หย่าร้อยรอยทราย

118.0K · จบแล้ว
สายลมละเมอ
72
บท
335
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"เพราะใบหน้านี้เหมือนพี่สาวราวกับพิมพ์เดียว... ฉันจึงถูกดึงเข้าสู่กรงทองที่เรียกว่าการแต่งงาน" สำหรับ ญายศกร เธอคือ ‘ตัวแทน’ ที่มีไว้เพื่อบรรเทาความโหยหาถึงคนรักที่จากไป สำหรับ นิลมณี เธอคือ ‘เงา’ ที่น่ารังเกียจและต้องคอยตอกย้ำให้สำนึกว่าไม่มีวันแทนที่ใครได้จริง พนิตา อดทนอยู่ในความเงียบงัน ยอมรับคำดูถูกและความเฉยชาเพียงเพราะคำว่ารักและกตัญญู เธอหวังว่าสักวันความดีจะชนะใจเขา... แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับคำประณามที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ และคำว่าหย่า ในวันที่ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น พนิตาเลือกที่จะ ‘ตาย’ ไปจากชีวิตของเขาพร้อมกับความลับที่เขารู้ในวันที่สายเกินไป “ในเมื่อพี่มังกรบอกว่าทรายไม่มีค่า... ทรายก็จะคืนอิสระให้พี่ได้ไปอยู่กับความทรงจำของพี่สาวให้พอใจ ส่วนชีวิตนี้และลูกในท้อง... ทรายขอเอาคืน”

นิยายรักประธานเลขาเศรษฐีจีบเมียเก่าแต่งงานแทนพาลูกกหนีแฮปปี้เอนดิ้งยกโทษ/โอกาสอีกครั้งดราม่า

บทที่ 1 ทำร้ายน้ำใจกันเหลือเกิน

กลิ่นหอมของแกงมัสมั่นเนื้อที่เคี่ยวจนเปื่อย ลอยอวลอยู่ในอากาศ ช่างอบอุ่นและนุ่มลึก ชวนให้หัวใจคนทำพองโตอย่างเงียบๆ

ทว่าพนิตาก็ถอนหายใจยืดยาว เธอส่งข้อความไปหาสามีแล้ว แต่เขาไม่เปิดอ่านเลย

ความรู้สึกลึก ๆ ในใจของเธอ ราวกับว่า... ความรักที่พนิตาค่อยๆ บรรจงใส่ลงไปในหม้อทีละนิด ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มันกำลังจะไร้ความหมาย

ความรู้สึกกลัวแอบซ่อนอยู่ข้างในใจ เธอรู้ดีว่า มันเป็นเพราะอะไร

พนิตาเหลือบตามองไปบนโต๊ะอาหารไม้ยาวกลางบ้าน จานชามถูกจัดวางอย่างประณีต

แกงมัสมั่นหนึ่งถ้วยใหญ่ ที่ตัดจนพูน มีถ้วยเล็กๆ ของน้ำพริกกะปิ จานใส่ปลาทูทอดกรอบ ผักสดเรียงอย่างเป็นระเบียบ และยังมีของหวานที่เธอแอบตั้งใจทำเป็นพิเศษ บัวลอยกะทิหอมมัน สีสันอ่อนหวาน เหมือนความหวังในใจของเธอ

วันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา มันคือวันครบรอบแต่งงานปีที่สองของเธอกับมังกร และมันยังเป็นวันที่เธอกำลังจะบอกความลับสำคัญที่สุดในชีวิต

ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหน้าท้องของตัวเองเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นไหลผ่านหัวใจอย่างเชื่องช้า

“ลูกของเรา…” เธอกระซิบแผ่วๆ เหมือนกลัวว่าความสุขจะหนีหาย

ทรายมองนาฬิกาเข็มยาวเคลื่อนผ่าน เลขแปด…เลขเก้า…เลขสิบ... เวลาล่วงเลยไปอย่างช้าเชื่องราวกับจงใจทรมาน

อาหารที่เคยร้อนเริ่มเย็นลง กลิ่นหอมเริ่มจางหาย แต่คนทำยังคงนั่งรอด้วยความหวังที่ไม่ยอมดับ

สี่ทุ่มตรง... เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยดังขึ้นหน้าบ้าน

หัวใจของทรายกระตุกแรง เธอลุกขึ้นทันที รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

มือรีบจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวไปยังประตู

เธอคิดภาพไว้แล้ว มังกรจะเปิดประตูเข้ามา มองเห็นเธอ เห็นโต๊ะอาหาร แล้วอาจจะยิ้ม…

หรืออย่างน้อยก็พูดคำว่า “ขอโทษที่มาช้า”

และเธอจะบอกเขาเรื่องลูก เรื่องครอบครัวของพวกเขาที่กำลังจะสมบูรณ์

แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ กลับบิดเบี้ยวจากความฝันจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

ประตูเปิดออก... และมังกรไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว

แขนแข็งแรงของเขาประคองร่างผู้หญิงอีกคนไว้แนบชิด

นิลมณี หรือโอ๋ เธอคนนั้นเอนซบเขาเหมือนคนหมดแรง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ฟังดูเสแสร้ง

รอยยิ้มของทรายแข็งค้าง... หน้าชาตึงจนตัวเธอรู้สึกได้

“พี่มังกรคะ… วันนี้วันครบรอบ…” เสียงของพนิตาสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามประคองให้เป็นปกติ

ดวงตาคมของมังกรเหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“ฉันจำได้ทราย แต่โอ๋ไม่สบาย ฉันต้องไปดูแลเขาที่งานเลี้ยง”

คำพูดสั้นๆ นั้นเหมือนมีดบางๆ ที่ค่อยๆ กรีดลงบนผิวใจของพนิตา เธอได้แต่ยืนแน่นิ่ง

คำว่า...จำได้ กลับฟังดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการลืมเสียอีก

เพราะเขาจำได้… แต่ก็ยังเลือกที่จะไม่มาให้ตรงเวลานัดหมาย

มังกรพานิลมณีไปนั่งที่โซฟาอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ประคองหลังเธออย่างห่วงใย

สีหน้าเคร่งขรึมที่เขาไม่เคยใช้กับพนิตา กลับถูกมอบให้ผู้หญิงอีกคนอย่างไม่ลังเล

นิลมณีเงยหน้าขึ้นมองพนิตา ดวงตาฉายแววเยาะเย้ย ที่ซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนแรงจอมปลอมนั่น

“อุ๊ย…พี่ทราย… โอ๋ขอโทษนะคะ พอดีมองไม่ค่อยชัด” เธอเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

แล้วยังลุกขึ้นยืน ขณะที่มังกรเผลอ ร่างบางแสร้งเอนตัวเหมือนเสียหลัก ก่อนจะเซไปชนโต๊ะข้างๆ

แจกันดอกกุหลาบสีแดง ที่พนิตาตั้งใจจัดไว้สำหรับค่ำคืนนี้ถูกปัดตกลงพื้น

เพล้ง... เสียงกระแทกดังแหลมคม กระจกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กลีบกุหลาบกระจายเกลื่อนพื้น เหมือนเลือดที่สาดกระเซ็น

พนิตาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจของเธอ…เหมือนตกลงไปแตกพร้อมกับแจกันใบนั้น

“โอ๊ย…” นิลมณีร้องเบาๆ ก่อนจะรีบเอามือปิดปากเหมือนตกใจ

“ขอโทษค่ะพี่ทราย โอ๋ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

ดวงตาเธอกวาดมองพนิตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยิ้มระร้ายอีก

“พอดีเห็นพี่ทรายยืนนิ่งๆ โอ๋นึกว่าพี่ทรายเป็นหุ่นโชว์เสื้อผ้าของพี่วิน่ะค่ะ”

ชื่อของวนิดาถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ เหมือนมีจงใจเอาน้ำแข็งเย็นจัดราดรดลงมาในอกของทราย

วนิดา เธอคือพี่สาวฝาแฝดของพนิตา ผู้หญิงที่งดงาม สมบูรณ์แบบ และ…ตายไปแล้ว

สีหน้าของพนิตาเปลี่ยนวูบหนึ่ง ความไม่พอใจแล่นผ่านแววตา แต่เธอกัดฟันกลั้นมันเอาไว้ พนิตาไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธออ่อนแอ ไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้าได้ใจ

แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคำพูดของนิลมณี คือปฏิกิริยาของมังกร เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ

“โอ๋เป็นอะไรไหม” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย มือรีบจับแขนอีกฝ่ายสำรวจอย่างใกล้ชิด

พนิตายืนอยู่ตรงนั้น เหมือนคนไร้ตัวตน เหมือนอากาศ

ไม่มีคำถามว่าเธอเป็นอะไรไหม ไม่มีแม้แต่สายตาที่หันกลับมา

มีเพียงเศษแก้วบนพื้น… และหัวใจของเธอที่แตกละเอียดไม่ต่างกัน

เธอค่อยๆ ก้มลง เก็บเศษแจกันทีละชิ้น ปลายนิ้วสัมผัสความคมของกระจกโดยไม่ระวัง เลือดสีแดงสดซึมออกมาช้าๆ แต่พนิตาไม่รู้สึกเจ็บ หรืออาจจะ…มันเจ็บไม่เท่าข้างใน

“เดี๋ยวผมให้แม่บ้านมาเก็บ ทรายไม่ต้องทำ” มังกรเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่มองเธอ คำพูดเหมือนห่วงใย แต่กลับห่างเหินจนเย็นชา

พนิตาชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา อยากจะพูดอะไรสักอย่าง อยากจะบอกเรื่องลูก อยากจะถามว่า…เธอยังมีความหมายกับเขาอยู่ไหม

แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาที่ไร้ความรู้สึกนั้น คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ

เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวทรายเก็บเอง” เสียงของพนิตาเบาจนแทบไม่ได้ยิน

นิลมณีมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่มุมปาก เธอเอนตัวพิงมังกรมากขึ้นอย่างจงใจ

“โอ๋ปวดหัวจังเลยค่ะพี่มังกร…” เสียงหวานออดอ้อน