บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ทำกันได้ลงคอ

“พาโอ๋ไปนอนหน่อยได้ไหมคะ” มังกรพยักหน้าโดยไม่ลังเล

“ไปเถอะ” คำสั้นๆ ที่ตัดขาดทุกอย่าง เขาพยุงเธอลุกขึ้น เดินผ่านทรายไปโดยไม่หยุด ไม่แม้แต่จะหันกลับมา

เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้ง

พนิตานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษแก้วและกลีบกุหลาบสีแดง น้ำตาหยดหนึ่งหยดลงบนหลังมือโดยไม่รู้ตัว

หยดแล้ว…หยดเล่า จนภาพตรงหน้าพร่าเลือน เธอปล่อยเศษแก้วในมือหล่นลงอีกครั้ง เสียงของแก้วกระทบพื้นเบาๆ แต่กลับดังก้องในใจ

มืออีกข้างค่อยๆ เลื่อนไปแตะหน้าท้องของตัวเอง ความจริงที่เธอเตรียมจะบอกเขา กลับกลายเป็นสิ่งที่พนิตาไม่กล้าพูดอีกต่อไป

“ลูก... แม่ควรทำยังไงดี…” เธอกระซิบทั้งน้ำตา เสียงของเธอสั่นเครือ และหัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความหวังในตอนเช้า ตอนนี้กลับเหลือเพียงเศษซาก เหมือนแจกันที่แตกกระจายอยู่ตรงหน้า

พนิตาสูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

เธอเงยหน้าขึ้นมองโต๊ะอาหารที่เธอตั้งใจทำ ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่ไม่มีใครนั่งกิน ไม่มีใครสนใจ เหมือนความรักของเธอที่ยังอยู่…แต่ไม่มีใครต้องการ

เธอค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปปิดไฟทีละดวง บ้านทั้งหลังค่อยๆ จมลงในความมืด เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟมุมห้อง

และผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ท่ามกลางความพังทลายของหัวใจตัวเอง

คืนนี้…ไม่มีคำว่าครบรอบ มีเพียงคำว่ารอยร้าว และมันกำลังจะลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีใครคิดจะซ่อมแซมมันเลย...

แสงเช้าสาดผ่านผ้าม่านสีครีมบางเบา ละอองฝุ่นลอยระยิบระยับกลางอากาศเหมือนภาพฝันที่สวยงาม…แต่ไร้ความอบอุ่น ห้องอาหารกว้างใหญ่กลับกว้างเกินไปสำหรับบ้านที่ควรเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

พนิตานั่งอยู่ปลายโต๊ะตั้งแต่เช้าตรู่ เธอแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ดวงตาบวมแดงจางๆ แต่เธอก็ยังพยายามแต่งหน้าให้ดูปกติที่สุด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนไม่มีหัวใจดวงไหนแตกสลายอยู่ในอก

เสียงฝีเท้าดังขึ้น... มังกรเดินเข้ามาในห้องอาหารก่อนใคร สีหน้าของเขาเรียบนิ่งเหมือนทุกเช้า เหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกผิด ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย

และไม่นาน…นิลมณีก็เดินตามเข้ามา เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินสีอ่อน ผมยาวสลวยปล่อยสยายอย่างตั้งใจ ใบหน้าสดใสผิดกับคำว่า...ไม่สบาย ที่เธอใช้เป็นข้ออ้างเมื่อคืน

รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอทันทีที่เห็นพนิตา เหมือนนักล่าที่กำลังมองเหยื่อ

“ว้าว… อาหารน่าทานจังเลยค่ะพี่ทราย” เสียงหวานเอ่ยขึ้น พลางเดินวนรอบโต๊ะช้าๆ เหมือนกำลังสำรวจของบางอย่างที่ไม่น่าสนใจนัก

พนิตาไม่ตอบ... ยกน้ำขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ พนิตาต้องก้มหน้าลงเล็กน้อย มือที่วางบนตักบีบเข้าหากันแน่น เอาจริงๆ ไม่อยากหายใจร่วมกับผู้หญิงคนนี้

นิลมณีหยุดสายตาลงที่มุมโต๊ะ

กล่องดนตรีไม้สีเข้มวางอยู่อย่างเรียบง่าย ของขวัญชิ้นเดียว ของเพียงชิ้นเดียวที่มังกรเคยมอบให้เธอ…ในวันที่เขายังแยกเธอจากวนิดาไม่ออก

พนิตารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ เมื่อเห็นนิลมณีหยิบมัน

“กล่องนี่…” นิลมณีเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอย่างไม่ขออนุญาต นิ้วเรียวหมุนมันเล่นเบาๆ เสียงกลไกภายในเริ่มขยับ…ทำนองเพลงแผ่วเบาดังขึ้น

เพลงเดิม เพลงที่เคยทำให้พนิตายิ้มได้

“เก่าจังเลยนะคะพี่มังกร ดูไม่เข้ากับบ้านเลย” น้ำเสียงนั้นแผ่วหวาน แต่แฝงคมมีด

พนิตาเงยหน้าขึ้นทันที

“อย่าเล่นอันนั้นนะโอ๋! โอ๊ะ!”

พนิตาลุกขึ้นเร็วเกินไป เก้าอี้ครูดพื้นเสียงดัง มือยื่นออกไปหมายจะคว้ากล่องดนตรีกลับคืน

แต่มันช้าเกินไป... หรืออาจจะ…คนตรงหน้าจงใจให้มันสายเกินไป นิลมณีแสร้งสะดุ้ง มือคลายออก

กล่องดนตรีหล่นลงพื้นไม้เสียงแกรก ดังสะเทือนไปทั่วห้องนั่น เหมือนบางอย่างแตกในอกของทราย

ฝากล่องกระแทกเปิด กลไกด้านในกระเด็นออกมา และเสียงเพลงที่เคยหวานกลับเพี้ยนบิดเบี้ยว ก่อนจะขาดหายไปอย่างน่าสงสาร

ทุกอย่างเงียบลงในวินาทีนั้น

“โอ๊ะ…” นิลมณียกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างราวกับตกใจ

“พังซะแล้ว เสียดายจังค่ะ”

คำว่าเสียดายถูกเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความรู้สึก

พนิตายืนนิ่ง ราวกับร่างถูกแช่แข็ง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ทรุดตัวลง มือสั่นเทาเอื้อมไปเก็บเศษกล่องดนตรีที่แตกกระจาย นิ้วเรียวลูบผ่านไม้ที่แตกร้าว ราวกับมันยังมีชีวิต

“ทำไม? ทำไมต้องทำแบบนี้” เสียงของเธอเบามาก ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือเสียงของหัวใจที่ถูกเหยียบซ้ำ

มังกรขยับเข้ามา แต่ไม่ใช่เพื่อช่วยเธอ มือใหญ่คว้าข้อมือของทรายขึ้นมาแรงพอ ทำให้พนิตาชะงัก

“ก็แค่กล่องไม้เก่าๆ อย่ามาทำตัวมีปัญหาได้ไหมทราย โอ๋เขาไม่สบายอยู่” เสียงเขาเย็นชา

คำพูดนั้น…ทำให้พนิตาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำสบเข้ากับเขา

“แต่นี่คือของชิ้นเดียวที่ทรายเหลืออยู่นะคะ…”

เสียงเธอสั่น แต่ชัดเจน พอให้รู้ว่าเธอไม่ได้ร้องขอ พนิตาแค่อยากบอกความจริง

มังกรนิ่งไปเสี้ยววินาที... ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเย็นลงกว่าเดิม

“ดูแลของแค่นี้ไม่ได้ ก็อย่าสะเออะมาแทนที่พี่สาวเธอเลย…” เขาปล่อยข้อมือของพนิตาเหมือนมันไร้ค่า

คำพูดนั้นแทงลึก จนพนิตาแทบหยุดหายใจ

“เธอแทนที่วิไม่ได้หรอกนะ…ทราย”

ชื่อของคนตายหลุดออกมาจากปากเขาอย่างเคยชิน และเอ่ยซ้ำอีก เหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับทราย…มันคือฝันร้ายที่ไม่เคยจบ

“วิเขาดูแลทุกอย่างดีกว่าเธอเสมอ แม้แต่ความรู้สึกคนรอบข้าง” มังกรพูดต่อ ดวงตาไม่แม้แต่จะไหว

ไม่มีเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงหัวใจของทรายที่เหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ

เธอไม่ได้ร้องไห้ทันที เพราะน้ำตามันไหลย้อนเข้าไปข้างใน มีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ แผ่ขยาย

“งั้นเหรอคะ…” เธอเอ่ย มือยังคงถือเศษกล่องดนตรีเอาไว้แน่นจนปลายนิ้วซีด พนิตาเงยหน้าขึ้นช้าๆ

“ถ้าเป็นพี่วิ… พี่วิก็คงไม่ต้องพยายามอะไรเลยสินะคะ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel