บท
ตั้งค่า

Chapter 7 เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง

Chapter 7

เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง

“มินนี่” เสียงอะไรบางอย่างดังวิ้งๆอยู่ข้างหูฉัน ฉันค่อยๆลืมตาขยับตื่นขึ้น

“อื้ออ” ฉันลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆ ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันถูกพามาอยู่ที่ใต้ต้นไม้สักแห่ง

“มินนี่ เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงจ้อกแจ้กจอแจของใครหลายคนทำเอาฉันค่อยๆยันตัวลุกขึ้น

“วาวา ปลาดาว” ฉันอุทานเรียกชื่อเพื่อนทั้งสองคนที่กำลังพากันก้มหน้ามองฉันที่นอนอยู่ แต่เอ๊ะ เหมือนหัวฉันอยู่บนตักใครสักคน

“ติณ..” ใช่แล้วล่ะ หัวฉันนอนอยู่บนตักของติณ

“ยัยบ้า เป็นอะไรรึเปล่า?” ติณถามด้วยสีหน้าและแววตา เป็นห่วงเป็นใย

ฉันยันตัวลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆอย่างงุนงง พี่เวกัสยืนมองฉันพร้อมกับถือบาสอยู่ในมือ

“เป็นอะไรหรือเปล่ามินนี่”

เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ แต่สายตาที่มองติณดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่

“ไม่เป็นอะไรค่ะ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

ฉันเงยหน้ามองทุกคน เหมือนสติมันหลุดไปชั่วขณะ

“พอดีลูกบาสอัดเข้าที่หน้าเธอ เธอก็เลยล้มไปน่ะสิ ดีนะติณมันรับหัวเอาไว้ทัน ไม่งั้นหัวฟาดพื้นแน่”

ปลาดาวรีบพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“จริงหรอ ขอบคุณนะติณ”

ฉันหันไปขอบคุณเพื่อนพร้อมกับยิ้มให้มันอ่อนๆ แม้จะมีกัดกันบ้างแต่ติณก็เป็นเพื่อนที่คอยดูแลฉันอย่างดีเสมอมาจริงๆ

“อืม...” มันทำเพียงพยักหน้าตอบเบาๆ สายตาของติณเหลือบมองไปที่พี่เวกัส

“แล้ว...พี่เวกัสเล่นบาสอยู่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วมาตรงนี้ได้ยังไง?”

ฉันยังคงสับสนเล็กน้อย เหตุการณ์เมื่อกี้มันเกิดขึ้นเร็วมากเลยไม่ทันได้ตั้งตัว

“ก็ลูกบาสกระเด็นมาทางนี้ฉันเลยเดินมาตามเก็บ ขอโทษนะมินนี่”

น้ำเสียงของพี่เวกัสในวันนี้ดูอ่อนโยนกว่าทุกวันทำเอาฉันลืมความโกรธและความเจ็บที่มี

“เธอโอเคไหม?”

เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“เอ่อ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ” โกหกอ่ะสิ เจ็บมาก ฉันรู้สึกถึงความบวมๆที่หน้าผากยังไงก็ไม่รู้

“หน้าผากของเธอมีรอยแดง” พี่เวกัสขว้างบาสไปให้พวกเพื่อนของเขา แต่ตัวเขายังไม่เดินกลับที่สนาม

กลับกัน เขาเดินเข้ามาใกล้ฉันและย่อตัวลงพร้อมกับใช้นิ้วปัดไรผมที่ปรกลงมาบนหน้าผากและลูบเบาๆที่รอยแดงนั้น

แต่ติณกลับยกมือของตัวเองขึ้นแล้วปัดมือของพี่เวกัสทิ้งไป

“อ๊ะ ต ติณ..” ฉันเรียกชื่อเพื่อนเสียงแผ่ว ทำแบบนั้นมันจะเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่า

แต่สายตาที่มองพี่เวกัสในตอนนี้ดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย

“เดี๋ยวผมดูแลเพื่อนผมเอง พี่ไม่ต้องยุ่ง”

“ติณ...” ปลาดาวเดินเข้ามาแล้วกระตุกแขนเสื้อของตินเบาๆ คงไม่อยากให้มีปากมีเสียงกัน

“ฉันเป็นคนทำฉันก็ต้องรับผิดชอบสิ”

“รับผิดชอบ? ไม่ต้อง เพื่อนผมผมดูแลได้”

“อ เอ่อ ใจเย็นๆกันนะทุกคน” วาวาเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงรีบพูดขึ้น

“เดี๋ยวฉันจะไปซื้อยาให้เธอเองมินนี่ มากับฉัน”

พี่เวกัสจับแขนของฉันประคองลุกขึ้นช้าๆและเดินไปพร้อมกับเขา

แต่ติณก็จับมือฉันไว้อีกข้างแล้วมองหน้าพี่เวกัสอย่างเอาเรื่อง

“มินนี่” ติณกดเสียงต่ำเรียกชื่อฉัน ในขณะที่ฉันยังรู้สึกมึนงง

“ฉันจะพาเธอไปซื้อยา” พี่เวกัสกระซิบลงบอกที่ข้างหูของฉัน สัมผัสได้เลยว่าตอนนี้ใบหน้าของฉันแดงซ่าน ไม่ใช่จากรอยอัดจากลูกบาสบนใบหน้าที่เกิดขึ้นในตอนแรก แต่มันคือความเขินอาย

เราสองคนใกล้ชิดกันมากในตอนนี้... เขินจัง

“เอ่อ ด เดี๋ยวหนูไปซื้อยาเองก็ได้ค่ะ” ฉันก็อยากไปกับพี่เวกัสนะ แต่ติณกับปลาดาวก็รออยู่ตรงนี้แล้วเรามาด้วยกัน คิดว่าควรจะกลับพร้อมเพื่อนหรือเปล่า?

“ไม่ได้ สภาพหัวแดงอย่างกับลูกหมาพึ่งเกิด ยังจะอวดเก่งอีก“ คำพูดสวนทางกับหน้าตาชะมัด หน้าก็หล่อแต่ปากร้าย ฉันนี่ถึงกับต้องเบ้ปากแม้จะเจ็บหน้าผากอยู่มาก

“ไปกับฉันมินนี่” เขาดึงมือฉันเบาๆ ส่วนติณก็ยังไม่ยอมปล่อย

ฮัลโหล! เหตุการณ์นี้มันคืออะไรก่อน รักสามเศร้าเราสามคนรึยังไง เหอะๆ

“เอ่อ ติณ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อยากับพี่เวกัสนะ” ฉันพยายามดึงมือออกจากติณ เพราะพี่เวกัสยืนยันจะรับผิดชอบด้วยการซื้อยาให้ฉัน

“เดี๋ยวซื้อให้เอง กับอีแค่ยา” ติณยังคงบีบมือฉันแน่น

แต่ฉันก็ชักมือออกจากมัน

“ติณ..” ฉันเรียกชื่อเพื่อน กดเสียงต่ำ

“ไปกันเถอะ” พี่เวกัสจับมือฉันแล้วพาเดินจากไปจากตรงนี้

เขาพาฉันเดินออกจากสนามไป ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ที่มองตามอย่างสนใจ

“พี่เวกัสนี่แปลกๆนะ?” ปลาดาวพูดพร้อมกระซิบกับวาวา

“อืม ปกติเล่นบาสบ่อยจะตาย ลูกบาสอัดใส่ใครก็ไม่เห็นสนใจเลยนะ” วาวาตอบพร้อมยกมือขึ้นเกาหัวงุนงง

“หรือว่า… จะชอบมินนี่”

ทั้งสองซุบซิบกัน ขณะที่เวกัสเดินพามินนี่ไปที่รถเพื่อออกไปร้านขายยาหน้ามหาลัย

“โว้ย!” ติณโมโหทำท่าเหวี่ยงขาจะเตะหมาสีดำหางกุดที่เดินผ่านมาพอดี

“เอ๋ง!” หมาเห็นแล้วตกใจรีบวิ่งหนีไป คงคิดงงว่ามนุษย์ตัวผู้กำลังหัวเสียอะไร ทำไมต้องมาลงกับเรา

“ไอ้บ้าติณ นั่นหมานะ! แกจะเตะมันทำไมเนี่ย!” ปลาดาวตกใจหันไปโวยวายเพราะหมาน้อยวิ่งจากไปอย่างน่าสงสาร

“ไม่ได้เตะสักหน่อย แค่ทำท่า”

วาวามองพลางอ้าปากค้างงุนงง

“เมื่อกี้มึงทำอะไร?” เสียงเยือกเย็นของเบย์แบดดังขึ้นพร้อมเดินมาโอบไหล่แฟนสาว เขาอยู่ในชุดเสื้อกีฬาแขนกุดสำหรับเล่นบาส

”ทำอะไร? เตะหมาน่ะเหรอ?“ ติณถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี จะรุ่นพี่ รุ่นน้อง นักเลงหน้าไม้ที่ไหนเขาก็ไม่สนใจแล้วล่ะเวลานี้น่ะ

”เออ เตะหมาแล้วหมาวิ่งมาทางแฟนกู ถ้ามันกัดวาวาจะทำยังไง!“

เบย์แบดเสียงเข้ม ปกติเขาไม่ยุ่งกับใคร แต่ไอ้เด็กปีสองคนนี้มันเกือบทำแฟนเขาเป็นอันตราย

“ข ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ ไอ้ติณ ไป! กลับๆ!”

ปลาดาวรีบกระชากเสื้อนักศึกษาชายแขนยาวของติณและพากันเดินจากไป ส่วนวาวาหน้าเสีย

“พี่เบย์อ่า ไม่เห็นต้องทำให้เรื่องมันใหญ่เลย” เธอรู้ว่าติณไม่ตั้งใจ

“ไป กลับคอนโดกันดีกว่า” เบย์แบดไม่สนใจสิ่งที่วาวาพูดแต่ยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ

ส่วนทางด้านของมินนี่

เวกัสสับสนกับตัวเองขณะจูงมือเธอเดินออกมา ปกติก็ชอบตัวร้ายๆ จะเตะหมา ด่าแมว ชกอากาศ เขาก็ไม่เคยใส่ใจใคร แต่ทำไมพอเป็นยัยเด็กเงอะงะไม่รู้ประสาอย่างมินนี่

ความไร้เดียงสาของเธอมันเหมือนเป็นส้นเท้าที่เตะหัวใจเขาจนสั่นไปมา เกลียดตัวเองว่ะ!

นี่กูกำลังคิดอะไรกับยัยเด็กเฉิ่มนี่กันแน่? ไม่หรอก ทรงนี้ไม่ใช่สเป็คกูแน่ๆ

เขาส่ายหัวพร้อมกับลอบมองคนตัวเล็กที่หัวฟู หน้าผากช้ำแดง กับสภาพตาปูดๆนั่น เหอะๆ ดูไม่จืด ต่างจากสเป็คเขาลิบลับ

ถึงจะเป็นห่วงหน่วงๆในใจ แต่ขอยืนยันอีกครั้ง

สภาพมอมแมมเหมือนลูกหมาพึ่งคลอดแบบนี้ ไม่ใช่สเป็คเวกัสแน่นอนครับผม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel