บทที่ 11 แผนการใต้เงามืด
แสงไฟสว่างไสวๆ ระยิบระยับของค่ำคืนในเมืองหลวง ไม่ได้ช่วยให้ใจของนิลมณีเย็นลงได้เลย
หญิงสาวยืนอยู่ตรงระเบียง ปลายนิ้วยังคงแตะอยู่ที่รอยแดงบนแก้ม รอยตบจากฝ่ามือของคุณหญิงพรจันทร์ ที่ยังคงแสบร้อนและตอกย้ำความอับอาย
“ให้เหรอ…” โอ๋ส่ายหน้า รอยยิ้มหยันจุดขึ้นที่มุมปาก
“โอ๋ไม่รอหรอกนะ... อีทราย ของบางอย่างมันต้องแย่ง... ถึงจะสนุก”
ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง
ภาพของพนิตาในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ทั้งสง่างาม โดดเด่น และน่าอิจฉา โดยมีคุณหญิงพรจันทร์คอยเคียงข้าง และออกหน้าปกป้อง
ยิ่งเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงในใจของเธอ
“คุณหญิงป้าอย่าหาว่าโอ๋ใจดำนะคะ คุณหญิงป้าร้ายและเย็นชากับโอ๋ก่อนค่ะ” โอ๋พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าจากความโกรธแค้น
“นิลมณีคนนี้...ก็มีความรู้สึกนะคะ แต่คำว่าแพ้ไม่ได้มีอยู่ในพจนานุกรมของโอ๋แน่นอน เพราะโอ๋ไม่เคยแพ้”
เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ จนห่อเลือด สายตาจับจ้องความล่มสลายที่กำลังจะสร้างขึ้น
“ผู้หญิงแบบอีทราย เป็นฉันนี่แหละที่จะดึงลงมาเอง ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่ามึงเป็นคนเลว ฉันจะทำให้จมและดำดิ่ง ไปจนถึงจุดต่ำสุด”
แผนการเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่การแย่งมังกรมาครอบครองอีกต่อไป
แต่มันคือการทำลายพนิตาให้หมดทางยืนในสังคมและเผชิญกับความหายนะอย่างถึงที่สุด ภาพในหัวของโอ๋เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
มังกรจะต้องได้เห็นว่า ผู้หญิงที่เขาเคยรักและพยายามปกป้อง แท้จริงแล้วเป็นคนลวงโลกและร้ายกาจขนาดไหน
เธอจะสร้างข้อกล่าวหา สถานการณ์ และหลักฐานทุกอย่าง... เท่าที่จะสามารถเนรมิตมันขึ้นมาได้
“ขุมนรก... ฉันจะเป็นคนขุดเอง และฉันจะเป็นคนผลักแกให้ตกลงไปเอง... อีกทราย”
โอ๋สูดลมหายใจลึกๆ และหลับตาลง ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้า
ทว่าหัวใจของเธอกลับร้อนระอุราวกับมีไฟสุมจนยากที่จะดับลงได้
“เราจะเล่นเกมด้วยกันอีทราย ในเมื่อทุกคนอยากเล่นเกมนัก... โอ๋จะเล่นให้ถึงที่สุด”
เธอหันหลัง เดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยท่วงท่าที่พยายามปรับให้ดูเป็นปกติที่สุด
เมื่อสบโอกาสในช่วงที่มังกรกำลังติดพันการเจรจาธุรกิจกับผู้ใหญ่ในงาน
และคุณหญิงพรจันทร์กำลังพาพนิตาไปแนะนำตัวกับแขกเหรื่อคนสำคัญ
นิลมณีแอบปลีกตัวออกมาเงียบๆ เธอไม่ได้กลับไปที่งานเลี้ยง แต่จุดหมายปลายทางของเธอคือคฤหาสน์หลังใหญ่...
โดยเฉพาะ...ห้องทำงานของมังกร
นิลมณีใช้กุญแจสำรองที่เคยแอบปั๊มเก็บไว้ ไขเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่มอย่างเบามือ
ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกหน้าต่างส่องเข้ามาพอให้เห็นเงาตะคุ่มๆ ของโต๊ะทำงานตัวใหญ่
หญิงสาวรีบตรงดิ่งไปยังตู้เก็บเอกสารสำคัญ ที่เธอรู้ดีว่า มังกรใช้เก็บโปรเจกต์ระดับพันล้าน ที่กำลังจะร่วมทุนกับต่างชาติ
หัวใจของนิลมณีเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดระแวง
ปลายนิ้วเรียวกวาดหาแฟ้มเอกสารอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเจอแฟ้มเสนอราคา และพิมพ์เขียวโครงสร้างที่เป็นความลับสูงสุดของบริษัท
“เจอแล้ว...” โอ๋คลี่ยิ้มร้ายกาจในความมืด
เธอดึงเอกสารแผ่นสำคัญเหล่านั้นออกมา แล้วใส่ซองสีน้ำตาลที่เตรียมมาไว้ในกระเป๋า
จากนั้น...แผนการขั้นต่อไปก็จะเริ่มขึ้น...
นิลมณีหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถือชิ้นเล็ก มันคือปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินด้ามหรู ที่พนิตามักจะใช้เป็นประจำ และเศษกระดาษโน้ตที่มีลายมือ ที่เธอพยายามฝึกคัดลอกให้เหมือนลายมือของพนิตามากที่สุด
ข้อความในกระดาษโน้ตเขียนสั้นๆ ราวกับเป็นการนัดแนะส่งมอบข้อมูลให้กับบริษัทคู่แข่ง
(เอกสารทั้งหมดฉบับจริงตามที่ตกลงค่ะ รบกวนโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีเดิม – พนิตา)
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ
และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว
“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย”
นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงาน
หญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการ
คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
แต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
พนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์ เพื่อนำไปวางตกแต่งที่โถงบันไดชั้นสอง เธอต้องการให้ความสดชื่นของดอกไม้ช่วยบรรเทาความอึดอัดในบ้านหลังนี้ลงบ้าง
กล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์ เจ้าของร้านกล้วยไม้ที่เธอสั่งจองเอาไว้ เพิ่งจะมาส่ง ราคามันก็แพงลิบเสียด้วย พนิตาจ่ายไปเกือบสองแสนบาท
ทว่าความสงบสบายใจกลับอยู่กับเธอได้ไม่นาน เมื่อนิลมณีที่อยู่ร่วมชายคาเดินเข้ามาหา ท่าทางคือพร้อมจะบวก
“คงจะสะใจมากสินะ ที่เห็นคุณป้าตบหน้าของโอ๋เมื่อวานนี้”
ทำเอาพนิตาถึงกับหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ เธอหันไปมองและเชิดหน้าขึ้น
“โอ๋จะไม่แสร้งทำอีกต่อไปนะคะ พี่ทรายนะอย่าเชิดหน้า ชูคอเป็นหงส์เหินอีกต่อไปเลย อีกหน่อยจะต้องหงอ และต้องก้มหน้าสลด” น้ำเสียงแหลมๆ เอ่ยแผ่วกระซิบหยันขึ้นอีก
ท่าทางการเดินของนิลมณีนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มความเคลือบแคลงว่าเป็นคนดี บัดนี้ฉายแววหยิ่ง ทั้งเชิดหน้า ช้อนสายตาขึ้นมามอง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมาดร้ายอย่างไม่ปิดบัง