บทที่ 5 คนนอกสายตาตลอด
“และนี่… เบอร์ติดต่อทนายความเรื่องแบ่งมรดกที่คุณแม่ให้คนเอามาให้ ท่านฝากเอาไว้ให้พี่” เธอวางนามบัตรอีกใบลงข้างๆ
มังกรขมวดคิ้วทันที สายตาคมจ้องสิ่งนั้นเหมือนมันเป็นของแปลก
“ถ้ามีปัญหาหรือคำถามอะไร ให้ไปถามเอากับคุณแม่นะคะ” เธอเอ่ยถึงคุณหญิงพรจันทร์ แม่ของมังกร
พนิตาพูดต่อ โดยยังไม่มองหน้าเขา
“เห็นท่านเปรยว่า มันถึงเวลาแล้วที่พี่ควรจัดการให้เรียบร้อย”
ความเงียบแทรกเข้ามาแทนที่ นิลมณีนั่งลงใกล้ๆ มังกร เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองเธอเต็มตา
นิลมณีพยักเพยิดกับเขา
“ทำไมต้องตอนนี้?” มังกรถาม
พนิตาหยุดนิ่ง มือที่กำลังจัดข้าวของใกล้ๆ นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ วางมันลง
เธอหันมาสายตาสบกับเขา
“เพราะท่านว่า ไม่อยากให้อะไรคาราคาซัง และค้างค้า เพราะนานกว่านี้… อาจจะสายไป”
หัวใจของมังกรกระตุกวูบโดยไม่มีเหตุผล
“สายไป?” เขาทวน
“หมายความว่ายังไง”
พนิตายิ้มบาง “ไม่ทราบค่ะ อยากรู้ ก็ต้องไปถามเอากับคุณแม่ เรื่องบางเรื่อง ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป มันจะแก้ไขไม่ได้ แล้วจะถึงทางตันนะคะ”
พนิตาพูดถึงเรื่องของตัวเอง ที่มันเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ
มังกรจ้องเธอเขม็ง เขารู้โดยสัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าเธอไม่ได้พูดถึงแค่มรดก
นิลมณีเริ่มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป
“พี่มังกรคะ โอ๋ว่าเรื่องพวกนี้ไว้คุยกันทีหลังก็ได้ค่ะ ตอนนี้กินข้าวก่อนดีกว่านะคะ”
แต่ไม่มีใครสนใจเธอ... สายตาของมังกรยังคงจับจ้องพนิตา เหมือนกำลังพยายามอ่านบางอย่าง
“เธอเป็นอะไร” เขาถามตรงๆ
พนิตานิ่ง คำถามนั้น…ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงรีบส่ายหน้า รีบบอกว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้... มันไม่ใช่แล้ว
“ฉันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่คะ”
“หมายความว่าไง” เขาอึ้งมากกว่ากับความนิ่งเฉยของพนิตา หญิงสาวไม่ตอบ เธอเพียงหันกลับไปจัดของต่อ
เหมือนบทสนทนานั้นจบไปแล้ว
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ เพราะอาหารก็เตรียมเอาไว้ให้แล้ว กินกันเสร็จ ก็ไม่ต้องล้างค่ะ ฉันจะมาจัดการเอง”
เธอหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากห้องอาหาร
มังกรนั่งนิ่ง มือยังวางอยู่บนโต๊ะ ข้างแก้วกาแฟที่เธอชงให้ ไอร้อนยังลอยขึ้น แต่เขากลับรู้สึกหนาวในหัวใจอย่างประหลาด
เขามองไปที่นามบัตรของทนาย แล้วมองไปที่ประตูที่พนิตาเพิ่งเดินออกไป บางอย่างในอกเขาเริ่มไม่มั่นคง เหมือนพื้นดินที่เคยเหยียบแน่นกำลังค่อยๆ แตก
“พี่ทรายแปลกอีกแล้วนะคะ พูดอะไรไม่รู้ตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ความหมายไม่มีอะไรเลย”
“นั่นนะสิ”
“พี่คะ พี่มีประชุมนี่ โอ๋นัดเพื่อนไว้ระหว่างทางไปบริษัท ของติดรถไปด้วยนะคะ”
“พี่สั่งโอ๋นะว่าอย่าดื่ม”
“แน่นอนค่ะ แหม... โอ๋รู้ค่ะว่าพี่เป็นห่วงโอ๋”
“ใช่... พี่รักโอ๋เหมือนน้องสาวแท้ๆ”
“อะไรนะคะ ฮึ!”
ได้ยินเต็มสองรูหู แต่ยังคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าอย่างไรมังกรก็รักเธอมากกว่ายายพนิตาเมียของเขา
นิลมณีจะอยู่เป็นกาฝากแบบนี้แหละ เพราะเธอรักมังกร แม้จะมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ตาม
ค่ำวันนั้น… ทุกอย่างในบ้านก็เงียบเหมือนทุกวัน และยิ่งไร้ชีวิตชีวามากขึ้น
มังกรยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาเห็นว่าพนิตาไม่เปิดไฟในบ้านเลย เขาถึงกับบ่นออกมา
มังกรถอดสูทสีเข้มออกอย่างลวกๆ หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเฉยๆ
ภาพของพนิตาในเช้านี้ยังติดอยู่ในหัว สายตานิ่งเฉย น้ำเสียงเรียบเกินจริง และคำพูดที่เหมือนกำลังตัดอะไรบางอย่างออกไปจากชีวิต
แต่จู่ๆ
“พี่มังกรคะ…” เสียงของนิลมณีเรียกจากด้านหลัง
เธอเดินเข้ามาใกล้ โอบแขนเขาเบาๆ อย่างออดอ้อน
“วันนี้โอ๋ไม่เมาเห็นไหมคะ”
การกระทำของเธอ ทำให้มังกรหลุดจากภวังค์ เขามองเธอเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“ก็ดีแล้วนี่ อีกอย่างสุขภาพจะแย่เอาหากดื่มบ่อยๆ”
“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงโอ๋”
“อื้อ...”
“เอ๊ะ! ทำไมบ้านเงียบ แล้วไฟในบ้านก็ไม่มี แหม... อยู่ๆ พี่ทรายจะมาประหยัดหรือคะ แบบนี้ถ้าเราสองคนเดินเข้าไป แล้วสะดุ้งล่ะ เกิดหัวร้างข้างแตกขึ้นมา”
“ไม่เป็นไร เข้าไปเถอะ”
เสียงเขาสั้นห้วนผิดปกติ นิลมณีชะงักเล็กน้อย แต่ก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน
เรื่องที่อยู่ในใจของมังกร ที่เขาอยากรู้ พนิตาอยู่ในบ้านหรือเปล่า
“เย็นนี้ ไม่รู้พี่ทรายจะทำอะไรไว้รอพี่นะคะ พี่หิวไหม?”
ทว่ามังกรไม่ตอบ เขาเพียงพยักหน้า ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
เสียงประตูปิดดังปัง เพราะนิลมณีปิดเสียงดัง สิ้นเสียงประตูที่ดัง บ้านทั้งหลังกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
“ทราย” มังกรเริ่มเรียกหากเธอ
“ไปไหนของพี่ทรายนะ ก็รู้นี่น่าว่าเวลานี้ พี่จะกลับบ้าน” นิลมณีตั้งใจจะก่อสงครามประสาทอีกครั้ง
พนิตาอยู่ในสวนข้างบ้าน มือของเธอจับสายยางรดน้ำต้นไม้ช้าๆ สายน้ำไหลลงกระทบใบไม้ เกิดเสียงซ่าเบาๆ เธอเหงื่อแตกซกๆ จึงหยุด แล้วรวบผมหลวมๆ
เสียงส้นเท้ากระทบพื้นดังขึ้น
“พี่ทราย…” น้ำเสียงนั้นไม่หวานอีกต่อไป
พนิตาไม่หัน เธอยังคงรดน้ำต้นไม้ต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน นิลมณีจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ ใกล้พอที่จะมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน
“เลิกทำหน้าตายแบบนี้เถอะค่ะ รู้ไหมว่าพี่มังกรเขารำคาญจะแย่”
น้ำในสายยางยังคงไหล แต่ปลายนิ้วของพนิตา…นิ่งลงเล็กน้อย
“เขาบอกโอ๋นะคะว่า ทุกครั้งที่เห็นหน้าพี่ เขาเหมือนเห็นวิญญาณของพี่วนิดา ผู้หญิงที่เขารัก และยังคงวนเวียนหลอกหลอนเขาไม่ยอมไปไหน” นิลมณีแสยะยิ้ม และหัวเราะเบาๆ
สายน้ำหยุดไหล พนิตาหมุนวาล์วปิดอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
“แล้วโอ๋ไม่คิดเหรอคะ ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะลืมพี่วิ แล้วหันมารักเธอเหรอ?”