3. ทำข้อตกลง
หลิงเยว่วางจอกสุราลง แล้วช้อนสายตาขึ้นมองสบกับสามีที่กำลังจ้องนางอยู่ “ข้าขอเสนอการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ...ข้ารู้ว่าท่านถูกบังคับ และข้าเองก็รังเกียจการแต่งงานแบบคลุมถุงชนนี่พอ ๆ กับที่ท่านรังเกียจข้านั่นแหละ ที่สำคัญ ข้ารู้ด้วยว่าท่านมีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว... นางชื่อ ‘เสี่ยวเยียน’ ใช่หรือไม่”
ทันทีที่ได้ยินนามของสตรีอันเป็นที่รัก นัยน์ตาของจวินเหิงก็เบิกกว้างขึ้น พร้อมกับเผยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาอย่างคนเหลืออด เขาสาวเท้าเข้าประชิดตัวนางในพริบตา มือแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของภรรยาสาวที่เพิ่งแต่งเข้า
“เจ้าสืบเรื่องของข้า!” เสียงรอดไรฟันเปล่งออกมาทันที
“กล้ามากนะเสิ่นหลิงเยว่ อยากตายตั้งแต่ยังสาวกระนั้นหรือ” แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง “หากเจ้ากล้าแตะต้องคนรักของข้าแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะหักคอเจ้าทิ้งเสียตรงนี้โดยไม่สนราชโองการใด ๆ ทั้งสิ้น”
ทว่าแทนที่เสิ่นหลิงเยว่จะดิ้นรนทุรนทุรายหรือร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สตรีในห้องหอควรจะเป็น
นางกลับยกยิ้มมุมปาก พลางยกมือขึ้นมาจับข้อมือหนาของเขาไว้ ตำแหน่งที่ปลายนิ้วของนางกดลงไปนั้นคือจุดชีพจรสำคัญ และหากนางออกแรงเพียงนิด แขนของเขาจะมึนชาจนขยับไม่ได้
“หากข้าคิดจะฆ่านาง หรือคิดจะเอาใจฮองเฮา ข้าคงไม่มายืนเสนอเงื่อนไขให้ท่านกระมังแม่ทัพหลี่” นางตอบเสียงเรียบ ดวงตากระจ่างใสไม่มีแววหวั่นไหวแม้แต่น้อย “และถ้าอยากให้แม่นางเสี่ยวเยียนของท่านปลอดภัย ก็ช่วยปล่อยมือจากคอข้าเสีย เพราะตอนนี้คนเดียวที่จะช่วยให้ท่านสมหวังในรัก มีเพียงข้าเท่านั้น แต่ถ้าท่านยังดื้อดึงก็มารอดูว่าใครกันแน่จะพังพินาศ” ในเมื่อเขาขู่มา หลิงเยว่ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถนอมน้ำใจกัน
จวินเหิงจ้องลึกลงในดวงตาของสตรีตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น สตรีผู้นี้คือคุณหนูเก้าตระกูลเสิ่นผู้เอาแต่ใจและอ่อนแอจริงหรือ? ไยบนตัวนางถึงมีกลิ่นอายความน่ากลัวแฝงอยู่
ซ้ำท่าทางยังดูสุขุมเยือกเย็น แม้ในยามที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า แววตานางก็ยังไม่เผยความหวาดหวั่นให้เขาเห็น
“เจ้า... ต้องการอะไร” เขาถามเสียงแข็ง แม้จะยังไม่คลายมือออกจากลำคอของนาง แต่แรงบีบนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เสิ่นหลิงเยว่ยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเขายอมที่จะพูดคุยดีดี
“เรามาทำสัญญากัน ข้าจะเป็นฮูหยินบังหน้าให้ท่าน แลกกับการที่ท่านต้องให้ความคุ้มครองและมอบอิสระให้ข้าในจวนแห่งนี้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะมอบหนังสือหย่าให้ไปครองรักกับเสี่ยวเยียนของท่าน” เอ่ยจบนางก็ปัดมือของเขาออกจากลำคออย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าเขา
“ว่าอย่างไรท่านแม่ทัพ สัญญาฉบับนี้ท่านจะร่วมลงทุนกับข้าหรือไม่? หากตกลงก็จับมือกันทำสัญญาระหว่างเรา”
หลี่จวินเหิงใช้สายตาคมกริบจ้องมองมือนวลที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับดวงตาเรียบเฉยของสตรีที่เขาเพิ่งตราหน้าว่าไร้ยางอาย ความเงียบงันจึงเข้าปกคลุมไปทั่วห้องหอครู่หนึ่ง
ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มเย็นชาแล้วยื่นมือไปบีบมือนางไว้แน่นเป็นการตกลงตามพันธสัญญาที่ไม่ได้เขียนลงบนกระดาษ
“ตกลง ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ แต่อย่าได้คิดตลบหลังข้าเด็ดขาด เพราะจวนแม่ทัพแห่งนี้เข้านั้นง่าย ทว่าหากคิดจะออกไปในฐานะคนทรยศ เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นแสงตะวันอีก เสิ่นหลิงเยว่” เมื่อสิ้นคำประกาศิต หลี่จวินเหิงก็สะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี เขาจ้องมองใบหน้าหมดจดของนางด้วยความระแวงครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนกายก้าวเดินออกจากห้องหอ
เพื่อไปนอนที่ห้องอักษรตามความตั้งใจเดิม ทว่าในจังหวะที่มือหนากำลังจะผลักบานประตูออกไปนั้น ผู้ที่ฝึกฝนยุทธมาอย่างดีกลับหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาหลายคู่ที่เดินไปมาด้านนอก ซึ่งมันกระจัดกระจายอยู่นอกเรือนหอแทบจะทุกมุม
เขารีบชักมือกลับแล้วขยับเข้าใกล้บานหน้าต่างเพื่อลอบสังเกตการณ์ผ่านรอยแยกที่มีเพียงเล็กน้อย
“นี่ถึงกับส่งคนมาคอยสอดแนมกันเลยหรือ” เขาพึมพำเสียงรอดไรฟัน ยามนี้ทั้งแค้นทั้งโกรธที่ทั้งบิดาและฝ่ายฮองเฮาไม่ยอมปล่อยเขา แม้จะยอมแต่งงานแล้วก็ยังส่งคนมาจับตาดูอีก
“มีอะไรหรือ” หลิงเยว่ที่กำลังจะเอนกายพักผ่อนถามขึ้นทันที เมื่อเห็นท่าทางระแวดระวังของอีกฝ่าย ซึ่งเขาควรจะออกไปได้แล้ว ทว่าร่างสูงกลับยังคงเดินวนไปมาข้างผนังเรือน
จวินเหิงจึงเดินย้อนกลับมาใกล้เตียงนอน เพื่อเอื้อนเอ่ยสิ่งที่เขาพบพานเมื่อครู่ให้นางฟัง “เจ้าพวกสุนัขรับใช้พวกนั้นยังไม่กลับไป พวกมันซุ่มอยู่รอบเรือนหอเพื่อคอยฟังว่าข้ากับเจ้าจะมีสัมพันธ์กันตามคำสั่งเบื้องบนหรือไม่” จวินเหิงหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “หากข้าเดินออกไปตอนนี้ ข่าวเรื่องเรากินแหนงแคลงใจกันต้องถึงหูพี่สาวเจ้าแน่ หากเป็นเช่นนั้นเสี่ยวเยียนคงต้องตกอยู่ในอันตราย”
เสิ่นหลิงเยว่ถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นนั่งตัวตรง นางมองบุรุษร่างสูงที่ยืนงุนงงทำอะไรไม่ถูก พลางตำหนิเขาในใจ
‘เป็นถึงพระเอก เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ได้หรือ น่าเบื่อจริงเชียว’ บ่นในใจแล้วนางก็ลุกลงจากเตียงอย่างว่องไว ก่อนจะเอ่ยกับเขาว่า
“ถ้างั้นก็ทำให้พวกเขาเชื่อสิว่าข้างในนี้... ดุเดือดเพียงใด”
นางไม่รอให้เขาเข้าใจหรืออนุญาต หลิงเยว่กลับตรงเข้ามาคว้าตัวหลี่จวินเหิงพลางฉุดกระชากให้เขากลับมาที่เตียงวิวาห์จนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แม่ทัพหนุ่มจึงล้มลงบนที่นอนหนานุ่มในทันที
อ้าว! อ้าว! จะทำอะไรเขาล่ะลูก อิอิ อีแม่ต้องตามไปดูแล้ว
