บทที่ 4 รสมือเชฟสาว
น้ำอุ่นในอ่างไม้โอ๊กใบใหญ่ส่งควันกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้องอาบน้ำของคฤหาสน์ตระกูลหรู กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ผสมอยู่ในน้ำช่วยสร้างความผ่อนคลาย สาวใช้สองคนกำลังช่วยคุณนายหลินเหนียงอาบน้ำขัดตัวให้กับเด็กแฝดวัยห้าขวบอย่างทะนุถนอม คราบเขม่าควันและฝุ่นดินที่เกาะติดแน่นถูกชะล้างออกไป เผยให้เห็นผิวพรรณที่ควรจะขาวผ่องนุ่มนวลสมวัย แต่เวลานี้กลับเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ รอยหยิก และแผลเป็นนับไม่ถ้วนตามแขนขาและแผ่นหลัง คุณนายหลินเหนียงน้ำตาร่วงหล่นหยดแล้วหยดเล่าขณะลูบไล้รอยแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเซี่ยเซียว เด็กน้อยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อฟองสบู่โดนแผลสด
แต่ก็กัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมร้องไห้งอแงออกมา ยิ่งแสดงความอดทนมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้คนเป็นยายปวดใจแทบขาดใจมากเท่านั้น พวกตระกูลเซี่ยมันไม่ใช่คน มันคือปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ชัดๆ
หรูเยว่จัดการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนที่สะอาดสะอ้าน ร่างกายของเธอมีรอยบอบช้ำไม่ต่างจากลูกสาว แต่ดวงตาหงส์คู่นั้นกลับแข็งแกร่งดุจหินผา ไม่มีแววของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เธอเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ มองดูลูกๆ ที่ถูกห่อด้วยผ้าเช็ดตัวผืนหนานุ่มราวกับก้อนสำลีเล็กๆ
เซี่ยเซียงและเซี่ยเซียวยิ้มกว้างเมื่อเห็นคุณแม่ของพวกเธอสะอาดสะอ้านและงดงามเหมือนดั่งวันวาน ไม่มีคราบน้ำตาและความหวาดกลัวบนใบหน้าของผู้เป็นแม่อีกแล้ว
"คุณแม่จะไปทำอาหารบำรุงให้พวกหนูกับคุณตาคุณยายทานกันนะ วันนี้มีเมนูพิเศษเพื่อฉลองการกลับบ้านของเรา" หรูเยว่เอ่ยพร้อมกับลูบผมเปียกชื้นของลูกสาวทั้งสองอย่างรักใคร่
คุณนายหลินเหนียงรีบเอ่ยห้ามด้วยความเป็นห่วง "ลูกเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ร่างกายก็บอบช้ำไปทั้งตัว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ครัวเถอะ ไปพักผ่อนให้สบายตัวในห้องนอนก่อนดีกว่า เดี๋ยวแม่จะให้คนยกอาหารไปให้"
"ลูกอยากทำด้วยตัวเองค่ะคุณแม่ ให้ลูกได้แสดงฝีมือดูแลทุกคนบ้างเถอะนะคะ ลูกห่างหายจากการปรนนิบัติคุณพ่อคุณแม่มานานเหลือเกิน" หรูเยว่ยืนกราน น้ำเสียงหนักแน่นและแววตามุ่งมั่นจนคุณนายหลินเหนียงต้องยอมใจอ่อนพยักหน้ารับ อนุญาตให้ลูกสาวเข้าครัวได้
หรูเยว่ก้าวเข้าไปในโรงครัวขนาดใหญ่ของตระกูลหรู วัตถุดิบในยุคแปดสิบแม้จะไม่ได้หรูหราเหมือนในครัวภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่เธอจากมา แต่ของแห้งและเนื้อสัตว์ในบ้านเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงอย่างตระกูลหรูก็มีครบครัน เธอเลือกไก่ดำตัวโตมาทำซุปตุ๋นยาจีนใส่โสมและเก๋ากี้ เพื่อบำรุงเลือดลมและฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้กับเด็กแฝดวัยห้าขวบรวมถึงบิดามารดา
มีดทำครัวในมือของเชฟสาวขยับหั่นผักและเนื้อสัตว์ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกท่วงท่าลื่นไหลราวกับร่ายรำ
หรูเยว่จัดการสับไก่ดำเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปลวกน้ำร้อนเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นตั้งหม้อดินบนเตาถ่าน ใส่ขิงฝาน หอมเนียม และรากผักชีลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตามด้วยเนื้อไก่ดำและน้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดพล่านจึงใส่สมุนไพรจีนชั้นดีอย่างโสมคน เก๋ากี้ พุทราแดง และตังกุยลงไป หรูเยว่หรี่ไฟลง ปล่อยให้น้ำซุปค่อยๆ เคี่ยวอย่างช้าๆ เพื่อดึงรสชาติและสรรพคุณทางยาออกมาให้ได้มากที่สุด น้ำซุปเปลี่ยนเป็นสีเข้มส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิว
ระหว่างรอซุปไก่ดำ เธอหันไปเตรียมทำข้าวผัดไข่สีเหลืองทอง ข้าวหอมมะลิเม็ดเรียงสวยถูกผัดด้วยไฟแรงคลุกเคล้ากับไข่ไก่สดใหม่ ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาวเพียงเล็กน้อย อาศัยเทคนิคการควงกระทะและคุมไฟที่ยอดเยี่ยม
ทำให้เมนูธรรมดากลับส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยออกไปเตะจมูกผู้คนทั่วทั้งคฤหาสน์ บรรดาสาวใช้และแม่ครัวต่างพากันชะเง้อมองผ่านหน้าต่างโรงครัวด้วยความทึ่ง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณหนูที่วันๆ เอาแต่อยู่ในห้องหนังสือ จะมีฝีมือปลายจวักยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
บนโต๊ะอาหารไม้สักตัวใหญ่ เถ้าแก่หรูนั่งมองชามซุปไก่ดำควันฉุยตรงหน้า กลิ่นหอมของสมุนไพรจีนลอยเตะจมูกจนน้ำลายสอ เขาใช้ช้อนตักน้ำซุปเข้าปากชิมเพียงคำแรก ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูก ซึมซาบลงไปถึงกระเพาะอาหาร สร้างความอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง เนื้อไก่ดำตุ๋นจนเปื่อยละลายในปาก
ไม่มีความคาวแม้แต่น้อยนิด ข้าวผัดไข่ก็หอมกลิ่นคั่วกระทะ เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้
"อร่อย อร่อยมากจริงๆ เยว่เอ๋อร์ ลูกไปหัดทำอาหารรสเลิศเช่นนี้มาจากที่ใดกัน พ่อกินอาหารมาทั่วเมืองปักกิ่ง ยังไม่เคยเจอฝีมือใครเทียบเท่าลูกได้เลย" เถ้าแก่หรูเอ่ยชมไม่ขาดปาก มือก็ตักน้ำซุปเข้าปากอย่างต่อเนื่อง
เด็กแฝดวัยห้าขวบทั้งสองคนกินข้าวผัดไข่สีเหลืองทองและซุปไก่ดำอย่างเอร็ดอร่อย แก้มป่องพองตุ่ย เคี้ยวอาหารตุ้ยๆ อย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี หรูเยว่มองครอบครัวของตนเองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น หัวใจที่เคยแห้งผากได้รับการเติมเต็มจนล้นปรี่
"ลูกมีเวลาว่างตอนที่อยู่บ้านตระกูลเซี่ย จึงแอบศึกษาตำราและทดลองทำอาหารเพื่อคลายความเศร้าค่ะคุณพ่อ" หรูเยว่หาเหตุผลที่ฟังดูเข้าทีที่สุดมาอธิบาย
"คุณพ่อคะ ลูกมีความคิดอยากจะเปิดร้านอาหารของตระกูลหรูเราเอง ลูกมั่นใจในฝีมือว่าเราจะสามารถดึงดูดลูกค้าและสร้างกำไรมหาศาล เพื่อขยายกิจการของครอบครัวเราให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เราจะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นร้านขายทองคำอีกต่อไป ลูกอยากให้ร้านอาหารของเราเป็นที่หนึ่งในเมืองหลวง"
เถ้าแก่หรูและคุณนายหลินเหนียงสบตากันด้วยความตื่นเต้น ลูกสาวที่เคยหัวอ่อน บัดนี้กลับมีประกายความมุ่งมั่นและฉลาดหลักแหลม
ดวงตาหงส์ของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เถ้าแก่หรูหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นด้วยความถูกใจ
"ดี ดีมาก ในเมื่อลูกสาวของพ่อมีความตั้งใจเช่นนี้ พ่อก็จะทุ่มทุนสร้างร้านอาหารที่หรูหราและยิ่งใหญ่ที่สุดในปักกิ่งให้ลูกเอง ตระกูลหรูของเราจะต้องกลับมายิ่งใหญ่เกรียงไกร พรุ่งนี้พ่อจะให้บ่าวชายไปหาทำเลทองย่านการค้าทันที"
คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยบรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงร้องโอดโอย ซูเจียงนอนร้องไห้กุมจมูกที่หักงอ เลือดหยุดไหลแล้วแต่ความปวดร้าวยังคงอยู่ เสี่ยงฉงถูกบ่าวชายหามไปทายาด้วยใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำจนลืมตาแทบไม่ขึ้น
สภาพของแต่ละคนดูไม่จืด ราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ
คุณนายซูเจินนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ในห้องโถง มือข้างหนึ่งกุมแก้มซ้ายที่ปรากฏรอยนิ้วมือแดงเถือก ความอับอายและความโกรธแค้นสุมแน่นเต็มอก นางสั่งให้บ่าวชายเตรียมกระดาษและปากกามาให้โดยด่วน
"ไปส่งโทรเลขด่วนถึงเซี่ยอวี่ที่ค่ายทหารเดี๋ยวนี้ บอกลูกชายฉันว่านังสะใภ้สารเลวนั่นมันเป็นบ้า อาละวาดตบตีฉัน ทำร้ายซูเจียงและคนรับใช้จนบาดเจ็บสาหัส ซ้ำยังขโมยของมีค่าในบ้านและลักพาตัวหลานสาวทั้งสองคนหนีกลับไปบ้านตระกูลหรู ให้เขารีบกลับมาจัดการหย่าขาดกับนังผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ และจับมันเข้าคุกให้จงได้" คุณนายซูเจินกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"คุณป้าคะ ต้องให้พี่เซี่ยอวี่จัดการนังหรูเยว่ให้หนักเลยนะคะ มันกล้าทำจมูกหนูหักแบบนี้ หนูจะเอาหน้าไปพบใครได้" ซูเจียงสะอึกสะอื้นฟ้องร้อง เกลียดชังหรูเยว่เข้ากระดูกดำ
"ไม่ต้องห่วง เซี่ยอวี่รักและเชื่อฟังฉันมากที่สุด หากเขารู้ว่านังนั่นกล้าตบหน้าแม่บังเกิดเกล้า เขาจะต้องไม่ปล่อยมันไว้แน่ นังหรูเยว่จะต้องกระอักเลือดตาย" คุณนายซูเจินประกาศกร้าวเสียงแข็ง
บ่าวชายรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปทำหน้าที่ทันที คุณนายซูเจินแสยะยิ้มอย่างมาดร้าย คอยดูเถอะนังหรูเยว่
บทที่ 5 โทรเลขด่วนสั่งลุย ผู้บัญชาการเซี่ยคืนถิ่น
ค่ายทหารชายแดนที่ห่างไกลจากเมืองหลวง เสียงการฝึกซ้อมของเหล่าทหารหาญดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ภายในห้องทำงานผู้บัญชาการ เซี่ยอวี่ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็ง กำลังนั่งตรวจเอกสารภารกิจลับที่เพิ่งลุล่วงไปได้ด้วยดี เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเต็มยศ บนบ่าประดับยศผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งปักกิ่ง เขามุมานะทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลากลับไปดูแลครอบครัวที่คฤหาสน์ ด้วยคิดเสมอว่ามารดาของตนจะช่วยดูแลภรรยาและลูกสาวฝาแฝดเป็นอย่างดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามาได้" เซี่ยอวี่เอ่ยเสียงเรียบ
ผู้กองหลี่เฉิน นายทหารคนสนิทเดินผลักประตูเข้ามาพร้อมกับกระดาษโทรเลขใบหนึ่งในมือ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและกระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านผู้บัญชาการครับ มีโทรเลขด่วนส่งมาจากคุณนายซูเจินที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยในปักกิ่งครับ เนื้อหาค่อนข้างร้ายแรงมากทีเดียว"
เซี่ยอวี่ขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม รับกระดาษโทรเลขมาอ่านด้วยสายตาคมกริบ ข้อความบนกระดาษระบุชัดเจนว่า หรูเยว่เกิดอาการคุ้มคลั่ง อาละวาดตบตีมารดาของเขาจนหน้าบวม ทำร้ายซูเจียงจนจมูกหัก และทุบตีสาวใช้จนบาดเจ็บสาหัส ซ้ำยังขโมยทรัพย์สินมีค่าในคฤหาสน์และลักพาตัวเด็กแฝดวัยห้าขวบหลบหนีกลับไปหลบซ่อนตัวที่บ้านตระกูลหรู มารดาสั่งให้เขารีบกลับไปจัดการหย่าขาดและส่งตัวภรรยาเข้าคุกทันที
ชายหนุ่มอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกสับสนและคุกรุ่นก่อตัวขึ้นในอก หรูเยว่ที่เขารู้จักคือสตรีหัวอ่อน ขี้ขลาด เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้และยอมคนมาตลอด ไม่มีทางที่เธอจะมีเรี่ยวแรงหรือความกล้าหาญไปทำร้ายใครจนบาดเจ็บสาหัสได้ ยิ่งเรื่องขโมยของยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะตระกูลหรูร่ำรวยกว่าตระกูลเซี่ยหลายเท่านัก ทว่ามารดาของเขาก็ไม่น่าจะกุเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้ส่งโทรเลขมาถึงค่ายทหาร มันต้องมีเรื่องผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านระหว่างที่เขาไม่อยู่อย่างแน่นอน
"เตรียมรถจี๊ปให้พร้อม หลี่เฉิน เราจะเดินทางกลับปักกิ่งเดี๋ยวนี้" เซี่ยอวี่ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด เขาต้องกลับไปเห็นความจริงด้วยตาของตนเอง
คฤหาสน์ตระกูลหรูในเมืองหลวง เวลาผ่านไปสามวันแล้วนับตั้งแต่หรูเยว่พาลูกสาวหนีกลับมา ร่างกายของเด็กแฝดวัยห้าขวบอย่างเซี่ยเซียงและเซี่ยเซียวได้รับการบำรุงด้วยอาหารรสเลิศและยาจีนชั้นดีจากฝีมือมารดา ทำให้แก้มที่เคยตอบซูบเริ่มมีน้ำมีนวล รอยยิ้มและเสียงหัวเราะสดใสกลับคืนมาสู่เด็กน้อยทั้งสองอีกครั้ง คุณนายหลินเหนียงผู้เป็นยายก็คอยให้บ่าวชายหญิงไปหาซื้อผ้าไหมเนื้อนุ่มมาตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่สีสันสดใสให้หลานสาวใส่อยู่ไม่ขาด บรรยากาศในบ้านตระกูลหรูเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ
ห้องโถงใหญ่ เถ้าแก่หรูวางโฉนดที่ดินทำเลทองบนถนนหวังฝูจิ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าลูกสาว
"นี่คือโฉนดตึกแถวสามคูหาในย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของปักกิ่ง พ่อจัดการซื้อขาดมาให้ลูกเรียบร้อยแล้ว กว้างขวางพอที่จะเปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ตามที่ลูกต้องการ พรุ่งนี้พ่อจะเรียกช่างไม้ฝีมือดีมาให้ลูกสั่งการปรับปรุงตกแต่งร้านได้เลย"
หรูเยว่หยิบโฉนดที่ดินขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้น ดวงตาหงส์ทอประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น
"ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อ ลูกจะทำให้ร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วเมืองหลวง ลูกวาดแบบแปลนการตกแต่งร้านเอาไว้แล้ว เน้นความโปร่งโล่ง หรูหรา แต่แฝงไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ส่วนเรื่องคนงานและลูกจ้าง ลูกขอคัดเลือกด้วยตัวเองทั้งหมดนะคะ เราต้องได้คนที่ไว้ใจได้และขยันขันแข็ง"
"ได้สิ ตามใจลูกทุกอย่างเลย" เถ้าแก่หรูยิ้มกว้างอย่างภูมิใจที่เห็นลูกสาวกลับมาเข้มแข็งและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น หรูเยว่เดินทางไปที่ตึกแถวบนถนนหวังฝูจิ่งเพื่อสำรวจสถานที่และเริ่มวางแผนการตกแต่ง เธอสั่งการช่างไม้และคนงานอย่างคล่องแคล่ว ทุกคำพูดเด็ดขาดและชัดเจนจนไม่มีใครกล้าขัดแย้ง พลังงานแห่งความเป็นผู้นำแผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟสาว เธอไม่ใช่นกน้อยในกรงทองอีกต่อไป แต่เป็นนางพญาหงส์ที่พร้อมจะกางปีกบินทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
ในขณะเดียวกัน รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย เซี่ยอวี่ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถง เสียงร้องไห้คร่ำครวญของคุณนายซูเจินก็ดังระงมขึ้นทันที
"อวี่เอ๋อร์ ลูกแม่ ลูกต้องช่วยแม่นะ นังสะใภ้ตัวดีมันทำร้ายแม่จนหน้าบวมไปหมด ดูสิ รอยนิ้วมือมันยังไม่หายเลย" คุณนายซูเจินวิ่งถลาเข้าไปเกาะแขนลูกชาย บีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร
ซูเจียงที่เพิ่งไปทำแผลที่โรงพยาบาลกลับมาก็รีบเดินเข้ามาสมทบ ใบหน้าของเธอมีผ้าพันแผลพันรอบจมูกดูตลกขบขัน
"พี่เซี่ยอวี่ นังหรูเยว่มันตบตีหนูจนจมูกหัก มันด่าทอพี่เสียๆ หายๆ แล้วก็ให้บ่าวชายขนของมีค่าในบ้านหนีไปพร้อมกับเด็กแฝด พี่ต้องไปลากตัวมันกลับมารับโทษให้ได้นะคะ"
เซี่ยอวี่กวาดสายตามองมารดา ญาติผู้น้อง และเสี่ยงฉงที่ยืนหลบมุมด้วยใบหน้าเขียวช้ำ ร่องรอยการถูกทำร้ายเป็นของจริง ไม่ใช่การจัดฉาก แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขัดแย้งในใจคือ ร่องรอยเหล่านี้ล้วนเกิดจากการถูกตบตีด้วยมือเปล่าอย่างรุนแรงและแม่นยำ หรูเยว่ภรรยาผู้แสนอ่อนแอของเขามีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน
ชายหนุ่มสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมารดาเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"เรื่องนี้ผมจะไปสืบหาความจริงด้วยตัวเอง หากหรูเยว่ทำผิดจริง ผมจะไม่ละเว้นเธอแน่ แต่ตอนนี้ผมขอไปดูห้องที่แม่ใช้ให้เธอและเด็กๆ พักอาศัยก่อน"
คุณนายซูเจินหน้าซีดเผือดลงทันที พยายามพูดจาบ่ายเบี่ยง "จะไปดูทำไมกัน อวี่เอ๋อร์รีบไปตามตัวนังผู้หญิงแพศยานั่นที่บ้านตระกูลหรูเถอะ"
เซี่ยอวี่ไม่สนใจคำทัดทาน เขาก้าวยาวๆ ตรงไปยังด้านหลังคฤหาสน์ทันที เมื่อเปิดประตูห้องเก็บฟืนออก กลิ่นอับชื้นและคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นไม้กระดานก็ปะทะเข้ากับจมูก ดวงตาคมกริบของทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคอกสัตว์ นี่หรือคือที่ที่มารดาของเขาบอกว่าดูแลภรรยาและลูกสาวของเขาเป็นอย่างดี ความรู้สึกผิดและความโกรธขึ้งตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มหันหลังกลับ
เดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเขาคือคฤหาสน์ตระกูลหรู เขาต้องไปเจอหรูเยว่เพื่อถามความจริงจากปากของเธอให้รู้เรื่องโดยเร็วที่สุด
