บทที่ 8 เพื่อหลุดพ้น
“ตัวของตัวเอง” มังกรทวนคำ หัวใจของเขากระตุก
พนิตาแปลกไปจริงๆ เธอไม่ควรจะเป็นแบบนี้ เธอควรจะเป็นพนิตาเหมือนเดิม ที่เชื่อฟังเขาเสมอ เงียบไม่เถียง และยอมมังกรทุกอย่าง
แต่ผู้หญิงตรงหน้า… พนิตาไม่ใช่คนเดิม
“มังกร แกมั่วคุยอะไรกันอยู่ ทำไมไม่พาหนูทรายไปทักทายแขกสิ” คุณหญิงพรจันทร์เอ่ยเรียก
คำสั่งนั้น…ทำให้เขาจำต้องขยับ นิลมณียังไม่ทันได้พูดอะไร มือของเธอก็ถูกดึงออกจากแขนเขาอย่างไม่ใยดี โดยตัวมังกรเอง
“โอ๋…ไปนั่งพัก หรือไม่ก็หาอะไรกินเสีย” เขาพูดสั้นๆ
พร้อมกับปล่อยของเธอ… ตำแหน่งคู่ควงในงานนี้ กลับไปเป็นของพนิตา ภรรยาตัวจริง มือของพนิตาสอดเข้าไปที่ลำแขนของสามี แล้วเดินไปทักทายคนอื่นๆ
นิลมณีมองเขาอย่างไม่เชื่อ และได้สบตากับพนิตา ซึ่งมุมปากยกยิ้มขึ้นเหมือนว่า ฉันชนะนะยายโอ๋...
สายตาของนิลมณีเต็มไปด้วยความแค้น แต่พนิตาไม่มองกลับ เธอเพียงขยับดันตัวของมังกรให้เดินไปข้างหน้า
“อย่าคิดมากค่ะ พี่ก็แค่ทำตามหน้าที่ลูกที่ดี ดูสิคุณหญิงแม่ดูอยู่ ส่วนทรายก็แค่ทำตัวเป็นภรรยาอย่างที่ควรจะทำหน้าที่นั้น จะไปแนะนำทรายให้รู้จักกับใครคะ” เธอถาม
มังกรหันไปมองหน้าเธอ แต่แววตากล้าหาญที่เขาไม่เคยเห็น แต่มันช่างว่างเปล่า เหมือนกับว่าพนิตาไม่รักเขาอีกแล้ว
เขาวางมือบนมือของเธอ แล้วตบเบาๆ
“ทรายไม่ได้ตื่นเต้นค่ะ รีบพาทรายไปเถอะ ก่อนที่คุณแม่จะเตือนอีกครั้ง”
เขาหันไปมองหน้าคุณหญิงพรจันทร์ ที่ยกมือสะบัดๆ พนิตาจึงดึงเธอไปหากลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่มีคนที่คุณหญิงแม่เคยแนะนำให้รู้จัก
เธอเอ่ยทักท่านคุณอนันต์ก่อนเขาเสียอีก เขารู้สึกได้ว่าคนที่ยืนข้างเขา ไม่ใช่ผู้หญิงที่มักจะเดินตามเขาต้อยๆ อีกแล้ว
“หนูทรายสวยและสง่างามมาก”
“ขอบคุณค่ะคุณอาอนันต์” พวกท่านทั้งกลุ่มออกปากชมแค่เธอ พนิตาพูดคุยอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งมังกรไม่เคยเห็นมุมนี้ของเธอมาก่อน
“นี่ถ้าหนูไม่ได้แต่งงานกับมังกร ลุงอยากจะจองให้ลูกชายจริงๆ”
“แหม... หนูทรายเรียนเก่งนี่น่า จบเกียรตินิยมด้วย”
“ใครบอกคุณอาอนันต์ค่ะ”
“คุณหญิงพรจันทร์นะสิ ชมลูกสะใภ้จนใครๆ อิจฉา”
“นี่มังกร อย่าให้เมียคนเก่ง และสวยอย่างนี้หลุดมือนะ”
“ใช่ ไม่อย่างนั้นถูกแย่งไปแน่ๆ”
บทสนทนาเหล่านั้น ทำให้มังกรรู้สึกเหมือนกับ เขาจะเสียเธอไปจริงๆ อยู่ๆ ก็กรุ่นโกรธพนิตาขึ้นมา เพราะพนิตานั่นแหละที่ทำตัวโดดเด่นเกินเหตุ
พอหลุดจากนักธุรกิจกลุ่มนั้น
“มานี่”
“ไปไหนคะพี่มังกร”
“เราต้องคุยกัน”
เขาพาพนิตาไปยังประตูที่เปิดไปทางระเบียงด้านข้างของห้องจัดเลี้ยง มังกรกระชากเปิดออกไปอย่างแรง ลมเย็นยามค่ำพัดวูบเข้ามา ปะทะกับความร้อนในอกของมังกรที่กำลังเดือดพล่าน
“พอได้แล้ว” มังกรลั่นปาก มือของเขากำแขนพนิตาแน่น จนแทบเป็นรอย เธอถูกลากออกมาจากสายตาผู้คน ราวกับเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง
แสงไฟในงานด้านหลังยังสว่างจ้า แต่ตรงนี้…มืดกว่า เงียบกว่า และทั้งสองคนกำลังจะปะทะกัน
“เธอมาช้า เพราะมัวไปหาชุดใส่ใช่ไหม” เขาตวาดทันทีที่ประตูปิดลง
“ฉันส่งชุดให้แล้ว ทำไมไม่ใส่!”
พนิตามองเขาแบบใบหน้าไร้อารมณ์ แต่สายตามีแววเยาะหยัน เหมือนเสียงโกรธของเขาไม่อาจกระทบอะไรในตัวเธอได้อีก
“แล้วนี่อะไร?” สายตาเขากวาดลงไปที่ชุดสีแดงเพลิง
“แบรนด์นี้ฉันจำได้ ราคาเหยียบล้าน เธอเอาเงินที่ไหนไปซื้อ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยการตำหนิ คำถามดูจะห่วงเงินในกระเป๋าของตัวเอง
“จะกล่าวหาด่าทรายว่าใช้เงินเปลืองอย่างนั้นหรือคะ”
พนิตาตอบออกไป พร้อมทั้งแกะมือของเขาที่บีบจนเจ็บให้อ้าออก เขาเห็นสีหน้าเหยเกของเธอ จึงได้ปล่อยมือ
พนิตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะยื่นมันให้เขา
“ดูนี่ค่ะ”
มังกรขมวดคิ้ว แต่ก็รับมาดูอย่างหงุดหงิด ภาพในหน้าจอปรากฏชัด ชุดราตรีสีขาวที่เธอเอาออกมาจากล่อง ชุดเดียวกับที่เขาส่งให้เธอ
แต่สภาพ... ผ้าขาดรุ่ย เส้นด้ายลุ่ยออกมา เนื้อผ้าบางส่วนเหมือนถูกกัดกร่อนเหมือนโดนกรรไกรตัด
“มันคืออะไร” เขาถามเสียงต่ำ
“ชุดที่พี่ส่งมาให้ทรายค่ะ”
คำตอบนั้น…ทำให้เขานิ่งไป พนิตาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ทรายแค่หยิบมันขึ้นมา…เนื้อผ้าก็ยุ่ยติดมือแล้ว เรียกว่าชุดหรือคะ มันน่าจะเป็นผ้าขี้ริ้วเสียมากกว่า”
เธอเอียงหน้าเล็กน้อย และช้อนแววตาถาม
“พี่อยากให้ทรายใส่ไปงานเหรอคะ”
คำถามนั้น…เหมือนตบหน้าเขา มังกรเม้มปาก ยังงุนงง เพราะว่าเขาไปซื้อด้วยมือของเขาเอง และเลือกเองด้วย
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้โต้ตอบกันมากขึ้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากข้างหลัง พร้อมเรียกเขา
“พี่มังกร” นิลมณีเข้ามาด้าวยสีหน้าตื่นตระหนก แววตายังมีประกายบางอย่างที่ไม่บริสุทธิ์
“โอ๋ได้ยินเสียงดังกันของพี่สองคน…มีอะไรกันเหรอคะ”
เธอมองไปที่โทรศัพท์ในมือเขา แล้วก็เห็นภาพนั้น วินาทีนั้น…สีหน้าของนิลมณีเปลี่ยนไป แต่เธอก็รีบกลบเกลื่อน
“เป็นไปได้ยังไงคะ!” เธอรีบพูด
“ชุดนั้นโอ๋กับพี่มังกรไปเลือกด้วยกันเองนะคะ”
เธอหันไปมองพนิตา สายตาแฝงด้วยการท้าทาย
“พี่ทราย…แกล้งหรือเปล่าคะ” คำถามที่โยนความผิดกลับมาอย่างแนบเนียน ว่าเป็นพนิตาที่เรียกร้องความสนใจ
“ชุดราคาเป็นแสนเป็นล้าน จะพังง่ายๆ ได้ยังไง”
พนิตายิ้ม “ใช่ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ ว่ามันผ่านมือใครมาบ้าง ก่อนที่มันจะมาถึงมือของฉันน่ะ” น้ำเสียงเธอคม และจ้องหน้าคนเจ้าแผนการ
มังกรมองพนิตา ความโกรธยังคงมีในดวงตาเขา…อย่างไม่จางหาย
“ถึงมันจะเป็นแบบนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อชุดใหม่แพงขนาดนี้” เขาพูดเสียงแข็ง ชี้ไปที่ชุดของเธอ
“ฟุ่มเฟือย!” คำเดียวที่ทำร้ายของหัวใจพนิตาแบบซ้ำๆ
แต่ท่าทางของพนิตาไม่สะทกสะท้าน เธอหันสายตาไปนิลมณี แล้วจี้ไปที่ชุดของนิลมณีตรงหน้าอก
“งั้น...ชุดนี้ของโอ๋ละคะ กี่บาท”
ทั้งสองคนชะงัก สายตาของพนิตาจับไปที่ชุดสีขาวของนิลมณี
“แบรนด์เดียวกันเลยนะคะกับที่ของทรายซื้อ ราคาก็เกือบล้านเหมือนกันนี่คะ” พนิตายังก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย สายตาไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ราคา…ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่มั้ง ทรายว่านะคะ”
นิลมณีหน้าตึง “พี่ทรายจะพูดอะไร”