บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 โคตรสะเทือนใจ

“พอได้หรือยัง เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้ว มันดูดีหรือไง” มังกรคำราม เสียงแข็งกร้าว

พนิตาค่อยๆ หันหน้ากลับมาอย่างช้ามาก เหมือนทุกวินาทียิ่งหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของเธอแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตา

แม้ข้างในใจจะสะเทือน แต่เธอจะไม่ให้เขารู้

“ไม่ค่ะ ทรายไม่ได้คิดว่า มันดูดี ทรายแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ”

“ควรทำ?” เขาหัวเราะหยัน

“ทำตัวไร้มารยาท ทิ้งของ นั่นมันทำมาจากเงินทั้งนั้น”

“ค่ะเงินของพี่” พนิตาแทรกขึ้นทันที

“แล้วนี่พวกเราสองคนจะกินอะไรดีคะ” นิลมณีสอดแทรกเสียงขึ้น

“ของพวกนั้น… ทรายเป็นคนทำค่ะ” พนิตาชี้ไปที่ถังขยะ

“เมื่อวานถ้าพี่กินมัน มันคงจะอร่อยที่สุด แต่ช่างมันเหอะ อะไรก็ไม่สำคัญอยู่ดี ใช่ไหมคะ เพราะคนที่ทำ…ไม่ใช่คนที่คุณอยากให้ทำ”

เธอเปลี่ยนสรรพนาม เรียกมังกรว่าคุณแล้ว

และยังมีชื่อที่ไม่ได้ถูกเอ่ย ที่มังกรรู้ว่า พนิตาหมายถึงใคร

“หยุดพูดถึงวิ!” มังกรตะคอก

“ทำไมคะ ทรายพูดไม่ได้?” พนิตาเอียงหน้า ช้อนสายตาถม

นิลมณีรีบเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองคน

“โอ๋ว่า…พอเถอะค่ะพี่มังกร พี่ทรายคงแค่...”

“โอ๋... เธอไม่ต้องพูด” พนิตาหันไปมองนิลมณี ครั้งนี้สายตาไม่หลงเหลือมิตรภาพอีกแล้ว แววตาเย็นเฉียบจนอีกฝ่ายชะงัก

“เรื่องนี้…ไม่เกี่ยวกับเธอ” คำพูดนั้นทำให้นิลมณีหน้าเสียไปวูบหนึ่ง

พนิตาหันกลับมามองมังกรตรงๆ

“พี่มังกรจำวันที่ให้กล่องดนตรีทรายได้ไหมคะ”

คำถามนั้น…ทำให้เขาชะงัก

“ตอนนั้น… พี่ยินดีให้ทรายเอง แต่ตอนนี้ พี่ตบทราย” เธอแตะแก้มตัวเองเบาๆ ตรงรอยแดง

ความจริงที่ถูกพูดออกมากลับเจ็บยิ่งกว่าคำด่าใดๆ เสียอีก

มังกรเม้มปาก เหมือนจะพูดอะไร แต่พนิตาไม่เปิดโอกาส

“ไม่เป็นไรนะคะ เพราะในสายตาพี่…ทรายคงไม่เคยมีค่าอะไรอยู่แล้ว” เธอยิ้มอีกครั้งแบบน่ากลัว

หัวใจของมังกรกระตุกแรง

“ต่อไปนี้ทรายจะไม่ยืนรอ ให้ใครดูถูกว่า อยากช่วงชิง หรือแค่เป็นคนคอยขอเศษขอเลย” เธอพูดช้าๆ ทีละคำ

ความหมายของมันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบาย

นิลมณีเริ่มรู้สึกไม่ดี สถานการณ์กำลังหลุดจากการควบคุม

“พี่ทราย…” เธอพยายามเรียก

แต่พนิตาไม่มอง ทั้งไม่สนใจ พนิตาเพียงมองมังกร

“ถ้าวันหนึ่งมีอะไรบางอย่างหายไป อยากรู้จังพี่จะรู้สึกยังไง อะไรที่ว่าเป็นของตาย มันอาจจะมีชีวิต แล้วโบยบินหนีไปก็ได้ค่ะ”

คำพูดนั้น…เหมือนคำสาปที่ติดอยู่ในใจของมังกร เขากลัวการสูญเสียอยู่แล้ว

พนิตาหมุนตัว แล้วเดินออกจากห้องไปนั้นอีกครั้ง

คราวนี้…ไม่มีใครเรียกเธอ หรือรั้งเธอไว้ ฝีเท้าของพนิตาค่อยๆ ห่างออกไป จนเหลือเพียงความว่างเปล่า

มังกรยืนอยู่ตรงนั้น มือที่เพิ่งตบเธอ…ยังคงค้างอยู่กลางอากาศ เขาค่อยๆ กำมันแน่นจนเส้นเลือดขึ้น

ไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ในอก…มันแน่น จนหายใจไม่ออก

เขามองไปที่ถังขยะ เศษอาหาร…เศษความตั้งใจ…เศษบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นค่า ตอนนี้มันถูกทิ้งไปหมดแล้ว

เหมือนบางอย่างในชีวิตเขาที่เพิ่งหลุดมือไป โดยที่เขา…ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

คืนนั้น บ้านทั้งหลังจมอยู่ในความมืด เงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง

พนิตานั่งนิ่งอยู่บนเตียง แสงไฟจากโคมเล็กๆ ส่องให้เห็นเงาของเธอทอดยาวไปบนผนัง

ในมือ…คือที่ตรวจครรภ์ เส้นสองขีดชัดเจน ชัดจนไม่อาจปฏิเสธ ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลูบผ่านมันเหมือนกำลังสัมผัสสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองไม่เห็น

ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาสั่นไหว แล้วหยดน้ำตาก็ร่วงลงมา เพียงหยดเดียว ไหลช้าๆ ผ่านแก้มขาวซีด แต่ยังไม่ทันจะไหลถึงปลายคาง…มันก็ถูกเช็ดออกไป

ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ เหมือนหัวใจที่ค่อยๆ ดับลงทีละนิด

“ลูกแม่… พ่อเขาจำไม่ได้ แม้แต่วันครบรอบของเรา” เสียงแผ่วเบา แทบจะเป็นเพียงลมหายใจ

คำพูดนั้นลอยอยู่ในความเงียบ พนิตาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจลึก ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง

แววตาของเธอเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความอ่อนแออีกต่อไป แต่มันคือความนิ่ง…ที่ผ่านการแตกสลายมาแล้ว

“แม้จะไม่มีวันยอมให้สองคนนั่น เหยียบย่ำแม่ได้อีกแล้ว หนูคอยดูนะลูก”

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอย่างน่าประหลาด เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

พนิตายืนอยู่หน้าชุดกาแฟ มือเรียงถ้วยอย่างเป็นระเบียบ การเคลื่อนไหวของเธอช้าๆ เหมือนทุกวัน เหมือนเธอยังเป็นภรรยาคนเดิม

แก้วกาแฟถูกวางลงตรงหน้าที่นั่งของมังกร ข้างกันนั้น…คือยาบำรุงร่างกายของเขา เธอจัดมันไว้เรียบร้อยเหมือนเคย แม้แต่ความรู้สึก…เธอก็ไม่ปล่อยให้หลุดออกมา

เสียงฝีเท้าดังขึ้น... มังกรเดินลงมาจากชั้นบน สีหน้าเขายังเรียบเฉยเหมือนเดิมเหมือนเมื่อคืน…เป็นแค่ภาพลวงตา

เขานั่งลง สายตาเหลือบมองกาแฟตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นมองพนิตาเพียงแวบเดียว

แต่แวบนั้น…มีบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร... เสียงหวานก็ดังขึ้น

“พี่ทรายคะ…” นิลมณีเดินลงมาจากบันได

ชุดนอนบางเบาแนบเนื้อ ขับให้รูปร่างของเธอดูอ่อนช้อยและน่าทะนุถนอม ใบหน้ามีรอยยิ้มละมุนที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู ถ้าไม่รู้จักดีพอ

“เมื่อคืนโอ๋นอนไม่ค่อยหลับเลยค่ะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อน พลางเดินมาหยุดข้างมังกร

“พี่มังกรต้องเข้ามาดูตั้งหลายรอบ”

คำพูดนั้นพูดออกมาอย่างตั้งใจ

“โอ๋น่ะต้องขอบคุณพี่ทรายนะคะ…ที่เข้าใจ” รอยยิ้มของเธอหวาน แต่อาบไปด้วยยาพิษ

พนิตาไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะหันไปมอง ก่อนจะยกน้ำชามาวางลงตรงหน้ามังกร เสียงชุดเครื่องเคลือบกระทบโต๊ะเบาๆ

“เมื่อกี้ เลขาของพี่โทรศัพท์มา ว่าให้ฉันหยิบเอกสารประชุมบ่ายนี้ให้ด้วย ฉันเตรียมไว้ให้แล้วในกระเป๋าแล้ว” พนิตาเอ่ยขึ้น เธอเลื่อนซองเอกสารไปทางเขา

การเคลื่อนไหวอย่างไร้ความรู้สึก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel