัวอ่อนจะกล้าต่อปากต่อคำ "หนอย นังเด็กอกตัญญู แกไม่ได้ทำงาน ยังมีหน้ามาขอข้าวกินอีกเหรอ บ้านนี้ไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์"

"คนไร้ประโยชน์เหรอคะ" เสี่ยวเยว่แค่นหัวเราะ "พ่อขาเป๋เพราะใคร พ่อทำงานหนักหาเงินเข้ากองกลางของตระกูลมาตั้งกี่ปี พอพ่อเจ็บตัว ย่ากลับบอกว่าพ่อไร้ประโยชน์ ส่วนลุงใหญ่ที่วันๆ นั่งจิบชาอ่านหนังสือพิมพ์ กลับได้กินข้าวขาวทุกมื้อ นี่มันยุติธรรมตรงไหน"

"นี่แก แกกล้าด่าลุงใหญ่เหรอ" หลินเมิ่งที่แอบดูอยู่รีบวิ่งออกมาผสมโรง

"ย่าดูสิคะ พี่เสี่ยวเยว่ป่วยจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ มาด่าพ่อ ด่าย่าแบบนี้"

หลินเสี่ยวเยว่หันขวับไปมองหลินเมิ่ง "เธอเงียบไปเลยหลินเมิ่ง ผ้ากองนั้นเป็นชุดของเธอทั้งนั้น เธออายุสิบแปดแล้ว มือเท้าก็ครบ 32 ทำไมไม่ซักเอง หรือว่าเป็นง่อย"

หลินเมิ่งหน้าชาเหมือนโดนตบ "ฉันต้องอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ มือฉันมีค่า ไว้จับปากกา ไม่ใช่มาซักผ้าสกปรกพวกนั้น"

"อ้อ เหรอนึกว่าอ่านนิยายประโลมโลกเสียอีก เห็นซ่อนไว้ใต้หมอน"

เสี่ยวเยว่สวนกลับทันควัน ความทรงจำเดิมบอกว่าหลินเมิ่งมักจะแอบอ่านนิยายรักหวานแหววมากกว่าตำราเรียน

หลินเมิ่งหน้าซีดเผือด รีบหันไปฟ้องย่า "ย่าดูพี่เสี่ยวเยว่สิ ใส่ร้ายหนู"

ย่าหลินง้างมือจะตบสั่งสอนหลานสาวปากดี แต่เสี่ยวเยว่เบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ทำให้ย่าหลินเซถลาเกือบหัวทิ่ม

"ถ้าวันนี้ย่าแตะต้องตัวหนู หรือไม่ให้ข้าวหนูกิน หนูจะไปร้องเรียนกับหัวหน้าหมู่บ้าน" เสี่ยวเยว่ประกาศเสียงดังฟังชัด

"จะบอกให้หมดว่าบ้านหลินกดขี่แรงงานคนป่วยยังไง ให้ชาวบ้านเขารู้กันให้ทั่วว่าตระกูลนี้ใจดำขนาดไหน ดูซิว่าลุงใหญ่ที่เป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

นังสารเลวกล้าขู่เรื่องหน้าตาและชื่อเสียงได้ผล ย่าหลินชะงักกึก ในยุคนี้ชื่อเสียงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะกับลุงใหญ่ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง

"เออ เก่งนักนะนังตัวดี" ย่าหลินกัดฟันกรอด "อยากกินนักใช่ไหม ไปกินแกลบในครัวนู่น ไป๊ แล้ววันนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า"

หญิงชราสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าเข้าบ้านใหญ่ไปพร้อมกับหลินเมิ่งที่มองค้อนตาคว่ำ

เหนียงซื่อรีบเข้ามาจับแขนลูกสาว น้ำตาคลอเบ้า "เสี่ยวเยว่ ลูกไปพูดแบบนั้นเดี๋ยวย่าก็โกรธเอาหรอก"

"โกรธก็ช่างเขาสิแม่ เรายอมมามากพอแล้ว" เสี่ยวเยว่หันมายิ้มบางๆ ให้แม่ เพื่อให้แม่คลายกังวล "แม่ไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปนี้หนูจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเราอีกแล้ว แม่หิวไหม เดี๋ยวหนูไปหาอะไรมาให้กิน"

"ในครัวไม่มีอะไรเหลือหรอกลูก ย่าเก็บกุญแจตู้เสบียงไปหมดแล้ว" เหนียงซื่อถอนหายใจ

เสี่ยวเยว่มองไปรอบๆ บ้านที่แห้งแล้ง แต่สายตาไปสะดุดกับภูเขาหลังหมู่บ้านที่เขียวชอุ่ม ในความทรงจำของเธอ ภูเขาลูกนั้นอุดมสมบูรณ์มาก แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าขึ้นไปลึกนักเพราะกลัวสัตว์ป่า

แต่สำหรับเชฟมือหนึ่งอย่างเธอ นั่นคือคลังสมบัติ

"แม่รออยู่นี่นะ เดี๋ยวหนูมา"

"เจ้าจะไปไหนเสี่ยวเยว่ ร่างกายเจ้ายังไม่หายดีนะ"

"หนูจะไปหลังเขา แถวนั้นน่าจะมีผักป่าหรือเห็ดบ้าง ดีกว่ารอเศษอาหารจากย่า"

หลินเสี่ยวเยว่คว้าตะกร้าไม้ไผ่เก่าๆ กับมีดดายหญ้าสนิมเขรอะ เดินมุ่งหน้าออกจากบ้านไป แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่จิตวิญญาณของเธอกลับลุกโชน

ภารกิจแรกคือต้องหาของกินมาเติมท้องให้เต็ม แล้วค่อยคิดบัญชีกับคนพวกนั้นทีหลัง

ขณะที่เธอกำลังเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ สู่ตีนเขา สายตาของใครบางคนก็จับจ้องมาที่เธอ

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอก รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง ยืนอยู่ข้างรถจี๊ปทหารที่จอดเสียอยู่ริมทาง เขามองดูแผ่นหลังบอบบางของเด็กสาวที่แบกตะกร้าใบใหญ่เดินดุ่มๆ เข้าป่าไปด้วยความสนใจ

"ผู้กองจิน รถน่าจะอีกสักพักกว่าจะซ่อมเสร็จครับ" ลูกน้องตะโกนบอก

จินหรงพยักหน้ารับ แต่สายตายังไม่ละไปจากร่างของเด็กสาวคนนั้น

"เด็กผู้หญิงตัวแค่นั้น จะขึ้นเขาคนเดียวงั้นเหรอ ใจกล้าไม่เบา" เขาพึมพำกับตัวเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel