4 การตอบแทนของท่านแม่ทัพและลูกค้าคนแรก
แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างบานน้อยเข้ามาตกกระทบใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ลู่เหวินเซียว สะดุ้งตื่นสุดตัว มือหนาคว้ากระบี่คู่กายที่วางอยู่ข้างหมอนตามสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะชะงักเมื่อพบว่ารอบกายมีเพียงความเงียบสงบของป่าเขา ไม่ใช่สนามรบที่นองเลือด
เขาลดกระบี่ลง ลมหายใจหอบถี่ค่อย ๆ ผ่อนช้าลง...
"นี่มัน... ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) แล้วรึ?"
แม่ทัพหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยนอนหลับได้เกินสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) เลยสักคืน ทุกครั้งที่หลับตา เสียงกรีดร้องของเหล่าทหารที่ตายไปจะตามมาหลอกหลอนจนสะดุ้งตื่นกลางดึกเสมอ แต่เมื่อคืนนี้... เขากลับหลับสนิทรวดเดียวจนถึงสายโด่ง ไร้ซึ่งฝันร้าย ไร้ซึ่งอาการปวดหัวตุบ ๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทมานาน
เขาก้มลงมองในมือที่ยังกำช่อดอกไม้สีขาวเหี่ยว ๆ ไว้แน่น กลิ่นหอมของมันจางลงไปมากแล้ว แต่สรรพคุณของมันกลับชัดเจนยิ่งกว่ายาวิเศษขนานใดที่หมอหลวงเคยปรุงให้
"ดอกคาโมมายล์... ช่วยให้จิตใจสงบงั้นรึ?"
มุมปากของลู่เหวินเซียวหยักยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เขามองลอดหน้าต่างไปยังกระท่อมข้าง ๆ ที่มีควันไฟลอยเอื่อย ๆ ออกมาจากปล่องควัน สตรีผู้นั้น... นางไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ เสียด้วย
"บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ... ข้าลู่เหวินเซียวไม่นิยมติดค้างใคร"
เขาลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา คว้าธนูและลูกดอกเดินหายเข้าไปในป่าลึกด้วยฝีเท้าที่เบากริบราวกับเสือ
ทางด้าน หลินเย่วซือ นางตื่นแต่เช้าตรู่มาดูแลแปลงดอกไม้ วันนี้ต้นคาโมมายล์ของนางโตเต็มที่และเริ่มแตกกอขยายออกไปเรื่อย ๆ ด้วยผลของ ปุ๋ยน้ำค้างทิพย์ นางเก็บดอกที่บานเต็มที่มาตากแห้งไว้บนกระด้งเพื่อทำชา ส่วน อาเถา กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมรั้วไม้ไผ่ที่ผุพัง
เจ้า เสี่ยวไป๋ นอนกลิ้งไปมาอยู่บนระเบียง คอยตบแมลงปอเล่นอย่างเกียจคร้าน
[ติ๊ง! ภารกิจประจำวัน: ขยายอาณาเขตแห่งความสุข]
[เป้าหมาย: ปลูกดอกลาเวนเดอร์สงบนิ่ง จำนวน 5 ต้น]
[รางวัล: เหรียญทองแดง 100 เหรียญ (สกุลเงินระบบ), เมล็ดพันธุ์กุหลาบไร้หนาม x5]
"ลาเวนเดอร์งั้นหรือ... ปลูกไว้ริมรั้วน่าจะดี กลิ่นจะได้ช่วยกันแมลงด้วย" เย่วซือวางแผนในใจ
ขณะที่นางกำลังใช้ พู่กันหยกวิญญาณ ขุดหลุมเล็ก ๆ ริมรั้ว เสียงวัตถุหนัก ๆ ตกกระทบพื้นดัง 'ตุบ!' ที่หน้าบ้าน ทำเอาอาเถาสะดุ้งโหยง
"ว้าย! ตัวอะไรน่ะเจ้าคะ!"
เย่วซือรีบเดินไปดู ก็พบ ไก่ป่าตัวอ้วนพี สองตัวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น คอของมันถูกลูกดอกเจาะอย่างแม่นยำจุดเดียวตายสนิท ไม่มีเลือดเปรอะเปื้อนให้เสียของ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง นางก็เห็นเพื่อนบ้านหน้ายักษ์ยืนกอดอกพิงรั้วอยู่อีกฝั่ง ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนรูปสลักหิน แต่แววตาดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อวานมาก
"ท่านลู่?" เย่วซือเลิกคิ้วมองไก่ป่าสลับกับหน้าเขา "นี่คือ..."
"ค่าดอกไม้" ลู่เหวินเซียวตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ
"ข้าล่ามาได้เยอะเกินไป กินคนเดียวไม่หมด แบ่งให้เจ้ากับสาวใช้... จะได้ไม่ผอมแห้งจนลมพัดปลิวแบบนั้น"
เย่วซือหลุดขำออกมาเบา ๆ ชายผู้นี้ช่างปากไม่ตรงกับใจเสียจริง ล่าได้เยอะเกินไปงั้นหรือ? ธนูที่สะพายหลังเขามีลูกดอกหายไปเพียงสองดอก เท่ากับจำนวนไก่เป๊ะ ๆ แสดงว่าเขาตั้งใจล่ามาให้โดยเฉพาะ
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านลู่ ข้าจะรับไว้ด้วยความยินดี... เย็นนี้ถ้าท่านว่าง เรียนเชิญมาทานแกงไก่ฝีมืออาเถาที่บ้านข้านะเจ้าคะ รับรองว่าอร่อยกว่าย่างกินเองแน่นอน"
ลู่เหวินเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง หูของเขาขึ้นสีแดงจาง ๆ
"มะ... ไม่จำเป็น ข้าไม่ชอบสุงสิงกับใคร"
พูดจบเขาก็เตรียมจะเดินหนีตามสูตร แต่แล้วจมูกของเขาก็ฟุตฟิตเล็กน้อย "เดี๋ยว... วันนี้เจ้าปลูกอะไรอีก?"
เย่วซือชูถุงเมล็ดพันธุ์ในมือ "ลาเวนเดอร์เจ้าค่ะ สรรพคุณคล้ายคาโมมายล์แต่เข้มข้นกว่า ช่วยเรื่องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ... คืนนี้ท่านน่าจะชอบ"
"อืม... ก็ดี" เขารับคำในลำคอก่อนจะเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าบ้านตัวเองไป ทิ้งให้เย่วซือมองตามด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
"คนอะไร ตัวโตอย่างกับหมีแต่ขี้อายชะมัด"
เจ้าเสี่ยวไป๋ที่นอนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงส่งเสียง 'ฮึ่ม' ในลำคอ มันมองตามหลังแม่ทัพหนุ่มด้วยสายตาดูแคลน 'เจ้านมนุษย์ผู้นี้มีกลิ่นอายของผู้ฆ่าฟันเต็มตัว แต่ดันมาเสียอาการเพราะสตรีตัวเล็ก ๆ... น่าสมเพชยิ่งนัก!'
ช่วงบ่ายวันนั้น ขณะที่กลิ่นหอมของสมุนไพรและไก่ต้มโชยออกมาจากครัวของอาเถา เสียงเรียกที่หน้าบ้านก็ดังขึ้น
"มีใครอยู่ไหมจ๊ะ? กลิ่นหอมจังเลย..."
เย่วซือเดินออกมาดู พบหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดชาวบ้านที่ดูสะอาดสะอ้าน ในอ้อมแขนอุ้มเด็กทารกที่กำลังร้องไห้จ้าหน้าดำหน้าแดง หญิงผู้นั้นดูเหนื่อยล้าและขอบตาดำคล้ำ
"สวัสดีเจ้าค่ะท่านป้า มีอะไรให้ข้าช่วยไหมเจ้าคะ?" เย่วซือทักทายอย่างเป็นมิตร
หญิงผู้นั้นมองเย่วซือด้วยความประหลาดใจ นางได้ยินข่าวลือว่ามีคนบ้าย้ายมาอยู่ท้ายหมู่บ้านในที่ดินผีสิง แต่สตรีตรงหน้ากลับดูงดงามและกิริยาเรียบร้อยราวกับคุณหนูในเมือง
"เอ่อ... ป้าชื่อ ป้าจาง จ้ะ บ้านอยู่ถัดไปทางโน้น ป้าเดินผ่านแล้วได้กินหอม ๆ ของดอกไม้... คือเจ้าหนูแดงหลานของป้าร้องไห้โคโย่ มาสามวันแล้ว ป้ากล่อมจนไม่ได้หลับได้นอน พอมาตรงนี้แกหยุดร้อง ป้าเลยลองแวะมาดู"
เย่วซือมองทารกในอ้อมแขน นางใช้สายตาที่เชื่อมต่อกับระบบมองวิเคราะห์
[เป้าหมาย: ทารกเพศชาย]
[สถานะ: ไม่สบายตัวจากอาการท้องอืดและความเครียด]
[คำแนะนำ: กลิ่นของคาโมมายล์ช่วยขับลมและทำให้สงบได้]
"เด็กคงไม่สบายตัวน่ะเจ้าค่ะ ท่านป้าจางเชิญเข้ามานั่งพักก่อนเถอะ" เย่วซือผายมือเชื้อเชิญ นางรีบไปชง ชาดอกคาโมมายล์ อุ่น ๆ มาหนึ่งถ้วย และเด็ดดอกสด ๆ มากำหนึ่ง
"ท่านป้าลองจิบชานี้ดูนะเจ้าคะ ส่วนดอกไม้นี้ลองเอาวางไว้ใกล้ ๆ จมูกของแก"
ป้าจางรับถ้วยชาไปจิบด้วยความเกรงใจ ทันทีที่น้ำชาอุ่น ๆ ไหลลงคอ ความหอมหวานละมุนทำให้ความตึงเครียดของนางผ่อนคลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนทารกน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ในมือเย่วซือ เสียงร้องไห้ที่แผดจ้าก็ค่อย ๆ เบาลง จนกลายเป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ และเงียบไปในที่สุด ดวงตาแป๋วแหววเริ่มปรือลงและหลับไปในอ้อมกอดของยาย
"สวรรค์ทรงโปรด!" ป้าจางอุทานเสียงเบา น้ำตาคลอเบ้า "ยายไม่ได้เห็นแกหลับสนิทแบบนี้มาหลายวันแล้ว... แม่หนู นี่มันยาวิเศษอะไรกัน?"
"ไม่ใช่ยาวิเศษหรอกเจ้าค่ะ มันคือดอกคาโมมายล์ สรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบาย" เย่วซืออธิบายยิ้ม ๆ
"ขายไหมจ๊ะ? ป้าขอซื้อหน่อย! เท่าไหร่ป้าก็ยอมจ่าย ป้าสงสารหลานเหลือเกิน" ป้าจางรีบล้วงถุงเงินออกมา
เย่วซือส่ายหน้า "ครั้งนี้ข้าให้ท่านป้าลองไปใช้ก่อนเจ้าค่ะ ถือเป็นของขวัญทำความรู้จักเพื่อนบ้าน... แต่ถ้าใช้ดี วันหลังค่อยมาอุดหนุนข้านะเจ้าคะ"
นางห่อดอกคาโมมายล์ตากแห้งถุงเล็ก ๆ ให้ป้าจางไป ป้าจางซึ้งใจจนแทบจะกราบไหว้ นางสัญญามั่นเหมาะว่าจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าที่นี่มี "นางฟ้าดอกไม้" อาศัยอยู่
เมื่อป้าจางจากไป เสียงระบบก็ดังรัว ๆ ในหัวเย่วซือ
[ติ๊ง! ภารกิจลับสำเร็จ: ลูกค้าคนแรก (First Customer)]
[ได้รับความศรัทธาจากชาวบ้าน +1]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ดวงตาทิพย์' (สามารถมองเห็นอารมณ์ของลูกค้าเป็นสีต่าง ๆ ได้)]
เย่วซือยิ้มกว้าง นางมองไปยังแปลงดอกไม้ที่เริ่มพลิ้วไหวตามลม ยิ่งให้ก็ยิ่งได้รับ... ชีวิตสโลไลฟ์ของนางเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว
และที่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม ลู่เหวินเซียว ที่แอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบ ๆ (อีกแล้ว) ก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
"นางไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังมีน้ำใจอีกด้วย..."
เขากระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นอีกนิด 'ใครที่คิดจะมาทำลายรอยยิ้มนั้น... ต้องข้ามศพข้าไปก่อน'
เกร็ดภาษาดอกไม้ประจำตอน:
ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender): สื่อถึง "ความจงรักภักดี" และ "ความสงบ" กลิ่นของมันช่วยบำบัดอาการปวดไมเกรนและลดความดันโลหิต ในตอนหน้า ลาเวนเดอร์ที่เย่วซือปลูกจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา 'ฝันร้าย' ของท่านแม่ทัพที่รุนแรงขึ้นเมื่อถึงคืนจันทร์เต็มดวง
