ตอนที่7 หมอกรัก 7
“หา สิบตำลึงทอง! เป็นไปได้ยังไงกัน ไหนให้ข้าดูซิ ว่าคนเจ็บๆหนักขนาดไหนถึงต้องใช้เงินรักษาถึงสิบตำลึงทอง” กู่เหยาฝือเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง พลางขยับกายเข้าไปใกล้อย่างต้องการที่จะสำรวจให้เห็นคนที่อ้างว่าเจ็บ ว่าจะหนักหนาเหมือนที่กล่าวอ้างหรือไม่
“ไม่รู้ล่ะ หากพวกเเกไม่มีเงินสิบตำลึงทองมาให้พวกข้า งั้นก็ยอมเจ็บตัวชดใช้ให้พวกข้าก็แล้วกัน เฮ้ย จัดการเว้ย” เหล่าอันธพาลขยับเข้ามาหาทั้งสี่ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเงื้อหมัดซัดใส่ใบหน้าของหยูจ้าวเหอ เพียงแต่บุตรชายตระกูลหยูหาใช่คุณชายเจ้าสำอางเช่นคุณชายบ้านอื่นที่ไร้พิษสง เขาจึงโยกตัวหลบก่อนจะตะบันหมัดลงตรงไปยังชายโครงของชายร่างหนาตรงหน้าเต็มแรงจนเขาถึงกับล้มคว่ำลงไป
“หม่าหยวน!! หนอย พวกแก ตาย!!” ชายสองคนที่เหลือเห็นเพื่อนล้มคว่ำลงไปที่พื้นจึงเกิดโทสะ พากันวิ่งเข้ามายังชายหนุ่ม แต่ก็ถูกกู่เหยาฝือใช้เท้าถีบยันเอาไว้หนึ่งคน ชายที่เหลือถือมีดอยู่จึงตวัดมีดใส่หยูจ้าวเหอ แต่ชายหนุ่มหลบทันจึงแตะเข้าไปที่ร่างหนานั้นก่อนจะปล่อยหมัดกระแทกเต็มใบหน้าจนชายผู้นั้นกระเด็นออกไป ชายหนุ่มจึงหันมาคว้าข้อมือเล็กก่อนจะดึงให้วิ่งตามกันออกไป
“จ้าวเหอรอข้าด้วยสิ เอ้า มาเร็วเข้า” คุณชายตระกูลกู่ตะโกนไล่หลังเพื่อนของตนที่วิ่งออกไป ก่อนจะดึงเอาหนุ่มน้อยอีกคนที่ยืนตะลึงตัวแข็งอยู่ให้วิ่งไปกับเขาด้วย โดยมีกลุ่มอันธพาลทั้งสามคนกระสนกระสนวิ่งตามมาอย่างโกรธแค้น
หยูจ้าวเหอกุมข้อมือเล็กของร่างบางวิ่งด้วยความเร็ว ทะลุเข้าซอยนั้นออกถนนนี้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงตรอกมืดๆตรอกหนึ่งเพื่อพักเหนื่อย เมื่อได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากทางด้านหลังแว่วตามลมมา เขาจึงดึงร่างบางนั้นเข้าหลบตรงมุมมืดโดยใช้สองมือกดให้ศีรษะมนนั้นประชิดอกแกร่งของตน สองมือกอดรัดร่างเล็กแนบอกจนรับรู้ได้ถึงร่างที่เกร็งเข็งทื่อของนาง ใช่แล้ว!!เขามั่นใจว่าร่างเล็กในคราบหนุ่มน้อยนั้นคือหญิงสาว กลิ่นหอมอ่อนๆจากเส้นผมดำขลับที่โชยออกมา ทำให้เขารู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยินเสียงหัวใจทั้งสองดวงที่เต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างตื่นเต้น สองแขนของเขายิ่งกอดรัดร่างบางแน่นยิ่งขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของกลุ่มอันธพาลวิ่งมาถึงในจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ จนกระทั่งทั้งสามพากันก้าวจากไปอีกทางหนึ่ง ทั้งสองจึงค่อยผ่อนลมหายใจที่กลั้นเอาไว้อย่างโล่งใจ
“เอ่อ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” เขาเอ่ยถามเมื่อร่างบางขยับกายหนีออกจากอ้อมกอดของเขาแล้ว
“ข้า..ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน” เมื่อได้ยินเสียงหวานที่พยายามดัดให้ทุ้มเช่นชายหนุ่ม เขาจึงหลุดหัวเราะออกมาอย่างอั้นไม่อยู่
“ท่านขำอะไรไม่ทราบ” หนุ่มน้อยตัวปลอมชักสีหน้าอย่างขัดเคืองเมื่อเห็นชายหนุ่มคล้ายจะหัวเราะเยาะเขา
“อ้อ ไม่มีอะไร ข้าแค่ขำลมฟ้าอากาศเฉยๆ ก็เท่านั้น”
“จ้าวเหอ” เสียงเรียกของเพื่อนของตนที่วิ่งมาพร้อมกับร่างเล็กทำให้ทั้งสองหันกลับไปมอง
“คุณหนุ..คุณชาย ปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ” ชายปลอมอีกคนรีบวิ่งเข้าไปหาทั้งยังถามไถ่อีกฝ่ายอย่างห่วงใย สองตาสำรวจขึ้นลงที่ร่างบางเพื่อหาร่องรอยการบาดเจ็บ เมื่อไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติจึงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งใจ
“ข้าไม่เป็นไร แล้วเจ้าล่ะ”
“ไม่เป็นไรขอรับ”
“งั้นเราไปกันเถิด ขอบคุณคุณชายทั้งสอง พวกเราขอตัวก่อน” ร่างบางหันมากล่าวกับชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนมองอยู่ ก่อนจะรีบจับจูงคนของตนเดินจากไป
“อะไรกัน ไอ้พวกนี้ นึกจะไปก็ไป เฮ้อ” กู่เหยาฝือเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด
“ช่างพวกนางเถิด”
“อะไรนะ พวกนาง!! หมายความว่า..”
“ใช่ พวกนาง เรากลับกันบ้างดีกว่า ข้าชักจะง่วงละ” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะก้าวออกเดินนำเพื่อนของตน ที่ยังยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่
“อ้าว รอด้วยสิ ว่าแต่เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพวกนางเป็นผู้หญิง..มาตอบข้าก่อน จ้าวเหอ”
“โชคดีนะเจ้าคะ ที่เราได้สองคนนั้นช่วยเอาไว้ มิเช่นนั้นหากพวกมันรู้ว่าเราเป็นหญิงไม่ใช่ชาย คงจะแย่แน่” เมื่อเดินจากมาไกลพอควรหนุ่มร่างเล็กที่เดินตามมากล่าวขึ้น
“ใช่ แต่ทุกอย่างเป็นความผิดของพี่หวังคุนคนเดียวเลย ถ้าเขาไม่แอบหนีข้าออกมาเที่ยวจนข้าต้องแอบปลอมตัวตามออกมาเช่นนี้ เรื่องทั้งหมดก็คงจะไม่เกิดขึ้น คอยดูนะ กลับไปข้าจะฟ้องท่านแม่ให้หมดเลย” ‘เป้ยหนี่ซือ’ กล่าวอย่างมีโทสะ หากพี่ชายบุญธรรมของนางไม่หนีไปเที่ยวผู้เดียวนะ ป่านนี้นางก็คงหลับสบายอยู่ในจวนที่พักไปแล้ว หึ!พรุ่งนี้ก่อนเถิด ข้าจะบิดให้หูชาเลย โทษฐานที่ทิ้งน้องไว้แล้วแอบไปเที่ยว
“ถ้าอย่างนั้นเรารีบเดินเข้าเถิดเจ้าค่ะคุณหนู หากพบเจอกับพวกอันธพาลเข้าอีก จะแย่เอานะเจ้าคะ” ฉู่เอ๋อร์คนสนิทข้างกายพูดขึ้นพลางหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดระแวง
“ก็ไปสิ” ว่าแล้วสองนายบ่าวจึงพากันเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงที่หมายอย่างรีบร้อน
“เมื่อคืนท่านหายไปที่ไหนมาเจ้าคะ” เสียงหวานที่คาดคั้น เอ่ยออกมาเมื่อพบหน้าพี่ชายของตนยามรับสำรับเที่ยง
“พี่ก็ออกไปเที่ยวตามประสาผู้ชายน่ะสิ เจ้าจะถามทำไม” ‘เป่ยหวังคุน’เอ่ยตอบอย่างเอื่อยๆเพราะยังรู้สึกมึนเมาคั่งค้างจากเมื่อคืนอยู่
