บท
ตั้งค่า

8. ทำลายแผน

หลิงเยว่จึงหันขวับกลับไปจ้องมารดาเลี้ยงของสามีอย่างไม่กลัวเกรงเช่นกัน พร้อมกันนั้นนางก็นึกถึงเรื่องราวที่ตนได้อ่านก่อนจะมาอยู่ในร่างนี้ ในนิยายมู่ชินฟานใส่ร้ายเสิ่นหลิงเยว่จนสำเร็จ ทำให้หลี่จวินเหิงยิ่งเกลียดชังภรรยาเข้าไปใหญ่ ‘ทว่าที่ข้าเปิดโปงเจ้าในวันนี้ มิใช่เพราะต้องการให้พระเอกของเรื่องพึงใจข้าหรอกนะ ข้าเพียงแต่ต้องการอยู่อย่างสงบสุข การกำจัดแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเจ้า จึงเป็นสิ่งแรกที่ข้าควรทำเมื่อมีโอกาส มู่ชินฟาน ถือว่าเจ้าโชคร้ายเองที่มาพบกับนางเอกใจร้ายเช่นข้า’ นางนึกในใจ ก่อนจะเดินตามแรงรั้งของสามีที่เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ายังแสดงต่อ

“นั่งรอตรงนี้ หากคำพูดของเจ้าไม่เป็นจริงดั่งว่า คืนนี้ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนักเชียว” จวินเหิงเอ่ยเสียงทุ้มอ่อน ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับแข็งกระด้างราวกับกำลังจะบอกว่า ถ้อยคำที่เขาพูดเมื่อครู่คือคำเตือนที่หมายถึงบทลงโทษที่แสนสาหัส หาใช่การกระทำที่แสนอ่อนโยนเหมือนคำพูดที่เขาได้กล่าวออกมาไม่

หลิงเยว่มองหน้าเขาพลางเผยยิ้มเอียงอาย ราวกับคนไม่รู้ว่าสามีนั้นกล่าวประชดข่มขู่ หาได้ตั้งใจเอ่ยคำหวานด้วยไม่

“เจ้าค่ะท่านพี่” นางรับคำ ก่อนจะหันมาสั่งคนของตนรินชา จากนั้นก็นั่งดื่มอย่างสบายใจ เพื่อรอดูว่าบิดาสามีจะเอาผิดภรรยาอันเป็นที่รักอย่างไร หากรู้ว่านางทำผิดจริง

จวินเหิงนั้นยังคงจ้องมองภรรยาของตนด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะหันไปสั่งการให้หลี่เป่าเริ่มดื่มชาท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่อยู่ภายในห้องนี้ ซึ่งแต่ละคนยังคงมีท่าทางตื่นกลัว แม้เรื่องที่ฮูหยินของจวนเอ่ยจะยังไม่กระจ่างชัดก็ตาม

ไม่กี่อึดใจต่อมา หลี่เป่าก็กระดกชาในถ้วยที่เย็นชืดไปแล้วดื่มจนหมด และเพียงอึดใจเดียวหลังจากน้ำชาไหลลงคอ ผลลัพธ์ของการดื่มชาในขณะที่อยู่ในห้องนี้ก็เป็นไปตามที่หลิงเยว่กล่าวไว้ทุกประการ หลี่เป่าหน้าซีดเผือด มือเรียวกุมท้องพลางทรุดลงอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทิ้มจนเหล่าสหายต้องรีบเข้ามาประคองเพื่อพาไปล้างพิษตามวิธีที่หลิงเยว่บอกไว้ก่อนหน้า

ความเงียบที่แสนอึดอัดเข้าปกคลุมโถงหลักในทันที ทว่าความเงียบนี้ก็ไม่ได้อยู่นานเท่าใดนักเมื่อ หลี่เหวินซานทุบโต๊ะดังปังจนน้ำชาที่เหลือกระเด็น ก่อนที่เขาจะกระชากสายตาคมดุจพยัคฆ์มองไปที่มู่ชินฟานซึ่งบัดนี้ตัวสั่นงันงกประหนึ่งลูกนกตกน้ำ

“มู่ชินฟาน! เจ้าคิดจะลอบสังหารสามีตนเองหรือ!” เสียงตวาดนั้นดังจนบ่าวไพร่พากันหมอบราบไปกับพื้นอย่างตื่นกลัว

“ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นนะเจ้าคะท่านพี่!” มู่ชินฟานรีบคลานเข้ามาเกาะขาผู้เป็นสามีพร้อมน้ำตาที่นองหน้า หลังเห็นว่าเรื่องราวนั้นสาหัสสากรรจ์ มากกว่าการอาเจียนเพียงเล็กน้อยอย่างที่นางได้ฟังมาไม่ “ข้าถูกหลอก ข้าถูกคนผู้นั้นหลอกเจ้าค่ะท่านพี่”

หลิงเยว่ที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ข้างจวินเหิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางแสร้งทำเป็นหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมุมปากอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คนผู้นั้น? ฮูหยินรองหมายถึงใครหรือเจ้าคะ ใครกันที่มีความกล้าเทียมฟ้า มอบของอันตรายเช่นนี้ให้ท่านมาใช้ในพิธีรับน้ำชา หากมอบแค่อย่างหนึ่งก็ไม่น่าสงสัยนะเจ้าคะ ทว่านี่กลับมอบให้มาทั้งสองอย่าง ซ้ำฮูหยินรองมู่ยังเอามาใช้ในวันเดียวกันอีก หากจะว่าคนผู้นั้นจงใจ ก็คงไม่ผิดกระมัง”

“สิ่นหลิงเยว่ นี่เจ้า!” มู่ชินฟานหันมาตำหนิผู้ที่กำลังทำให้ตนเข้าตาจน แต่เมื่อเห็นสายตาสามีจ้องมองมา นางก็รีบเปลี่ยนน้ำเสียง “ท่านพี่ ขะ... ข้าไม่รู้ว่านางเป็นใครเจ้าค่ะ”

“เจ้าไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่กลับกล้ารับเอาของเหล่านี้มาใช้ ในหัวเจ้ามีความคิดอ่านเหลืออยู่บ้างหรือไม่ มู่ชินฟาน!” ใต้เท้าหลี่คำรามลั่นห้องโถงอีกหน จนบ่าวด้านนอกต้องหมอบตามไปด้วย

เมื่อถูกตำหนิไม่หยุด มู่ชินฟานก็สะอื้นไห้พลางเอ่ยความจริงออกมาเพราะหวาดกลัวโทษทัณฑ์ที่กำลังจะมาถึงตัว

“ข้า… ข้าไปถามหายาที่ใช้สำหรับทำคนให้เสียกิริยา พูดจาไม่รู้เรื่องเจ้าค่ะ ขะ… ข้าแค่ต้องการทำให้ฮูหยินน้อยเกิดความอับอายในวันยกน้ำชา ทำให้ท่านพี่และแม่ทัพจวินรังเกียจนาง ส่วนเรื่องวางยาคิดสังหารท่านพี่ ข้าไม่เคยคิดเลยนะเจ้าคะ ฮึก… ข้ารักท่าน ข้าจะกล้าทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน” นางกล่าวเสียงเครือปนสะอื้นไห้ จนแทบจะจับใจความไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“ฮูหยินรองมู่! นี่ท่านคิดจะทำร้ายฮูหยินข้ากระนั้นหรือ” ครานี้เป็นจวินเหิงที่เอ่ยตวาดใส่มารดาเลี้ยงอย่างคนเหลืออด

“ขะ… ข้า” เพราะจำนนต่อหลักฐาน มู่ชินฟานจึงเริ่มกล่าวอันใดไม่ออก นางได้แต่ก้มหน้าร้องไห้อย่างคนสำนึกผิดอยู่เช่นนั้น

“บอกมา ผู้ใดมอบของเหล่านี้ให้เจ้า” หลี่เหวินซานคำรามถามภรรยาตนอีกหน ในวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครที่กล้ายืมมือคนในจวนมาเอาชีวิตเขา ซ้ำยังเป็นคนใกล้ตัวอีก

“นะ…นางสวมหมวกคลุมหน้าอย่างมิดชิดจนข้ามองไม่เห็นรูปโฉมเจ้าค่ะ ตอนที่พบกันนางนั่งรักษาคนอยู่ที่ตรอกหลิงฮวาเจ้าค่ะ จากนั้นเราก็พบกันบ่อยขึ้น ข้าจึงเอ่ยถามเรื่องยากับนาง ทว่านางกลับแนะนำให้ข้าทำเช่นนี้ เพราะกำจัดศัตรูได้ง่ายกว่า”

หลิงเยว่แสยะยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าไปเป็นศัตรูของท่านตั้งแต่เมื่อใดหรือฮูหยินรองมู่ ตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าไม่เคยพบท่านเลยนะ แต่ถ้าจะให้กล่าวถึงเรื่องของตระกูล ท่านก็ปูนนี้แล้ว กลับไร้หัวคิดเอาความแค้นมาลงกับเด็กรุ่นหลัง ไม่คิดว่าตนไร้สมองไร้ความคิดบ้างเลยหรือ” หลิงเยว่กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า ซึ่งความจริงนางอยากจะพูดต่ออีกว่า ‘เพราะเหตุนี้แหละ สตรีในยุคนี้ถึงต้องย่ำอยู่กับที่ คิดอันใดเองไม่เป็น ต้องคอยรอให้แต่สามีชี้ทางให้เดิน จึงจะก้าวเท้าออกไปได้’ ทว่านางก็ทำได้แค่คิดในใจ

“เจ้าอย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลยเสิ่นหลิงเยว่ การที่เจ้าเปิดโปงข้าในวันนี้ ไม่แน่ว่าเจ้านั่นแหละคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง สตรีชุดขาวที่ข้าพูดถึงอาจจะเป็นเจ้าก็ได้ใครจะไปรู้ มิเช่นนั้นเจ้าจะรู้วิธีการใช้สมุนไพรและกำยานได้อย่างไร ไหนจะวิธีแก้พิษอีก ข้าว่าต้องเป็นเจ้านั่นแหละ อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เจ้าอยากกำจัดข้าใช่หรือไม่” มู่ชินฟานมองเห็นช่องทางดึงอีกฝ่ายลงนรก ก็รีบเอ่ยในขณะที่ทุกคนในห้องยังคงฟังนาง ซึ่งก็เหมือนจะได้ผลพอสมควร

เพราะทุกคนหันมาจับจ้องที่เสิ่นหลิงเยว่เป็นตาเดียว

‘เหอะ! พล็อตละครน้ำเน่าจริง ๆ พอมีคนยุยงก็ทำท่าจะเชื่อกันเสียอย่างนั้น’ หลิงเยว่นึกอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่นางจะเลิกคิ้วมองใบหน้าบิดเบี้ยวของมู่ชินฟานด้วยแววตาเฉยเมย

ริมฝีปากอิ่มสีชาดคลี่ยิ้มเย็น คุณหนูเก้าผู้นี้หาได้มีท่าทีสั่นสะท้านกับข้อกล่าวหานั้นไม่ ทว่านางกลับยกจอกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็นก่อนจะวางลงดัง กึ๊ก! บ่งบอกสัญญาณอันตรายแก่ผู้ใส่ร้ายตน

“ฮูหยินรองมู่ ท่านว่าข้าเป็นคนบงการหรือเจ้าคะ ท่านนี่ช่างคิดได้นะ” หลิงเยว่หัวเราะแผ่วเบาในลำคอ “ข้าเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองโจวเมื่อวาน ก่อนนี้ก็นั่งอยู่แต่ในเกี้ยวมาตลอดทั้งวัน ขอถามได้หรือไม่ ข้าเอาเวลาที่ไหนไปนั่งรักษาคน ไหนจะต้องรอให้ท่านมาพบแล้วเสนอวิธีวางยานี่อีก ที่สำคัญ… ข้าจะทำไปทำไม กำจัดท่านกระนั้นหรือ หึ! ท่านมีพิษสงอันใดให้ข้าต้องกลัวเกรงหรือ ที่เห็นอยู่ยามนี้ก็มีแต่ความโง่เขลาอยู่เต็มหัวทั้งนั้น” หลิงเยว่ยังมิวายกล่าวปรามาสตัวร้ายในเรื่องอย่างไม่เกรงใจบิดาสามี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel