บทที่ 3 ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว
มังกรขมวดคิ้ว
นิลมณีมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
พนิตาลุกขึ้นอย่างช้า ๆ สายตามั่นคงมองไปที่ใบหน้าของมังกร เป็นครั้งแรกในรอบนานมาแล้ว
และต่อจากนี้ พนิตาคิดว่าเธอจะไม่ใช่ในฐานะภรรยาที่รอคอย แต่จะเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี
“ทรายพยายามมาตลอดนะคะ พยายามเป็นคนที่คุณอยากให้เป็น” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“พยายามแทนที่คนที่คุณรัก พยายามเป็นเงา…ของคนตาย” คำสุดท้ายหลุดออกมาแสดงถึงความหนักหน่วงในจิตใจ
มังกรนิ่ง...เหมือนคำพูดนั้นกระทบอะไรบางอย่างในใจ
แต่เพียงชั่วครู่... เขาก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม
“ก็เพราะเธอไม่ใช่หรือย่างไร” เขาตอบสั้นๆ
พนิตายิ้ม แต่รอยยิ้มมันหยันไปถึงความรู้สึกข้างในที่บอกว่า เธอไม่มีความสุขเลย
“ใช่ค่ะ…ทรายไม่ใช่พี่วิ”
เธอก้มลงมองเศษกล่องดนตรีในมืออีกครั้ง เสียงเพลงที่เคยหวานตอนนี้เงียบสนิท เหมือนความรู้สึกของเธอ
“และทรายคงไม่มีวันเป็นได้”
เธอวางเศษไม้นั้นลงบนโต๊ะ เหมือนกำลังวางบางอย่างในใจลงไปด้วย
“งั้นต่อไปนี้ ทรายจะไม่พยายามแล้วนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตานิ่งจนอ่านไม่ออก
นิลมณีชะงักไปเล็กน้อย มังกรจ้องเธอเขม็ง เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า
“หมายความว่ายังไง” เขาถามเสียงต่ำ
พนิตาไม่ตอบทันที เธอเพียงยกมือขึ้นแตะหน้าท้องของตัวเอง แววตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรค่ะ” แล้วพนิตาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหาร ทิ้งไว้เพียงเศษซากของกล่องดนตรี และคำพูดที่ยังค้างอยู่ในอากาศตรงนั้น
มังกรยืนนิ่งอยู่ ไม่รู้ทำไม…หัวใจเขาถึงกระตุกแปลกๆ เหมือนบางอย่างกำลังหลุดมือ โดยที่เขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว
ส่วนพนิตา เธอก้าวเท้าออกไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักหน่วง ขาแทบยกไม่ขึ้น น้ำตาไหลไร้เสียงสะอื้น
เพราะบางครั้ง… ความเจ็บปวดที่มากเกินไป มันไม่ต้องการเสียงอีกต่อไปแล้ว มันเพียงแค่…เงียบ และทำลายทุกอย่างจากข้างใน โดยไม่มีใครได้ยินเลย
นิลมณีลอบยิ้มสะใจที่เห็นพนิตาถูกด่า แต่พนิตากลับไม่ได้ร้องไห้หรือฟูมฟายขอโทษในอย่างที่มังกรคิด การที่พนิตาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ วางเศษกล่องดนตรีไว้บนโต๊ะอาหาร ข้างๆ ถ้วยมัสมั่นที่เย็นชืด
“พี่มังกรอยากกินอาหารกับโอ๋ไหมคะ โอ๋จะเอาทุกอย่างไปอุ่นให้”
“ไม่ พี่ยังไม่หิว อยากดื่มแค่กาแฟ”
“อ๋อ... ได้สิคะ เดี๋ยวโอ๋จะชงให้ค่ะ”
มังกรมองตามพนิตาที่สะบัดหน้าจะเดินหนี
เวลาผ่านไป ทั้งกาแฟที่นิลมณีทำไม่ได้เรื่อง ทั้งนิลมณียังใช้ไมโครเวฟไม่เป็น อาหารที่พนิตาทำเอาไว้เสียรสชาติ บางอย่างก็ไหม้จนส่งกลิ่นคลุ้งไปหมด
พนิตาที่ทำใจได้แล้ว เดินกลับเข้ามา
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ทราย”
พนิตาหันมามองทั้งสองคน
“รสชาติแย่ ทำแบบนี้ทิ้งให้หมากิน หมายังไม่กินเลย” เสียงของมังกร
พนิตาไม่ตอบสักคำ แต่เธอเดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร แล้วเธอก็ได้หยิบถ้วยแกงมัสมั่นที่เคี่ยวมาทั้งวันขึ้นมา
มังกรและนิลมณีหยุดมองอย่างแปลกใจ
พนิตาเดินไปที่ถังขยะมุมห้อง แล้วค่อยๆ คว่ำมันลงไปช้าๆ เศษเนื้อ และน้ำแกงสีสวยร่วงหล่นลงสู่กองขยะอย่างไร้ค่า
“พี่ทราย! ทำอะไรน่ะ พี่มังกรเขาชอบทานนะ” นิลมณีแสร้งหวังดี
“ก็ในเมื่อบอกว่า มันรสชาติแย่ กินไม่ได้ ก็อย่ากินมันเลย มีเงินกันไม่ใช่หรือ ไปหาร้านอาหารที่มีเชฟมิชลินโน้น อีกอย่างเมื่อกี้ได้ยินแว่วๆ ว่าพี่มังกรไม่หิว... ของที่ไม่มีใครต้องการ ก็ควรไปอยู่ในที่ของมันค่ะ อย่างเช่นถังขยะ”
พนิตาไม่พูดเปล่า ยังกลับมาที่โต๊ะอาหาร แล้วหยิบเอาทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะไปทุ่มทิ้งลงไปในถังขยะ
เธอยังสบตามังกรนิ่ง แววตาของเธอนิ่งสนิท จนมังกรใจหายวูบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กลิ่นมัสมั่นที่เคยหอมกรุ่น…ตอนนี้กลับอบอวลด้วยกลิ่นไหม้ และความขมขื่น
เสียงฉ่าของน้ำแกงที่ไหลลงกระทบถุงขยะดังเบาๆ แต่กลับเหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกของใครบางคน
ทั้งห้องเงียบสนิท นิลมณีอ้าปากค้างไปชั่วขณะ สีหน้าที่เคยเสแสร้งหวานกลับแข็งค้างอย่างควบคุมไม่อยู่
ส่วนมังกร… เขามองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ผู้หญิงที่เคยก้มหน้า ยอมทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมถูกเปรียบเทียบกับคนตาย ตอนนี้กำลังยืนทิ้งทุกอย่างลงถังขยะ…ด้วยมือของตัวเอง
“พี่ไม่ลังเล พี่ไม่เสียดายเลยหรือคะ” นิลมณีพูดท้วง คล้ายกลับจุดไฟในใจของมังกรมากกว่า
แต่สำหรับพนิตาเธอกำลังจะตัดขาดจากเรื่องทั้งปวง และไม่ยึดติด
“พี่ทรายไม่น่าทำแบบนี้นะคะ” นิลมณีรีบเอ่ยขึ้น เสียงหวานที่เคยมั่นใจเริ่มสั่น
พนิตาหยุดมือ แต่ไม่ได้หยุดเพราะลังเล เธอเพียงหันกลับมา สายตานิ่งเย็น
“กินไม่ได้ ก็อย่ากิน มันจะสอดท้อง” เสียงของเธอเรียบจนแทบไร้อารมณ์
คำพูดธรรมดาแทงลึก จนบรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดให้หนักลง
ปลายนิ้วของเธอหยิบจานถัดไป แล้วทุ่มลงถังขยะเสียงกระแทกดังลั่น อาหารกระเด็นเปรอะเปื้อนออกมา
จานสุดท้ายในมือถูกยกขึ้น ชั่ววินาทีนั้น…เหมือนทั้งโลกหยุดหมุน
โครม! เสียงสุดท้ายดังสนั่นหนักกว่าเก่าอีก อาหารทั้งหมดหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าบนโต๊ะ…
เหมือนในหัวใจของเธอ พนิตาวางมือทั้งสองลงข้างลำตัว เธอยืนตรง แล้วสบตากับมังกร
ดวงตาของเธอ…นิ่งสนิท นิ่งจนมังกรรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปในอะไรบางอย่าง
“ทราย…” เสียงเขาต่ำลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความโกรธเพียงอย่างเดียว มันมีบางอย่างปะปนอยู่ บางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย
แต่ก่อนที่พนิตาจะได้คิดอะไรต่อ
เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังลั่น ศีรษะของพนิตาสะบัดไปด้านข้าง แรงตบทำให้ร่างเธอเซเล็กน้อย แต่เธอไม่ล้ม
พนิตายกมือขึ้นกุมแก้ม มีเพียงเส้นผมที่ปลิวระใบหน้า…และรอยแดงที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นชัดเจน
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง นิลมณีชะงักไป แม้แต่เธอเอง…ก็ไม่คิดว่ามังกรจะลงมือจริง